Skip to content

เปิดบัญชีค่าชดเชยกุนซือแมนฯยูฯ หลังหมดยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

06 ม.ค. 2569 | 15:02น.
เปิดบัญชีค่าชดเชยกุนซือแมนฯยูฯ หลังหมดยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

นับตั้งแต่หมดยุคป๋าเฟอร์กี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เงินจำนวนมหาศาลกับการเปลี่ยนผู้จัดการทีม ทว่าเสถียรภาพในสนามยังคงเป็นสิ่งที่แฟนบอลตามหาไม่เจอ

ผ่านมาแล้วกว่า 13 ปี นับตั้งแต่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่แฟนบอลยังไม่เห็นจนถึงวันนี้ คือคำว่า “เสถียรภาพ”

ล่าสุด “ปีศาจแดง” เพิ่งตัดสินใจปลดรูเบน อโมริม พ้นตำแหน่งเฮดโค้ช หลังพาทีมเสมอกับลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 สาเหตุที่ทำให้เขาโดนปลดพูดได้ไม่เต็มปากว่ามาจากผลงาน เพราะปัจจุบันปีศาจแดงอยู่อันดับที่ 6 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกตามหลังอันดับ 4 อย่างลิเวอร์พูลเพียง 3 คะแนน แต่สาเหตุสำคัญมันมาจากความขัดแย้งของผู้เป็นกุนซือกับบอร์ดบริหาร

จบไม่สวย พร้อมค่าชดเชยก้อนโต

อโมริม กุนซือวัย 40 ปี ชาวโปรตุกีส ถูกปลดหลังเกมพรีเมียร์ลีกที่แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่บุกเสมอลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 โดยก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเพิ่งให้สัมภาษณ์เดือดใส่สื่อ และพาดพิงถึงบอร์ดบริหารว่าทีมจำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม เพื่อให้เหมาะกับระบบถนัด 3-4-3

อย่างไรก็ตาม คำพูดดังกล่าวกลับเร่งให้บอร์ดตัดสินใจสั่งปลดทันที เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา

ค่าชดเชยเกือบ 10 ล้านปอนด์

รายงานจากเดอะ สปอร์ติ้ง นิวส์ ระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยให้อโมริม ราว 9.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 404 ล้านบาท) เนื่องจากสัญญาของเขายังเหลืออีก 77 สัปดาห์ ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2027 โดยเจ้าตัวรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 125,000 ปอนด์

นอกจากนี้ สโมสรยังต้องรับภาระค่าชดเชยทีมงานโค้ชอีก 5 ราย ซึ่งยิ่งทำให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายบานปลายมากขึ้น

เปิดบัญชีกุนซือแมนฯยูฯ หลังหมดยุคป๋า

นับตั้งแต่ปี 2013 แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้จัดการทีมถาวรไปแล้ว 7 คน และทุกคนล้วนจบลงด้วยค่าชดเชย ดังนี้

  • เดวิด มอยส์ – 5.2 ล้านปอนด์
  • หลุยส์ ฟาน กัล – 8.4 ล้านปอนด์
  • โชเซ มูรินโญ -19.6 ล้านปอนด์
  • โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ – 7.5 ล้านปอนด์
  • ราล์ฟ รังนิก – 14.7 ล้านปอนด์
  • เอริก เทน ฮาก – 17 ล้านปอนด์
  • รูเบน อโมริม – 12 ล้านปอนด์

รวมทั้งหมด 84.4 ล้านปอนด์ หรือราว 3,600 ล้านบาท

ทุ่มเงินมหาศาล แต่ปีศาจแดงยังไม่สามารถกลับมาอยู่จุดที่เคยอยู่

แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทุ่มเงินมหาศาลกับการเปลี่ยนกุนซือ แต่ผลงานในสนามยังสวนทางกับตัวเลขบนบัญชีอย่างสิ้นเชิง และคำถามเดิมก็ยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่า “ใครคือคนที่ใช่… และเมื่อไหร่ผีแดงจะกลับมามั่นคงอีกครั้ง ?”