บริหารสไตล์ “คราฟท์ ไฮนซ์” สร้าง “BU” ผลักธุรกิจโตในเอเชีย
คราฟท์ ไฮนซ์ (Kraft Heinz) แบรนด์ผู้ผลิตอาหารคุณภาพสูง จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 150 ปีทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ภายใต้ บริษัท ไฮนซ์ ไทยแลนด์ ลิมิเต็ด โดยมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเป็นบริษัทผลิตอาหารชั้นเลิศ เพื่อโลกใบนี้ที่ดีกว่า (The Best Food Company, Growing a Better World) และด้วยความสำเร็จของคราฟท์ ไฮนซ์ ในภูมิภาคอาเซียน จึงทำให้บริษัทเดินหน้าเปิดหน่วยธุรกิจ (business unit) ใหม่ ที่เรียกว่า “เอแพค เอ็กซ์ปอร์ตส” (APAC Exports) ในประเทศไทย
ทั้งนั้นเพราะบริษัทเชื่อว่า “คน” คือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนหน่วยธุรกิจใหม่ และองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
สำหรับหน่วยธุรกิจใหม่ นำทีมโดย “โจอาว เลเตา” กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจ เอแพค เอ็กซ์ปอร์ตส บริษัท ไฮนซ์ ไทยแลนด์ ลิมิเต็ด ที่เริ่มเข้ามารับหน้าที่ใหม่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยก่อนหน้านี้เขารับบทบาทบริหารจัดการธุรกิจคราฟท์ ไฮนซ์ ทั้งในสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียมาก่อน
“ผมมองว่าตลาดอาหารมีการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรู้จักกันดีในฐานะครัวของโลก แม้ว่าจะเป็นความท้าทาย เพราะตลาดเอเชียมีความหลากหลายอย่างมาก แต่ในฐานะแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร นี่คือโอกาสสำคัญที่จะมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับทุกครัวเรือนในเอเชีย”
“เราจึงจัดตั้งหน่วยธุรกิจ APAC Exports ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ดูแลธุรกิจการนำเข้า และส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินเดีย, ฮ่องกง, ไต้หวัน, อเมริกา และทวีปยุโรป ประกอบไปด้วยแบรนด์ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักอย่าง ไฮนซ์ และคราฟท์ (Heinz & Kraft), ลีแอนด์เพอริน (Lea & Perrins) หรือแบรนด์ขายดีในตลาดมาเลเซียอย่างเอบีซี (ABC), วัตตี้ส์ (Watties) และโกลเด้น เซอร์เคิล (Golden Circle) ในตลาดออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ส่วนมาสเตอร์ (Master) จะขายในตลาดจีน”
“หน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้นมา เราเปิดโอกาสให้ทาเลนต์ภายในก่อน เป็นการทำให้พวกเขารับรู้ว่าเราให้โอกาสกับทุกคนได้เติบโต และได้เคลื่อนย้ายไปทำสายงานสายอื่นได้ตามความสนใจ เพราะคนเป็นปัจจัยแรกที่มีความสำคัญที่สุดในองค์กร”
“โจอาว เลเตา” บอกว่า คราฟ ไฮนซ์ เชื่อในคุณค่า 5 ด้าน คือ consumer first มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เกินความคาดหวังของพวกเขา, quality มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อคุณภาพ, innovation มุ่งหน้าสู้ต่อความท้าทายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีที่สุด และ integrity เชื่อในความซื่อสัตย์ ทำสิ่งถูกต้องอยู่เสมอ และสร้างแรงบันดาลใจด้านความเชื่อมั่น และมีจริยธรรม สุดท้ายคือ ownership ส่งเสริมให้คนในองค์กรคิดและทำตัวเหมือนเจ้าของธุรกิจ
“เรามีหลักการบริหารที่ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อธุรกิจ และต่อคนในองค์กร โดยให้คุณค่ากับระบบคุณธรรมนิยม(meritocracy) ซึ่งเป็นระบบการบริหารคนที่เน้นความรู้ความสามารถของบุคคลเป็นหลัก ไม่ใช้สิทธิพิเศษทางชนชั้น ส่งเสริมความเสมอภาค (equality) ความสามารถ (competence) และความมั่นคง (security) ในองค์กร เพราะคราฟ ไฮนซ์ สนับสนุนคนตามความสามารถ และทักษะ เพื่อให้คนในองค์กรได้นำความสามารถของตัวเองออกมาใช้อย่างสูงสุด เพื่อจะได้เติบโต มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และพาองค์กรและตัวเองไปยังจุดหมายที่ตั้งไว้ ไม่เพียงเท่านั้น เรายังเป็นองค์กรที่มีความหลากหลาย (diversity) อย่างมาก”
“เนื่องจากบุคลากรขององค์กรมีความต่างทางด้านเชื้อชาติและเพศ เราเชื่อและให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีผู้บริหารระดับสูงที่เป็นหญิงมากกว่าชาย และมีถึง 5 เชื้อชาติ ที่สำคัญ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ให้คนในองค์กรเคารพซึ่งกันและกัน สามารถอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความแตกต่าง เพราะเราเชื่อว่าความหลากหลายทางเชื้อชาติคือส่วนผสมที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ”
“โจอาว เลเตา” กล่าวด้วยว่า โจทย์ใหญ่ที่ได้รับสำหรับการบริหาร APAC Exports คือ การผลักดันให้องค์กรเติบโตได้เท่าตัว ภายในระยะเวลา 5 ปี เพิ่มจำนวนทาเลนต์ในหน่วยธุรกิจ และลงทุนกับการพัฒนาคนเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะเรามองหาคนที่มี ownership mentality (ความคิดเป็นเจ้าของกิจการ) เพราะคนเหล่านี้จะไม่มองเห็นแค่สิ่งที่บริษัททำให้ แต่จะสนใจรายละเอียดต่าง ๆ ของความเคลื่อนไหวในบริษัท
“ที่สำคัญ คนเหล่านี้จะมองเห็นภาพรวมของปัญหาได้กว้างมากพอ เราสังเกตได้จากประกายในดวงตาที่แสดงความสนใจในสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับบริษัท เมื่อเราสื่อสารกับพวกเขา นอกจากนั้น เขายังสนใจมากกว่าสิ่งที่เห็นผิวเผิน ขวนขวายในการเรียนรู้ และชอบพัฒนาตัวเองเกี่ยวกับการทำงาน”
“นอกจากการมองหาคนที่ตรงกับความต้องการของบริษัท เรายังพยายามขจัดปัจจัยที่เป็น roadblock (สิ่งกีดขวาง อุปสรรค) ต่อการเติบโตของพนักงาน เช่น การจัดองค์กรแบบแบนราบ (flat organization) ปรับระบบองค์กร เพื่อให้เกิดการปรับปรุง และพัฒนาองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพทั้ง 3 ด้าน คือ คน, คุณภาพของผลผลิต และความรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งการปรับสิ่งแวดล้อมในออฟฟิศให้เป็นแบบเปิด ส่งเสริมการสื่อสารในองค์กรให้ง่ายขึ้น นอกจากนั้น เรายังมีโปรแกรมส่งเสริมตามความถนัดของแต่ละคนทั้งแบบออฟไลน์ และออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกสายงานในองค์กร”
“เราเชื่อว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในองค์กรจะช่วยพัฒนาสิ่งที่เราทำอยู่ให้ดีขึ้น และทุกคนสามารถสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในสิ่งที่ทำได้ เราจึงส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้อยู่เสมอผ่านแพลตฟอร์มที่เราพัฒนาขึ้น โดยหนึ่งในแพลตฟอร์มระดับโกลบอลที่เรามี คือ ownerversity โปรแกรมฝึกงานสำหรับผู้ที่พร้อมจะเป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำ”
เมื่อพูดถึงทักษะการทำงานของคนไทย “โจอาว เลเตา” กล่าวว่า คนไทยมีจุดแข็ง เนื่องจากประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ที่สำคัญ คนไทยยังมีประสบการณ์การทำงานกับคนต่างชาติ และพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จึงทำให้ประเทศไทยได้เปรียบเมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน ผลตรงนี้จึงทำให้เราตัดสินใจเปิด APAC Exports ที่นี่
“ผมมั่นใจว่า APAC Exports จะเติบโตได้ดีในประเทศไทย เพราะการทำงานของเรามีการวางแผนรองรับปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นล่วงหน้า ที่สำคัญ เรายังโฟกัสในการสร้างทีมที่มีความสามารถในการเลือกทางแก้ปัญหา รวมทั้งยังมีหลักคิดอันเป็นเหตุเป็นผลอีกด้วย”
ซึ่งไม่ธรรมดาเลย