เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Economic “ชัชชาติ” คาด 2 วัน ถนนสายหลักแห้ง 90% เร่งกู้พื้นที่แอ่งกระทะ “คลองจั่น-ร่มเกล้า”
การรถไฟฯ อัพเดต 8 ขบวนรถไฟสายตะวันออก ปรับแผนเดินรถหลังน้ำท่วม 29 ก.ย. 69
News การรถไฟฯ อัพเดต 8 ขบวนรถไฟสายตะวันออก ปรับแผนเดินรถหลังน้ำท่วม 29 ก.ย. 69
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,600 บาท
ปิดชั่วคราว “ผาดอกเสี้ยว-น้ำตกแม่ยะ” ดอยอินทนนท์ หลังฝนถล่มต่อเนื่อง
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดชั่วคราว “ผาดอกเสี้ยว-น้ำตกแม่ยะ” ดอยอินทนนท์ หลังฝนถล่มต่อเนื่อง
COM7 ตั้ง ‘ยูฟัน มันนี่’ รุกเช่าซื้อไอที ดึง PLANB ลงทุน iCare 860 ล้าน
Finance COM7 ตั้ง ‘ยูฟัน มันนี่’ รุกเช่าซื้อไอที ดึง PLANB ลงทุน iCare 860 ล้าน
โป๊ปเลโอเตือน! AI อาจสร้าง ‘วิมานจักรกล’ กลืนกินมนุษยชาติ จี้เร่งคุมเข้มจริยธรรมเทคโนโลยี
Tech โป๊ปเลโอเตือน! AI อาจสร้าง ‘วิมานจักรกล’ กลืนกินมนุษยชาติ จี้เร่งคุมเข้มจริยธรรมเทคโนโลยี
คมนาคมจี้การบินไทย เคลียร์สัมภาระตกค้าง ย้ำต้องรับผิดชอบชดเชยผู้โดยสาร
Politics คมนาคมจี้การบินไทย เคลียร์สัมภาระตกค้าง ย้ำต้องรับผิดชอบชดเชยผู้โดยสาร
ไชยชนก โต้ข่าวปลอมชง ครม. ของบ 497 ล้าน ร่วม Tomorrow.io ทำระบบพยากรณ์เท่า NASA
Politics ไชยชนก โต้ข่าวปลอมชง ครม. ของบ 497 ล้าน ร่วม Tomorrow.io ทำระบบพยากรณ์เท่า NASA
ปรากฏการณ์ ‘เนเน่’ กวาด 105 ล้านเอ็นเกจเมนต์ สะท้อนพลังแห่งความภาคภูมิใจ
News ปรากฏการณ์ ‘เนเน่’ กวาด 105 ล้านเอ็นเกจเมนต์ สะท้อนพลังแห่งความภาคภูมิใจ
รัฐบาล คาดปัญหาสัมภาระล้าช้าที่สนามบิน 1 สัปดาห์คลี่คลาย
Politics รัฐบาล คาดปัญหาสัมภาระล้าช้าที่สนามบิน 1 สัปดาห์คลี่คลาย
ดูทั้งหมด

GSMA ผ่าโครงสร้างภัยไซเบอร์ไทย แนะยกระดับ AI – Open Gateway สู้มิจฉาชีพข้ามพรมแดน

13 ส.ค. 2569 | 15:31น.

GSMA ฉายภาพภัยไซเบอร์ไทยและระดับภูมิภาค ชี้ “Scam Economy” โตแรงตามสปีดเทคโนโลยี Generative AI และ 5G ดันมิจฉาชีพสร้าง Deepfake – SMS หลอกลวงแนบเนียน ชูเทคโนโลยี Open Gateway – AI ชิลด์ ดันค่ายมือถือเป็นเกราะด่านแรก พร้อมเตือนธุรกิจ SME ปรับนโยบายความปลอดภัยไซเบอร์เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องไอที

นายจูเลียน กอร์แมน (Julian Gorman) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Head of Asia Pacific) ของ GSMA สมาคมผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับโลก ได้เปิดเผยมุมมองด้านความเสี่ยงไซเบอร์ของไทยตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน ลงไปถึงระดับธุรกิจ พร้อมแนวทางรับมือในยุคที่เทคโนโลยีและอาชญากรรมเติบโตควบคู่กัน

‘เศรษฐกิจหลอกลวง’ โตเร็วตามโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

กอร์แมนมองว่า ความท้าทายด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในไทยสะท้อนแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่นำไปสู่การเติบโตอย่างรวดเร็วของสิ่งที่เรียกว่า ‘เศรษฐกิจหลอกลวง’ หรือ scam economy ปัจจุบันกว่า 90% ของการหลอกลวงมีต้นตอมาจาก Social Engineering หรือรูปแบบการหลอกลวงโดยอาชญากรไซเบอร์ ซึ่งมีความซับซ้อนและสร้างความเสียหายทั้งต่อบุคคลและองค์กร และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ Generative AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้การเรียนรู้เชิงลึก เข้ามาทำให้มิจฉาชีพสร้างการหลอกลวงที่แนบเนียนกว่าเดิม ทั้งการปลอมตัวตนและการสร้างคอนเทนต์ Deepfake ขณะเดียวกัน การขยายตัวของเทคโนโลยีอย่าง 5G, IoT และคลาวด์ ก็เป็นการเพิ่ม ‘พื้นผิวการโจมตี’ (Attack Surface) ให้กว้างขึ้น เปิดทางให้อาชญากรไซเบอร์เข้าถึงองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไม่ว่าจะผ่านการเจาะข้อมูลหรือการรบกวนระบบ

อีกประเด็นที่กอร์แมนย้ำคือความปลอดภัยของบริการดิจิทัลพื้นฐาน เช่น ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และดิจิทัลแบงก์กิ้ง เพราะเมื่อระบบเหล่านี้เชื่อมโยงกันมากขึ้น หากพบจุดอ่อนเพียงเล็กน้อยก็ทำลายระบบได้เช่นกัน “ความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทั้งการปกป้องเครือข่ายและระบบ การมอบเครื่องมือที่เหมาะสมให้ผู้ใช้ และการสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้แต่ละคนป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น” กอร์แมนกล่าว

จูเลียน กอร์แมน (Julian Gorman)

ไทย ‘แนวหน้า’ สงครามไซเบอร์ระดับภูมิภาค

ในมุมมองของ GSMA ไทยถือเป็นประเทศที่อยู่แนวหน้าที่ต้องรับมือกับภัยไซเบอร์ระดับภูมิภาค ส่วนหนึ่งเป็นผลจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้กับเครือข่ายมิจฉาชีพข้ามพรมแดน GSMA ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในไทยเพื่อเสริมความร่วมมือ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามข้ามพรมแดน และหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ต้องพัฒนาต่อคือระบบตรวจจับที่แม่นยำขึ้น พร้อมลดการแจ้งเตือนผิดพลาด เพื่อให้สามารถรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โทรคม เกราะป้องกันด่านแรก

กอร์แมนอธิบายว่า โจทย์ในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปกป้องเครือข่ายให้มีความปลอดภัยเท่านั้น ยังรวมถึงการป้องกันไม่ให้เครือข่ายถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วย ผู้ให้บริการมือถือจึงเดินหน้านำเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้มากขึ้น เช่น ระบบกรองสแปมและการแจ้งเตือนสายหรือข้อความที่น่าสงสัย เพื่อปกป้องผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์

มาตรการเฉพาะทางที่ผู้ให้บริการหลายรายนำมาใช้ ได้แก่ การลบลิงก์ออกจากข้อความ SMS เพื่อลดความเสี่ยงจาก Phishing และการตรวจจับอุปกรณ์ผิดกฎหมาย เช่น SMS Blaster ที่อาศัยช่องโหว่ของเทคโนโลยียุคเก่าในการส่งข้อความหลอกลวงจำนวนมาก นอกจากนี้ ผู้ให้บริการยังทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด รวมถึงการจำกัดการเข้าถึงอุปกรณ์ที่ถูกใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์

เทคโนโลยีสำคัญที่ GSMA ผลักดัน คือโครงการ Open Gateway API ซึ่งเปิดให้ผู้ให้บริการมือถือแบ่งปันข้อมูลสำคัญอย่างปลอดภัยกับพันธมิตรที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคารหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ตัวอย่างการใช้งาน เช่น การตรวจจับการสลับซิม (SIM Swap Fraud) การยืนยันหมายเลขโทรศัพท์แบบไร้รอยต่อ และการใช้ข้อมูลตำแหน่งเพื่อประเมินความเสี่ยงของธุรกรรมได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ในเรื่องความน่าเชื่อถือของการสื่อสาร GSMA กำลังนำร่องโซลูชัน Verified Calling ซึ่งใช้ระบบสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนคล้าย ‘เครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน’ สำหรับสายโทรเข้าและข้อความ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบตัวตนของผู้ส่งได้ ควบคู่กับมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นในระดับเครือข่าย เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของ SMS จำนวนมากได้ว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้จริง

ที่น่าสนใจคือการป้องกันขั้นสูงที่บางผู้ให้บริการเริ่มนำมาใช้ เช่น การไม่ส่ง OTP ไปยังผู้ใช้หากตรวจพบว่ากำลังอยู่ระหว่างสายโทรศัพท์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหลอกลวงระหว่างที่มิจฉาชีพกำลังพูดคุยกับเหยื่อ หรือการใช้ API แจ้งเตือนธนาคารเมื่อลูกค้ากำลังอยู่ในสาย เพื่อให้ธนาคารประเมินความเสี่ยงของธุรกรรมได้ทันท่วงที รวมถึงเทคโนโลยี Silent Number Verification ที่ช่วยยืนยันตัวตนโดยไม่ต้องให้ผู้ใช้กรอก OTP เอง ซึ่งช่วยทั้งด้านความปลอดภัยและประสบการณ์การใช้งาน

กอร์แมนยังชี้ให้เห็นบทบาททั้งสองด้านของ AI ในโลกไซเบอร์ ด้านหนึ่งช่วยให้มิจฉาชีพสร้างการหลอกลวงที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ทั้งการเลียนแบบภาษา พฤติกรรม และตัวตน แต่อีกด้านหนึ่ง AI ก็เป็นเครื่องมือป้องกันที่ทรงพลังไม่แพ้กัน โดยผู้ให้บริการมือถือใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมเครือข่ายและตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ ด้วยการประมวลผลข้อมูลปริมาณมากและหลายตัวแปรพร้อมกัน ทำให้สามารถระบุรูปแบบที่น่าสงสัยซึ่งอาจถูกมองข้ามได้ง่าย ๆ “อาชญากรรมไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศเดียวหรืออุตสาหกรรมเดียว อาชญากรไซเบอร์ทำงานข้ามพรมแดนและข้ามแพลตฟอร์ม การร่วมมือและแบ่งปันข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการปิดช่องโหว่ที่พวกเขามักใช้ประโยชน์” กอร์แมน กล่าว

ธุรกิจ SMEs ต้องเริ่มจากพื้นฐาน

เมื่อลงมาถึงระดับผู้ประกอบการ กอร์แมนย้ำว่าความปลอดภัยไซเบอร์เริ่มต้นจากความตระหนักรู้และแนวปฏิบัติพื้นฐาน แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กก็สามารถยกระดับความปลอดภัยได้อย่างมีนัยสำคัญด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เช่น การใช้รหัสผ่านที่รัดกุม การเปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) และการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและทำให้พนักงานเข้าใจวิธีรับมือกับภัยคุกคาม บางองค์กรถึงขั้นจัดการทดสอบ Phishing จำลองเพื่อสร้างความตระหนักและความพร้อม “ความปลอดภัยไซเบอร์ควรเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในชีวิตประจำวัน ไม่ต่างจากแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยในโลกกายภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการสร้างพฤติกรรมที่ถูกต้อง” กอร์แมน กล่าวเสริม

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจครอบครัวที่ขาดความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค กอร์แมนแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากโซลูชันสำเร็จรูปที่ผู้ให้บริการออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและปลอดภัยโดยพื้นฐานอยู่แล้ว ทั้งนี้ กอร์แมนเตือนว่าต้องหาจุดสมดุลระหว่างการสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงกับการไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและตระหนักว่าความปลอดภัยไซเบอร์ในวันนี้เป็นประเด็นเรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) ไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่าย IT อีกต่อไป

โครงสร้างพื้นฐาน – ความร่วมมือ – ความสมดุลระดับนโยบาย

ในระดับมหภาค กอร์แมนระบุว่าสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยจำเป็นในการส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัย ครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึงคลื่นความถี่ การสนับสนุนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไปจนถึงการลดช่องว่างของการเข้าถึงดิจิทัล (Digital Inclusion)

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม สถาบันการเงิน และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยกอร์แมนย้ำว่าความร่วมมือทั้งข้ามภาคส่วนและข้ามพรมแดนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะภัยไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ทั้งนี้ ริเริ่มอย่างหน่วยงานเฉพาะกิจต่อต้านการหลอกลวงระดับภูมิภาค (Regional Anti-Scam Task Forces) และกรอบการทำงาน Open Gateway API คือกลไกที่กำลังช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว พร้อมสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัย นวัตกรรม และการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

ความปลอดภัยทางไซเบอร์ = ความรับผิดชอบของทุกคน

ปิดท้ายบทสัมภาษณ์ กอร์แมนฝากข้อความถึงชาวไทยว่า ความปลอดภัยไซเบอร์เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน โลกดิจิทัลเปรียบเสมือนชุมชนหนึ่ง ที่ทุกคนล้วนมีบทบาทในการช่วยกันดูแลให้ปลอดภัย แม้เศรษฐกิจดิจิทัลจะสร้างโอกาสมหาศาล แต่ก็จำเป็นที่ทุกคนต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกัน “ด้วยการทำงานร่วมกันและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากขึ้นได้” กอร์แมนกล่าวทิ้งท้าย พร้อมย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้เผชิญความท้าทายนี้เพียงลำพัง เพราะ GSMA พร้อมสนับสนุนทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือ การแบ่งปันองค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI ภัยไซเบอร์ มิจฉาชีพ