หมอสรณ ยืนยันไม่ยอมรับมติ “สละสิทธิ” ประธาน กสทช. หลังประชุมบอร์ดล่ม
การประชุมบอร์ด กสทช. ล่ม นพ.สรณ ยัน บอร์ด กสทช. ยังต้องมาประชุมตามนัดหมาย และย้ำ ยังไม่อาจยอมรับอำนาจ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่มีมติให้สละสิทธิ เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม พร้อมเผยอยู่ระหว่างยื่นต่อสู้ศาลปกครองในช่วง 90 วัน
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยว่า ยังไม่อาจยอมรับอำนาจ ของกรรมการสรรหา กสทช. และกำลังเตรียมดำเนินการยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองใน 90 วัน และว่า การพ้นจากตำแหน่งมีกระบวนการต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ และโปรดเกล้าฯ เพื่อให้มีพระราชโองการพ้นจากตำแหน่ง
ระหว่างนี้การประชุมบอร์ด กสทช. เรื่องที่สำคัญยังต้องดำเนินอยู่ เพื่อประโยชน์ของประเทศและอุตสาหกรรม เรื่องเร่งด่วน เช่น การขยายเวลาหมดอายุของดาวเทียมไทยคม 4 หรือวาระพิจารณาแผนแม่บททีวีดิจิทัล เป็นต้น
การแถลงจุดยืนนี้ เกิดขึ้นหลังการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ครั้ง 22/2569 ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้
เนื่องจากกรรมการที่มาแสดงตน 3 ราย เห็นว่า หลังมติกรรมการสรรหา กสทช. มีมติว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้าม ถือว่าสละสิทธิ กสทช. ตั้งแต่ต้น ทำให้การเข้าร่วมประชุมกับ นพ.สรณ มีความสุ่มเสี่ยง กรรมการ กสทช. 3 รายจึงได้ออกจากห้องประชุม โดยอ้างว่าได้ทำหนังสือลาประชุมแล้ว ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ไม่สามารถดำเนินการได้ และให้นัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2569
นพ.สรณระบุด้วยว่า การทำหน้าที่ประธาน กสทช. เป็นพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ดังนั้นจนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ระหว่างนี้ กสทช. ยังต้องทำตามหน้าที่ประชุมตามนัดหมาย เพื่อไม่ให้เข้าข่ายการละเว้นปฏิบัติหน้าที่
“อย่างที่ผมเรียนไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าพระบรมราชโองการ คำวินิจฉัยก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าพระบรมราชโองการ ยังต้องปฏิบัติตามหน้าที่จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะที่ผ่านมาก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มาทำหน้าที่ให้มาใช้ดุลพินิจ”
ขณะที่ กรรมการ กสทช. 3 ราย ได้แก่ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และพลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ได้ออกมาชี้แจงหลังเดินออกจากห้องประชุมบอร์ด ว่า ไม่อาจเข้าร่วมประชุมกับประธาน กสทช. ได้ และเตรียมหนังสือลาประชุมไว้แล้ว
กสทช. พิรงรอง ระบุว่า
“เรามีเจตนาที่ชัดเจนว่าเราต้องการประชุม จึงมาแสดงตัว แต่ถ้าเกิดเราไปร่วมประชุมก็จะมีความสุ่มเสี่ยงทางกฎหมาย ยิ่งกรณีมีการลงมติ และถ้าเกิดคนหนึ่งที่ร่วมลงมติไม่มีสภาพทางกฎหมาย คนอื่นก็จะได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย”
“ดิฉันจำเป็นจะต้องมาประชุมอยู่แล้ว อยากให้การประชุมเกิด จริง ๆ มีแนวทางที่เราสามารถที่จะประชุมได้ ที่สำคัญเรายืนยันว่า เรามีเจตนาที่จะมาประชุม และมาพิจารณาตามวาระ ภาพมันออกมาว่าเราเดินออกจริง ๆ เราลาประชุม ทุกคนมีใบลาที่ทำไว้ และจะยื่นให้ท่านเลขาฯ”
ด้าน กสทช. ธนพันธุ์ ระบุว่า
“สภาพของเราตอนนี้มันเหมือนโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ถ้าไม่มาก็หาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ถ้ามาแล้วร่วมประชุมก็โดนว่ารู้ทั้งรู้ว่าอาจไม่มีสภาพเป็น ประธาน กสทช. แล้วยังปล่อยให้ทำหน้าที่”