บริษัทเอไอเล็ก ๆ Perplexity ยื่นดีลซื้อ Chrome เว็บบราวเซอร์อันดับหนึ่งของโลกจาก Google ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการสู้คดี “ผูกขาด” ตลาดอินเทอร์เน็ต-เสิร์ชเอ็นจิน
เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา Perplexity ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อขอซื้อ Chrome เว็บบราวเซอร์ซึ่งมีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกจาก Google
Perplexity เป็นบริษัทสตาร์ตอัพที่กำลังเป็นดาวรุ่งจากโปรดักส์เครื่องมือค้นหาด้วยเอไอ Generative AI Search Engine ที่มูลค่าบริษัทตอนนี้อยู่ที่ 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่กลับทำข้อเสนอมูลค่าสูงถึง 34,500 ล้านเหรัยญสหรัฐ หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท (ตลาดประเมินมูลค่าไว้ที่ 2-5 หมื่นล้านเหรียญ) นับว่าสูงกว่ามูลค่าบริษัทตัวเองเสียอีก
เหตุการณ์นี้นับว่าสำทับสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีของ Google ที่ถูกตัดสินว่ามีพฤติกรรม “ผูกขาด” ตลาดอินเทอร์เน็ตและเครื่องมือค้นหาหรือเสิร์ชเอ็นจิน เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมานี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้เร่งเร้าให้ Google ขายธุรกิจเสิร์ชเอ็นจินออก เพื่อแบ่งปันอัลกอริทึ่มและข้อมูลเกี่ยวกับการโฆษณาให้กับคู่แข่ง
แม้ว่าทาง Google จะพยายามยื้อและยื่นอุทธรณ์อุตลุต แต่ทีท่าของบริษัทคู่แข่งหลายรายก็ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาคอยท่าแล้ว รายแรก ๆ เป็น Yahoo คู่แข่งเก่าแก่ของ Google รวมถึง OpenAI ที่แสดงทีท่าว่าสนใจเข้ามาแบ่งเค้กเช่นกัน
ข้อเสนอขอซื้อ Chrome ที่จะถูกกำหนดด้วยการตัดสินคดีขั้นสูงสุดจากศาล ซึ่งจะนำไปสู่การปิดตำนาน Google Chrome เพราะเรายังไม่เห็นแผนการว่าผู้ที่อาจเป็นเจ้าของรายใหม่ของ Chrome จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่การขย่ม Google ด้วยการสูญเสีย Chrome เท่านั้น แต่การพิจารณาคดีของศาลอาจส่งผลไปยังการผูกขาดตลาดอีกแห่งที่ใหญ่มากสำหรับ Google นั่นคือ ระบบปฏิบัติการ Android ที่อาจเป็นเป้าหมายต่อไปในการถูกบังคับขาย
Google Chrome : อังกฤษเล็งตั้งสถานะพิเศษ
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า อัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทแม่กูเกิล (Google) เตรียมเจอการตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสิร์ชออนไลน์ และธุรกิจโฆษณา จากหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของอังกฤษ
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดและการแข่งขันของอังกฤษ (CMA) ออกแถลงการณ์ในวันที่ 24 มิถุนายน 2025 ว่า กำลังกังวลต่อความเป็นธรรมด้านผลการค้นหา และต้นทุนค่าโฆษณาที่สูง รวมถึงรูปแบบเนื้อหาที่แสดงผ่านผลการเสิร์ชด้วยเอไอ (AI)
หน่วยงานดังกล่าวเสนอให้ตั้งสถานะกูเกิลเป็น “Strategic Market Status” ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานมีอำนาจในการเรียกร้องข้อมูล และควบคุมกูเกิลได้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลชี้ชะตาในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ซึ่งท้าทายการดำเนินกิจการของกูเกิลอย่างมาก
โดยทางกูเกิลแย้งว่า ข้อเสนอของหน่วยงานจากอังกฤษกินความกว้างเกินไป และอาจมีการแทรกแซงลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานได้
ไม่เพียงเท่านั้น กูเกิลต้องเผชิญกับค่าปรับกว่า 4,100 ล้านยูโร (ราว 155,000 ล้านบาท) จากหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของสหภาพยุโรป (EU) ขณะที่ศาลสหรัฐกำลังพิจารณาว่าควรแยก โครม (Chrome) ออกจากกิจการของบริษัทหรือไม่
หน่วยงานกำกับตลาดของอังกฤษจะยังคงปรึกษากันก่อน จนกว่าจะถึงวันตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือ เพื่อมอบความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใช้งานเสิร์ชเอนจิ้นในอังกฤษ และบรรดาเว็บไซต์
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หน่วยงานยังเตรียมที่จะจัดการกับประเด็นอำนาจการต่อรองของกูเกิลต่อบรรดาเว็บไซต์ บริษัทคู่แข่ง และการควบคุมเม็ดเงินโฆษณา
ทั้งนี้ โฆษกกูเกิลกล่าวว่า การกำกับดูแลอาจทำให้อังกฤษเสียผลประโยชน์จากการไม่ได้ใช้งานนวัตกรรมล่าสุดของกูเกิล และหวังว่าจะมีการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม และมีหลักฐานรองรับเพียงพอ เพื่อไม่เป็นการขวางกั้นการเติบโตของกูเกิลในอังกฤษ
