6 ปี การเดินทาง ของ “หุ้น ESG100”
คลัมน์ CSR Talk พิพัฒน์ ยอดพฤติการ
นับตั้งแต่สถาบันไทยพัฒน์บุกเบิกการพัฒนาฐานข้อมูลความยั่งยืนของธุรกิจ ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มการประเมินข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) ของบริษัทจดทะเบียนในปี พ.ศ. 2558 ได้ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่า “กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100”
ซึ่งถือเป็นการจัดอันดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจครั้งแรกในประเทศไทย
ปัจจุบันหน่วยงาน ESG Rating ของสถาบันไทยพัฒน์ดำเนินการประเมินข้อมูลด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ในปีนี้
การประเมินปีแรก เกณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมุ่งไปที่การพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้าน ESG ทำให้เกิดข้อจำกัดที่ผู้ลงทุนอาจต้องแลก (trade off) ระหว่างการลงทุนในบริษัทที่มี ESG ดี แต่ผลประกอบการไม่เป็นที่น่าพอใจ
จึงทำให้ในปีที่ 2 มีการปรับเกณฑ์การวิเคราะห์ข้อมูล ESG ผนวกเข้ากับข้อมูลทางการเงิน ที่เรียกว่า Integrated ESG Assessment เพื่อประเมินตัวเลขผลประกอบการ หรือผลการดำเนินงานที่สัมพันธ์กับประเด็นด้าน ESG ของบริษัท
เป็นการปรับจากการวิเคราะห์ข้อมูลด้าน ESG แบบเอกเทศมาเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานด้าน ESG ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับผลประกอบการ เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนในมิติของการลงทุนที่ยั่งยืนว่าบริษัทที่มี ESG ดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีด้วย
ในปี พ.ศ. 2561 หลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลการประเมินมา 3 ปี ได้ขยายผลมาสู่การจัดทำดัชนีอีเอสจี ไทยพัฒน์ โดยมี S & P Dow Jones เป็นผู้คำนวณ และเผยแพร่ข้อมูลดัชนี ผ่านหน้าจอ Bloomberg และ Reuters ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วโลก
Thaipat ESG Index เป็นดัชนีอีเอสจีแรกในประเทศไทยที่ใช้การคำนวณดัชนีด้วยวิธีถ่วงน้ำหนักหลักทรัพย์เท่ากัน (equal weighted index) คือให้ความสำคัญกับหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของดัชนีเท่ากันทุกหลักทรัพย์โดยไม่ขึ้นกับขนาดของหลักทรัพย์
ทำให้ดัชนีสามารถสะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ได้อย่างเท่าเทียมกันในทุกหลักทรัพย์ และเปิดโอกาสให้หลักทรัพย์คุณภาพขนาดเล็กที่ผ่านเกณฑ์ด้าน ESG สามารถส่งผลต่อค่าของดัชนีได้ในสัดส่วนที่เท่ากับหลักทรัพย์ขนาดใหญ่
ดัชนีอีเอสจี ไทยพัฒน์ ในรอบของการปรับหลักทรัพย์ล่าสุด (ก.ค. 63) มีจำนวน 43 หลักทรัพย์ โดย 10 อันดับ หลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีประกอบด้วย DELTA HANA KBANK KCE KKP KTC SCB THANI TISCO VGI (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 63)
ในฝั่งของผู้ลงทุน (investors) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและผู้ลงทุนสถาบัน สามารถใช้ทำเนียบหุ้น ESG100 และดัชนีอีเอสจี ไทยพัฒน์เป็นดัชนีอ้างอิง และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (investment governance code) ในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยยังได้รับผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป
ตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนีผลตอบแทนรวม Thaipat ESG Index TR ตั้งแต่จัดทำดัชนี (30 มิ.ย. 58) อยู่ที่ 4.12% ต่อปี โดยยังมีผลตอบแทนเป็นบวก แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เมื่อตอนต้นปี’63 และชนะดัชนีผลตอบแทนรวม SET TRI ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.07% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน
ในฝั่งของบริษัทที่ได้รับการลงทุน (investees) ประโยชน์ที่บริษัทได้รับจากการประเมินหลักทรัพย์ ESG100 ประการแรก ได้แก่ การที่บริษัทจะได้รับทราบสถานะการดำเนินงานด้าน ESG ในปัจจุบันของกิจการด้วยชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นการประเมินอย่างอิสระโดยหน่วยงานภายนอก โดยใช้เกณฑ์และหลักการที่อ้างอิงตามแนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานสากล อาทิ WFE, GRI, SASB, UN PRI
ประการที่สอง เนื่องจากการประเมินหลักทรัพย์ ESG100 คำนึงถึงประเด็น ESG ที่มีนัยสำคัญตามบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม และต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กับธุรกิจแกนหลัก (core business) ขององค์กร นอกเหนือจากประเด็น ESG พื้นฐาน
ทำให้บริษัทสามารถนำผลการประเมินในรูปแบบของรายงานวิเคราะห์เชิงลึกไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนพัฒนาปรับปรุงเพื่อยกระดับการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ ESG ได้อย่างตรงจุด สอดคล้องกับบริบทเฉพาะองค์กร (company-specific) และบริบทเฉพาะอุตสาหกรรม (industry-specific) ควบคู่ไปพร้อมกัน
ประการที่สาม ด้วยเหตุที่การประเมินหลักทรัพย์ ESG100 ใช้ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะตามช่องทางที่บริษัทเผยแพร่เป็นปกติ ทำให้ไม่เป็นภาระแก่บริษัทในการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการประเมินเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ก็เป็นการกระตุ้นให้บริษัทพัฒนาการเปิดเผยข้อมูล ESG ต่อสาธารณะในรูปแบบรายงานความยั่งยืน หรือในแบบ 56-1
เพื่อให้มีข้อมูลที่สมบูรณ์และเพียงพอต่อการประเมิน ESG100 อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายอื่นที่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูล ESG ดังกล่าวด้วย