เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โชว์ “ชุดไทยพระราชนิยม” 8 แบบ สู่เวทีโลกที่โตเกียว
ข่าวในพระราชสำนัก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โชว์ “ชุดไทยพระราชนิยม” 8 แบบ สู่เวทีโลกที่โตเกียว
ปฎิวัติรถเมล์กรุงเทพ ปีหน้าไม่มีแล้ว ‘รถร้อน’ ทุกคันติดแอร์ ค่าตั๋วเริ่มต้น 15 บาท
Economic ปฎิวัติรถเมล์กรุงเทพ ปีหน้าไม่มีแล้ว ‘รถร้อน’ ทุกคันติดแอร์ ค่าตั๋วเริ่มต้น 15 บาท
สมาคมภัตตาคารฯจี้ทวนเกณฑ์ “คนละครึ่ง พลัส” โวยร้านเล็กจด VAT ถูกตัดสิทธิ ชงใช้ขนาดกิจการแทน
Business สมาคมภัตตาคารฯจี้ทวนเกณฑ์ “คนละครึ่ง พลัส” โวยร้านเล็กจด VAT ถูกตัดสิทธิ ชงใช้ขนาดกิจการแทน
กทม. รวมพลัง 50 เขต คุมเข้มฝุ่น ตั้งทีมสารวัตรสิ่งแวดล้อม เปิดสงครามสู้หนู มุ่งเป้าเมืองสะอาด
News กทม. รวมพลัง 50 เขต คุมเข้มฝุ่น ตั้งทีมสารวัตรสิ่งแวดล้อม เปิดสงครามสู้หนู มุ่งเป้าเมืองสะอาด
เชียงใหม่เร่งแจง 19 โจทย์ ICOMOS ดันแผนแม่บทมรดกโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งแจง 19 โจทย์ ICOMOS ดันแผนแม่บทมรดกโลก
เริ่มแล้ว “บ้านชาวไทย คลองหลวง” เปิดให้เซ็น-รับใบจอง ยื่นเอกสารพิจารณาสินเชื่อ
Real Estate เริ่มแล้ว “บ้านชาวไทย คลองหลวง” เปิดให้เซ็น-รับใบจอง ยื่นเอกสารพิจารณาสินเชื่อ
ชลบุรี เดินหน้าจัด Tomorrowland Thailand  คาดปีแรกสะพัดกว่า 5 พันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ชลบุรี เดินหน้าจัด Tomorrowland Thailand คาดปีแรกสะพัดกว่า 5 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 950 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 950 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ธปท. ชี้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐ ไม่กดดันเงินไหลออก-ค่าเงินบาท
Finance ธปท. ชี้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐ ไม่กดดันเงินไหลออก-ค่าเงินบาท
Fitch ปรับเพิ่ม outlook ไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+
Finance Fitch ปรับเพิ่ม outlook ไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+
ดูทั้งหมด

‘เซอร์’ บรรดาศักดิ์พระราชทานเหล่าตำนาน ‘ลูกหนังโลก’

15 มิ.ย. 2569 | 17:01น.

ในโลกของฟุตบอลแฟนบอลมักจะได้ยินคำนำหน้าชื่อของบุคลากรระดับตำนานหลายคนว่า “ท่านเซอร์” (Sir) ไม่ว่าจะเป็น เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน หรือกุนซือคนล่าสุดอย่าง เซอร์แกเร็ธ เซาท์เกต

แต่เคยสงสัยกันไหมว่า บรรดาศักดิ์พระราชทานนี้มีที่มาอย่างไร? ทำไมคนในวงการฟุตบอลถึงได้ยศอัศวิน? และต้องสร้างผลงานระดับไหนถึงจะได้รับการแต่งตั้ง? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของ ท่านเซอร์ วงการฟุตบอล ที่คอลูกหนังไม่ควรพลาด

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษ

หากย้อนกลับไปในยุคกลาง บรรดาศักดิ์ อัศวิน คือเกียรติยศที่กษัตริย์จะพระราชทานให้แก่นักรบผู้กล้าที่จับดาบขี่ม้าออกปกป้องราชบัลลังก์

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ในปี 1917 สมัยพระเจ้าจอร์จที่ 5 ประเพณีโบราณนี้ถูกปรับเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบของ เครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษ (Order of the British Empire) เพื่อมอบให้แก่ผู้ทำความดีความชอบและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติในสาขาต่างๆ กีฬาฟุตบอล คือหนึ่งในนั้น

โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์หลักจะแบ่งออกเป็น 5 ชั้น (เรียงจากระดับเริ่มต้นถึงสูงสุด) ดังนี้:

  1. MBE (Member)
  2. OBE (Officer)
  3. CBE (Commander)
  4. KBE (Knight Commander)
  5. GBE (Knight Grand Cross)

ตามกฎของราชสำนักอังกฤษ จะมีเพียงผู้ที่ได้รับเครื่องราชฯ ชั้น KBE และ GBE เท่านั้นที่จะได้ยศอัศวินและใช้คำว่า ‘เซอร์’ นำหน้าชื่อ แต่ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลแทบไม่มีใครได้รับเครื่องราชฯ สองชั้นนี้เลย เนื่องจากมักจะมอบให้ข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมืองเป็นหลัก (มีเพียง เปเล่ ราชาลูกหนังโลกชาวบราซิลที่ได้รับชั้นอัศวินกิตติมศักดิ์ แต่เนื่องจากไม่ใช่ชาวอังกฤษ จึงไม่มีคำว่าเซอร์นำหน้าชื่อ)

Knight Bachelor ช่องทางที่ทำให้ได้เป็น ‘ท่านเซอร์’

บุคลากรในวงการฟุตบอลส่วนใหญ่จะไต่ระดับเครื่องราชฯ ขึ้นไปสูงสุดกันแค่ชั้น CBE หรือต่ำกว่านั้น แต่พวกเขาจะได้รับพระราชทานเกียรติยศเพิ่มเติมนอกทำเนียบเครื่องราชฯ เป็นกรณีพิเศษ ที่เรียกว่า ‘Knight Bachelor’ (อัศวินชั้นตรี) ซึ่งเป็นบรรดาศักดิ์อัศวินโบราณอย่างเป็นทางการที่ทำให้สามารถใช้คำว่า ‘เซอร์’ (Sir) นำหน้าชื่อได้เช่นเดียวกัน

ทำเนียบ ‘ท่านเซอร์’ วงการฟุตบอล

เซอร์ สแตนลีย์ แมตทิวส์ (Sir Stanley Matthews) – ได้รับปี 1965

ตำนานปีกขวาจอมเลื้อยของสโต๊ค ซิตี้ และแบล็คพูล เจ้าของฉายา “พ่อมดนักเลี้ยงบอล” (The Wizard of the Dribble) ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลบัลลงดอร์ (Ballon d’Or) คนแรกของโลกในปี 1956

ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นอัศวินเป็น ‘ท่านเซอร์’ จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เนื่องในวาระต้อนรับปีใหม่ปี 1965 ส่งผลให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ได้รับยศอัศวินในขณะที่ยังค้าแข้งอยู่ ก่อนจะรูดม่านปิดฉากแขวนสตั๊ดด้วยการลงเล่นนัดสุดท้ายในวัย 50 ปี

เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ (Sir Alf Ramsey) – ได้รับปี 1967

ยอดผู้จัดการทีมผู้จารึกชื่อเป็น กุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ พาทีมฟุตบอลทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1966 ซึ่งเป็นแชมป์โลกครั้งแรกของประเทศ

จากความสำเร็จอันเป็นตำนานที่พลิกโฉมหน้าวงการลูกหนังเมืองผู้ดี ทำให้เขาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นอัศวินเป็น ‘ท่านเซอร์’ จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 1967 เพื่อเป็นเกียรติยศแก่การสร้างชื่อเสียงอันประเมินค่าไม่ได้ให้แก่ชาติบ้านเมือง หลังจากจบทัวร์นาเมนต์ประวัติศาสตร์เพียงแค่ปีเดียว

เซอร์ แมตต์ บัสบี้ (Sir Matt Busby) – ได้รับปี 1968

พาสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์ เป็นสโมสรจากอังกฤษทีมแรกที่คว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพ (European Cup) ได้สำเร็จในเดือนพฤษภาคม 1968 จากชัยชนะเบนฟิกา 4-1 ที่สนามเวมบลีย์

ก่อนหน้านี้ เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ ได้รับบรรดาศักดิ์จากการพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์โลก แต่เซอร์ แมตต์ บัสบี้ คือผู้จัดการทีมฟุตบอลในระดับสโมสรคนแรกของสหราชอาณาจักรที่ได้รับเกียรติยศชั้นอัศวินนี้

นอกจากเรื่องน่าดีใจ ก็มีเรื่องน่าตกใจเช่นกัน เพราะเส้นทางชีวิตของบัสตี้เกือบไม่รอดจากโศกนาฏกรรมทางอากาศที่มิวนิกปี 1958 (เหตุการณ์เครื่องบินตกที่คร่าชีวิตลูกทีม Busby Babes ไปเกือบทั้งทีม) แต่เขารักษาตัวจนรอดชีวิตมาได้ และใช้เวลาเพียง 10 ปีในการสร้างทีมขึ้นมาใหม่จากศูนย์ จนก้าวไปสู่จุดสูงสุดของยุโรปได้ในปี 1968

เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน (Sir Bobby Charlton) – ได้รับปี 1994

นักฟุตบอลคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ‘ท่านเซอร์’ ต่อจาก เซอร์ สแตนลีย์ แมตทิวส์ (Sir Stanley Matthews) ที่ได้รับในปี 1965

เขาคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่มิวนิกปี 1958 และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดคนหนึ่งในการพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1966 ควบคู่กับรางวัลบัลลงดอร์ (Ballon d’Or) ในปีเดียวกัน

นอกเหนือจากความสำเร็จกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติแล้ว เหตุผลที่เขาได้รับตำแหน่งในปี 1994 เป็นเพราะบทบาทการเป็นทูตขับเคลื่อนวงการกีฬาอังกฤษ งานการกุศล และการผลักดันให้เมืองแมนเชสเตอร์ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาในระดับสากล

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (Sir Alex Ferguson) – ได้รับปี 1999

ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินชั้นตรี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 1999 หลังจากสร้างประวัติศาสตร์พาสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ‘ทริเปิลแชมป์’ ทั้งพรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จในฤดูกาล 1998–1999

สำหรับพิธีพระราชทานยศอัศวิน โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังบักกิงแฮม ในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน (20 กรกฎาคม 1999) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพผู้จัดการทีมของเขา

เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน (Sir Bobby Robson) – ได้รับปี 2002

ผู้สร้างเกียรติประวัติยิ่งใหญ่ทั่วยุโรป ดคุมสโมสรยักษ์อย่าง พีเอสวี, ปอร์โต้, บาร์เซโลน่า และนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาแล้ว รวมถึงการพาทัพทีมชาติอังกฤษไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 1990

ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินในปี 2002 โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในรายการ Queen’s Birthday Honours

เซอร์ เคนนี่ ดัลกลิช (Sir Kenny Dalglish) – ได้รับปี 2018

คิง เคนนี่ คิงผู้เป็นที่รักยิ่งของลิเวอร์พูล ผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดด้วยการพาสโมสรคว้าแชมป์มากมายทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม

ได้รับแต่งตั้งเป็นอัศวินในปี 2018 เพราะมาจากความทุ่มเทและอุทิศตนเพื่อการกุศลอย่างยาวนาน

โดยเฉพาะการก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง และการยืนหยัดเคียงข้างต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียในโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรห์ จนกลายเป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งเมืองลิเวอร์พูล

เซอร์ แกเร็ธ เซาท์เกต (Sir Gareth Southgate) – ได้รับปี 2025

อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ รับการประกาศแต่งตั้งเป็นอัศวิน ในรายการ King’s New Year Honours ประจำปี 2025 โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (King Charles III) เพื่อยกย่องคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อวงการฟุตบอลอังกฤษ

ผลงานชิ้นโบแดงของเขาคือการพาทีมชาติอังกฤษเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร (UEFA Euro) ได้ถึงสองสมัยติดต่อกัน (ปี 2020 และ 2024)

รวมถึงการพาทีมคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งนับเป็นยุคที่ทีมชาติประสบความสำเร็จและมั่นคงที่สุดนับตั้งแต่ชุดแชมป์โลกปี 1966

โดยก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น OBE มาแล้วในปี 2019

สำหรับพิธีพระราชทานยศอัศวิน จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังวินด์เซอร์ ในเดือนมิถุนายน 2025 โดยมี เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Wales) ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีใช้พระแสงดาบแตะบ่าเชิดชูเกียรติในครั้งนี้

เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม (Sir David Beckham) – ได้รับปี 2025

ได้รับการประกาศรายชื่อแต่งตั้งในรายการ King’s Birthday Honours เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2025 (หลังจากที่เขาเคยได้รับเครื่องราชฯ ชั้น OBE มาตั้งแต่ปี 2003 เป็นการรอคอยมานานกว่า 22 ปี) และได้เข้าพิธีรับพระราชทานยศอัศวิน ด้วยการใช้พระแสงดาบแตะบ่า ณ พระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (King Charles III) ทรงเป็นผู้โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศอัศวินให้ และทรงประกอบพิธีพระราชทานยศด้วยพระองค์เอง ณ พระราชวังวินด์เซอร์

เดวิด เบ็คแฮม ได้รับแต่งตั้งในฐานะอัศวินชั้นตรี จากคุณูปการอย่างใหญ่หลวงใน 2 ด้านหลักๆ คือ

  1. ด้านกีฬา: ในฐานะอดีตนักฟุตบอลระดับตำนานและอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษผู้ลงเล่นให้ทัพสิงโตคำรามมากถึง 115 นัด
  2. ด้านการกุศล : จากการอุทิศตนทำงานร่วมกับองค์การกุศลระดับโลกอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ UNICEF มานานกว่า 20 ปี การทำงานร่วมกับมูลนิธิ Malaria No More เพื่อขจัดโรคมาลาเรีย รวมถึงบทบาทการเป็นแอมบาสเดอร์ให้กับมูลนิธิ The King’s Foundation ของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 อีกด้วย

ทำเนียบนักเตะชื่อดังกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอื่นๆ

แม้จะยังไม่ได้คำนำหน้าว่าท่านเซอร์แต่การได้รับเครื่องราชฯ ชั้นอื่นๆ ก็ถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแก่วงศ์ตระกูล โดยมีซูเปอร์สตาร์ชั้นนำที่พวกเราคุ้นชื่อได้รับพระราชทานมากมาย:

ชั้น MBE: สตีเวน เจอร์ราร์ด, แฮร์รี่ เคน, แกเร็ธ เบล, มาร์คัส แรชฟอร์ด (จากแคมเปญช่วยเหลืออาหารกลางวันเด็กช่วงโควิด-19)

ชั้น CBE: อลัน เชียเรอร์, เดนิส ลอว์, ปีเตอร์ ชิลตัน

ชั้น OBE: ไรอัน กิ๊กส์, แฟรงค์ แลมพาร์ด, เเควิน คีแกน, เจอร์เมน เดโฟ