Skip to content

เครือ ซี.พี.-ยูนิลีเวอร์ ร่วมเผยนวัตกรรมขับเคลื่อนความยั่งยืน

06 ส.ค. 2568 | 15:53น.
เครือ ซี.พี.-ยูนิลีเวอร์ ร่วมเผยนวัตกรรมขับเคลื่อนความยั่งยืน

2 องค์กรชั้นนำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP Group และ Unilever Thailand ร่วมเปิดเผยแนวคิดนวัตกรรมองค์กรเพื่อความยั่งยืน (Innovation for Sustainability) บนเวที GCNT EXPO 2025 : Forward SDGs Faster Together รวมพลังเร่งสร้างโลกที่ยั่งยืน เมื่อระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคม ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ ในการนำเสนอแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

“ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ” ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บอกเล่าถึงแนวคิดด้านความยั่งยืนบนเวทีเสวนา “Innovation for Sustainability” ว่า ปัจจุบันความยั่งยืนมีเป้าหมายหลายด้าน รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มาปิดช่องว่างในการเข้าถึงเป้าหมาย ทั้งการใช้เทคโนโลยีดิสรัปทีฟ การปรับตัวด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้านการบริโภค และด้านสิ่งแวดล้อม โดยในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมาก โจทย์สำคัญคือภาคเอกชนจะร่วมมือกันปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด

ด้านเทรนด์ของผู้บริโภค เป็นหนึ่งในสเตกโฮลเดอร์ซึ่งมีหลากหลายกลุ่ม ไม่ใช่แค่ผู้บริโภค แต่ยังรวมถึงพนักงาน ด้านความคาดหวังนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมและเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนจึงต้องการองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเรื่องต่าง ๆ

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ
อภิพร อดุลย์พิจิตร

ส่วนผู้บริโภคเองก็มีความคาดหวังว่าสินค้าจะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลได้เองจากโทรศัพท์มือถือที่ง่ายขึ้นมาก องค์กรจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับกับทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

“จึงเป็นส่วนที่สำคัญมาก คือ การค้นคว้า ใช้เทคโนโลยี การมีส่วนร่วมต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ในองค์กร แต่รวมถึงพาร์ตเนอร์ด้วย”

นวัตกรรม 5-10 ปีข้างหน้า

ดร.ธีระพลแสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ว่า จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด เทคโนโลยี AI จะมาช่วยตัดสินใจแทนค่อนข้างมาก สิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ในอนาคตอาจจะทำได้ เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เรื่องความยั่งยืนเป็นโอกาสของทุกคน ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส แต่โอกาสจะสามารถเปลี่ยนเป็นธุรกิจได้หรือไม่ โดยคิดว่ายังมีโอกาสมากมายที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ยิ่งเรามีโซลูชั่น มีทางออก มันคือเงิน และมีคนรวยจำนวนมากที่รวยจากการแก้ปัญหา

“ตอนนี้โลกมีปัญหามากมาย หากเปรียบว่าปัญหาคือโอกาส เท่ากับว่าตอนนี้มีโอกาสทางธุรกิจที่คนพร้อมจ่ายเงินจำนวนมาก”

ด้าน “อภิพร อดุลย์พิจิตร” ผู้อำนวยการด้านงานวิจัยและพัฒนาอาหารกลุ่มประเทศเอเชียใหญ่ (Greater Asia) บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ยูนิลีเวอร์ได้แชร์สิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ด้วยเป้าหมาย Brighten Everyday Life for All ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้วและจะทำต่อไปเรื่อย ๆ โดยมีเป้าหมายคือภายในปี 2030 จะต้องลดการปล่อยคาร์บอนสโคป 1 และ 2 ให้ได้ 100%

ด้านทรัพยากร (Climate) ได้ส่งเสริมการทำเกษตรกรรมฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ให้ได้ 6 ล้านไร่ทั่วโลก และภายในปี 2030 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทจะต้องนำกลับมารีไซเคิลได้

ด้านบุคคล (Wellbeing) ได้มีการทำสัญญากับผู้จัดจำหน่ายทั่วโลกให้จ่ายค่าแรงขั้นต่ำไปแล้วกว่าครึ่ง พร้อมสนับสนุนเกษตรกรกว่า 2.5 แสนราย ในการจัดการเกษตรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ทั้งหมดนี้ บริษัทมองว่าในการทำให้เกิดขึ้นได้ต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

“โลกปัจจุบันไม่ว่าสิ่งที่รู้ไปแล้ว ก็ยังมีสิ่งที่ยังไม่รู้อีกมากมาย และอาจสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมาย SDGs ได้”

อภิพรกล่าวต่อว่า ในเรื่องที่จะปิดช่องว่างทำให้ความยั่งยืนอยู่ในใจของทุกคนได้ ต้องส่งต่อสินค้าที่ผลิตอย่างมีคุณภาพ รวมถึงมีราคาที่เข้าถึงได้ ปัจจุบันมีการสื่อสารให้คนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้พลาสติกน้อยลง มีการรีไซเคิล แต่สินค้าก็ยังมีราคาที่สูงอยู่

การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ หรือการนำความยั่งยืนในส่วนของคุณประโยชน์และโภชนาการสำหรับทุกคน ส่วนนี้ต้องแน่ใจว่าสามารถนำนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในแง่ของสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น