ทองโลกร่วงแรงกว่า 3% “ซีอีโอฟินโนมีนา” ชี้เกิดจาก 3 ปัจจัยกดดัน มองมีโอกาสปรับฐานลึก
“ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ซีอีโอฟินโนมีนา โพสต์เฟซบุ๊กเผย ทองโลกร่วงแรงกว่า 3% ชี้เกิดจาก 3 ปัจจัยหลักกดดัน จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐพุธนี้ (30 ก.ย.) กับตัวเลขจ้างงานสหรัฐวันศุกร์ (2 ต.ค.) มองมีโอกาสปรับฐานลึกอีกหากตัวเลขออกมาแกร่งกว่าคาด
นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา โพสต์เฟซบุ๊ก “Bank Chayanon” ระบุว่า ทอง Spot Gold ร่วงลง 3.3% มาอยู่ที่ระดับ 4,146.12 ดอลลาร์ ขณะที่ Gold Futures ก็ปรับตัวลงในระดับเดียวกัน ทะลุกรอบแนวรับเดิมที่ตลาดช่วง 4,230- 4,510 ดอลลาร์ ลงมาอย่างรวดเร็ว โดย 3 ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำตอนนี้ คือ
- วิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อ (Oil & Inflation Risk)
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 ทำให้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด อิหร่านยืนยันไม่ผ่อนปรนเงื่อนไขการเปิดช่องแคบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent เด้งขึ้นต่อ ต้นทุนพลังงานที่สูงลิ่วกำลังเติมเชื้อไฟให้เงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูงต่อไป - ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย (Fed Rate Hikes)
หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพิ่งโหวตขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไปเมื่อกลางเดือนกันยายน ตลาดยังคงให้น้ำหนักถึง 65% ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคม ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ทองคำ (ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย) มีความน่าสนใจลดลง - ตลาดพันธบัตรกดดัน (Bond Market Pressure)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวกำลังพุ่งสูงขึ้น จากความคาดหวังการเติบโตทางเศรษฐกิจและความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ นอกจากนี้ ส่วนต่างยีลด์ระหว่างพันธบัตรอายุ 10 ปีและ 2 ปี ก็แคบลงเหลือเพียง 17bps ซึ่งถือว่าแคบที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 สะท้อนความตึงตัวในตลาดการเงิน
“ตลาดกำลังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ในวันพุธนี้ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด จะยิ่งตอกย้ำโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย และอาจกดดันราคาทองคำให้ปรับฐานลึกกว่าเดิม”