เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
รุทธพล  โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
Politics รุทธพล โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
Yamaha – DPU ปลุกศักยภาพเยาวชนดนตรี มอบทุน 100% ตลอด 4 ปี รวม 8.4 ล้านบาท
Uncategorized Yamaha – DPU ปลุกศักยภาพเยาวชนดนตรี มอบทุน 100% ตลอด 4 ปี รวม 8.4 ล้านบาท
สันติธารแชร์ 2 ภาพประทับใจ IMF-World Bank ชูพระราชปณิธาน ร.9-ต่อยอด AI สร้างงาน
News สันติธารแชร์ 2 ภาพประทับใจ IMF-World Bank ชูพระราชปณิธาน ร.9-ต่อยอด AI สร้างงาน
‘อดีตปลัด มท.’ กระตุก ‘บิ๊ก ขรก.’ อย่ากลัวอำนาจมิชอบ-ทำความดี เหตุกินเงินภาษีประชาชน
Politics ‘อดีตปลัด มท.’ กระตุก ‘บิ๊ก ขรก.’ อย่ากลัวอำนาจมิชอบ-ทำความดี เหตุกินเงินภาษีประชาชน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
Automotive MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
Real Estate กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
ดูทั้งหมด

สูตร ‘หวง’ คัดคนเข้าทำงาน

27 พ.ค. 2569 | 15:28น.

เจนเซ่น หวง ประกาศชัดไม่จ้างคนใช้ AI ไม่เป็น ชี้ความรู้กลายเป็นของโหล แต่ “ความเป็นมนุษย์” ต่างหากคือพลังเหนือมนุษย์

“ถ้าให้เลือกจ้างเด็กจบใหม่สองคน คนหนึ่งใช้ AI ไม่เป็นเลย กับอีกคนที่เป็น Expert… ผมเลือกจ้างคนใช้ AI เป็นแน่นอน” นี่คือคำประกาศกร้าวของ เจนเซ่น หวง ซีอีโอ NVIDIA ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ Lex Fridman Podcast #494 ความยาว 2 ชั่วโมงกว่า กระแทกแวดวงการศึกษาและตลาดแรงงานทั่วโลก เพราะออกมาฉีกตำราการรับคนเข้าทำงานแบบยุคเก่า เตือนยุคนี้แค่จบตรงสายอย่างเดียวไม่รอด ถ้าอยากมีที่ยืนในสมรภูมิแรงงาน คุณต้องเป็น “Expert ด้าน AI” เท่านั้น

สูตรหวงคัดคน

“ผมคิดว่าเด็กมหาลัยทุกคนที่เรียนจบยุคนี้ ควรจะใช้ AI ให้เก่งไปเลย และครูทุกคนก็ควรจะเชียร์ให้เด็กหันมาใช้เทคโนโลยีนี้ด้วย

คิดดูง่ายๆ ใครที่ปฏิเสธไม่ยอมเรียนรู้วิธีใช้ AI ในตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ปฏิเสธไม่ยอมใช้คอมพิวเตอร์หรือหัดใช้ Excel ในอดีตนั่นแหละ ซึ่งสุดท้ายแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

ถ้าวันนี้ผมต้องจ้างเด็กจบใหม่สักคน แล้วมีตัวเลือกอยู่สองคนตรงหน้า คนหนึ่งไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ AI เลย กับอีกคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ AI… แน่นอนครับว่าผมเลือกจ้างคนที่ใช้ AI เป็น

และไม่ใช่แค่เด็กสายเทคนะ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักบัญชี นักการตลาด ทำงานสายซัพพลายเชน ดูแลลูกค้า เป็นพนักงานขาย ทำฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเป็นทนายความ… ถ้าคุณเก่งเรื่องการดึง AI มาใช้ในงานเมื่อไหร่ ผมเลือกจ้างคุณทันทีครับ”

สำหรับใครที่กำลังวิตกว่า AI จะมาแย่งงาน หวงได้เสนอแนวคิดในการแยกย่อยปัญหา ดึงสติคนทำงาน ไว้ว่ามนุษย์เรามักจะสับสนระหว่างสองสิ่งนี้:

  • วัตถุประสงค์ของงาน (Purpose): เป้าหมายสูงสุดว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร มีคุณค่าอย่างไรต่อสังคม

  • งานย่อยที่ต้องทำ (Tasks & Tools): กระบวนการ เครื่องมือ หรือขั้นตอนย่อย ๆ ในการบรรลุเป้าหมายนั้น

เจนเซ่นให้ลองนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ วงการแพทย์เคยเจอพายุลูกใหญ่ เมื่อเหล่านักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และนักวิจัย AI ต่างพากันฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า อาชีพ ‘รังสีแพทย์’ (Radiologist) กำลังจะสูญพันธุ์อย่างแน่นอน

เหตุผลตอนนั้นฟังดูน่ากลัวมาก เพราะเทคโนโลยี Computer Vision (ระบบคอมพิวเตอร์วิทัศน์) พัฒนาแบบก้าวกระโดดจนเข้าขั้นเหนือมนุษย์ มันสามารถสแกนและอ่านฟิล์มเอกซเรย์ได้แม่นยำ รวดเร็ว และไม่มีวันเหนื่อยล้าเหมือนตาคน

คำทำนายนั้น ‘ถูกครึ่งเดียว’

ในแง่ของเทคโนโลยี… ใช่เลยครับ ทุกวันนี้แพลตฟอร์มการแพทย์ระดับโลกล้วนขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งสิ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารังสีแพทย์จะตกงานหายไปจากโรงพยาบาล สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ “การเปลี่ยนผ่าน” ต่างหาก

แทนที่ AI จะมาแทนที่หมอ มันกลับกลายมาเป็น คู่หู ที่ช่วยตัดทาสก์งานซ้ำๆ และช่วยคัดกรองความผิดปกติอย่างรวดเร็วขึ้น ทำให้แพทย์มีเวลาไปวิเคราะห์เคสที่ซับซ้อนและดูแลคนไข้ได้ดีกว่าเดิม เรื่องนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่า AI ไม่ได้มาแย่งงานคน แต่มาดิสรัปต์ให้คนที่ปรับตัว… เก่งขึ้นและทำงานได้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมต่างหาก

แล้วใครจะไปคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันกลับ สวนทาง คำทำนายในอดีต เพราะแทนที่รังสีแพทย์จะตกงาน จำนวนความต้องการรังสีแพทย์ทั่วโลกตอนนี้กลับ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตลกร้ายกว่านั้นคือ โลกเรากำลังเผชิญกับ ภาวะขาดแคลนรังสีแพทย์ อย่างหนักด้วยซ้ำ

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

หวงอธิบายว่า เพราะวัตถุประสงค์ของรังสีแพทย์คือ การวินิจฉัยโรคเพื่อช่วยเหลือคนไข้และช่วยแพทย์ในการรักษา ไม่ใช่แค่การนั่งจ้องแผ่นฟิล์มสแกน เมื่อมี AI เข้ามาช่วยรับหน้าที่ในส่วนงานย่อย (Tasks) ที่ต้องใช้เวลาอ่านสแกนนาน ๆ ทำให้รังสีแพทย์สามารถวิเคราะห์ผลได้เร็วขึ้น วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น โรงพยาบาลสามารถรับคนไข้ได้มากขึ้น เมื่อคนไข้เข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น โรงพยาบาลก็เติบโต และความต้องการรังสีแพทย์ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและตัดสินใจเพื่อชีวิตคนไข้ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

เช่นเดียวกับที่ NVIDIA ยืนยันว่า จำนวนวิศวกรซอฟต์แวร์ ในบริษัทของเขาจะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง เพราะวัตถุประสงค์ของวิศวกรคือ “การแก้ปัญหาและการสร้างนวัตกรรม” ส่วนการเขียนโค้ดเป็นเพียงงานย่อย

“ผมไม่เคยสนใจหรอกว่าวิศวกรของผมจะเขียนโค้ดกี่บรรทัด สิ่งที่ผมต้องการคือให้พวกเขาแก้ปัญหาและทำงานร่วมกันเป็นทีม”

สูตรคน คือ สูตรคอม

หนึ่งในทัศนะที่น่าสนใจ คือการเปลี่ยนผ่านของนิยามคำว่า ‘Coding’ เขามองว่าในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ การเขียนโค้ดจะไม่ใช่การมานั่งจำไวยากรณ์ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนอย่าง C++, Python หรือ Java อีกต่อไป แต่มันคือ “การระบุรายละเอียดและข้อกำหนดเฉพาะ” (Specification) ผ่านภาษาธรรมชาติ (Natural Language) อย่างภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ที่เราใช้พูดคุยกันทุกวันนี้

เมื่อมนุษย์สามารถสั่งการคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงผ่านคำพูดหรือข้อความ นั่นหมายความว่าขอบเขตของคนที่สามารถ ‘เขียนโค้ด’ ได้ กำลังจะขยายตัวอย่างมหาศาล

“จากเดิมที่มีโปรแกรมเมอร์ในโลกอยู่ราว ๆ 30 ล้านคน ตัวเลขนี้กำลังจะพุ่งทะยานไปสู่ 1 พันล้านคนในพริบตา และเมื่อนั้น ทุกอาชีพจะได้รับการยกระดับขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ต่อให้จะเป็นนักบัญชี, นักการตลาด, ฝ่ายซัพพลายเชน, ฝ่ายบริการลูกค้า, พนักงานขาย, ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หรือแม้แต่ทนายความ… ถ้าพวกเขาเชี่ยวชาญการใช้ AI ผมก็เลือกจ้างคนคนนั้น

ดังนั้นผมจึงอยากแนะนำให้หมอ พยาบาล ครู และทุกคน ช่วยกันสนับสนุนให้เหล่านักเรียนนักศึกษาหันมาใช้ AI เด็กมหาลัยทุกคนควรจะเรียนจบออกมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญด้าน AI

และสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างไม้ ช่างไฟ ลองไปใช้ AI ดูครับ ไปดูว่ามันจะเข้ามาพลิกโฉมและยกระดับงานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ได้อย่างไรบ้าง

ถ้าผมเป็นเกษตรกรผมก็ย่อมใช้ AI ถ้าผมเป็นเภสัชกรผมก็ต้องใช้ AI ผมอยากรู้ว่ามันจะช่วยยกระดับงานของผมได้อย่างไร เพื่อที่ผมจะได้กลายเป็นนวัตกรผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมนั้นด้วยตัวเอง นั่นคือสิ่งแรกที่ผมจะทำครับ

และแน่นอนว่า เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาแทนที่และทำให้ ‘บางทาสก์งาน’ (Tasks) หายไป เพราะมันจะถูกเปลี่ยนให้เป็นระบบอัตโนมัติ ดังนั้น ถ้างานที่คุณทำอยู่… มันมีอยู่เพื่อแค่ทำทาสก์งานซ้ำๆ เหล่านั้น คุณโดนดิสรัปต์อย่างหนักแน่นอน แต่ถ้าวัดกันที่เป้าหมายของงาน (Purpose) โดยที่ตัวคุณต้องทำทาสก์งานบางอย่างเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น มันจึงสำคัญมากที่คุณต้องไปเรียนรู้วิธีใช้ AI เพื่อเอามาจัดการงานรูทีนเหล่านั้นซะ…”

สูตรบรีฟงาน คือ ยิ่งหลวม ยิ่งล้ำ

หวง คือ ซีอีโอสายเทคที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลกกว่า 34 ปี เขามีไม้ตายในการบริหารที่เรียกว่า “วิชาเว้นวรรคให้ความคิด”

เวลาที่ต้องวางกลยุทธ์องค์กรหรือสั่งงานทีมวิศวกร เจนเซนจะอธิบายเป้าหมายให้ชัดเจนพอที่จะเห็นทิศทางว่าต้องเดินไปทางไหน แต่เขาจะ ‘จงใจ’ ไม่ลงรายละเอียดทั้งหมด

เหตุผลก็เพื่อเหลือพื้นที่ว่างให้พนักงานระดับหัวกะทิกว่า 43,000 คนของ NVIDIA ได้ระเบิดความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ และจินตนาการของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับมา… มักจะเจ๋งและล้ำยิ่งกว่าสิ่งที่ตัวซีอีโอจินตนาการไว้ในตอนแรกเสมอ

สูตรความเป็นมนุษย์

ปัญญาเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ ‘ความเป็นมนุษย์’ คือพลังเหนือมนุษย์

ในช่วงท้ายของการสนทนา เล็กซ์ ฟริดแมน ชวนคุยในมุมปรัชญาแบบลึกๆ ว่า “มีอะไรบ้างที่ชิปคอมพิวเตอร์สุดเทพของ NVIDIA ไม่มีวันเลียนแบบมนุษย์ได้?”

หวง ชี้ว่ามันเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก เพราะชิปคอมพิวเตอร์ไม่มีวัน “รู้สึกประหม่า วิตกกังวล หรือตื่นเต้น” ได้แบบเรา

ต่อให้คุณป้อนข้อมูลเดียวกันให้คอมพิวเตอร์สองเครื่อง แล้วมันคำนวณผลลัพธ์ออกมาต่างกันในทางสถิติ แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องของตัวเลข… ไม่ได้เกิดจาก “ความรู้สึกที่มาจากข้างในใจ” เหมือนมนุษย์เลยสักนิด

สิ่งที่หวง อยากฝากเป็นข้อคิดเตือนใจเด็กจบใหม่ทุกคนก็คือ

“เลิกหมกมุ่นและเลิกเทิดทูนคำว่า ‘ความฉลาด’ (Intelligence) กันเกินเหตุได้แล้ว”

ในยุคที่ AI กำลังจะทำให้ความรู้และการคำนวณกลายเป็นของราคาถูกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ สิ่งที่มนุษย์ควรหันมาให้คุณค่าและอัปเกรดให้มากที่สุดไม่ใช่ความฉลาดทางวิชาการ แต่คือ “ความเป็นมนุษย์” ทั้งความเห็นอกเห็นใจ ความเอื้อเฟื้อ และอุปนิสัยที่ดี

เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างหากคือ “พลังเหนือมนุษย์” ที่ไม่มีปัญญาประดิษฐ์หน้าไหนจะมาแย่งชิงไปจากเราได้

“สำหรับผม ปัญญาไม่ใช่คำลึกลับ และมันไม่ใช่คำที่มีค่าเท่ากับคำว่ามนุษยชาติ ปัญญาเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ตัวหนึ่งเท่านั้น

ใน NVIDIA ผมถูกรายล้อมไปด้วยคนฉลาดกว่าผมตั้งเยอะ พวกเขาจบโรงเรียนดีกว่า ลึกซึ้งกว่าผมในทุกสาขา แต่ผมซึ่งเคยเป็นอดีตคนล้างจานกลับนั่งอยู่ตรงกลางเพื่อประสานงานพวกยอดมนุษย์ทั้ง 60 คนนี้ได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI เจนเซ่น หวง