นิวซีแลนด์ศูนย์กลาง ‘เกม และ VFX โลก’ ส่งออกไร้น้ำหนัก ดันเศรษฐกิจ 1.9 หมื่นล้าน
ย้อนรอยหมุดหมายสำคัญในปี 2024 ของกรุงเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ กลยุทธ์เศรษฐกิจดิจิทัลที่พาชูความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตเกม VFX และแอนิเมชั่นระดับโลก ต่อยอดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดั้งเดิมสู่ “ธุรกิจส่งออกไร้น้ำหนัก” ล่าสุดขับเคลื่อนรายได้ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือราว 19,510 ล้านบาท กลายเป็นโมเดลต้นแบบการสร้างรายได้ต่างประเทศของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปัจจุบัน
จากเมืองภาพยนตร์ UNESCO สู่ ‘เกมและดิจิทัลคอนเทนต์’
กรุงเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ หรือที่รู้จักในชื่อภาษาเมารีว่า “Aotearoa” ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น ‘UNESCO City of Film’ ตั้งแต่ปี 2019 และเป็นฐานการผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar และ The Lord of the Rings ได้เริ่มเดินหน้ารุกหนักในอุตสาหกรรมเกมและดิจิทัลซอฟต์แวร์อย่างเป็นทางการในช่วงปี 2024
เมืองเวลลิงตันเป็นที่ตั้งของสตูดิโอระดับตำนาน อาทิ Wētā Workshop, Wētā FX และ Park Road Post-Production พร้อมศูนย์การเรียนรู้ชั้นนำอย่าง Miramar Creative Centre ของ Victoria University of Wellington
เป้าหมายใหม่ของเวลลิงตันในขณะนั้นไม่ใช่แค่เรื่องภาพยนตร์ แต่เป็นการรุกหนักใน อุตสาหกรรมเกมและซอฟต์แวร์ เพื่อเร่งอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
ยอดดาวน์โหลดเกมทะลุ 500 ล้านครั้ง
ชันเทลล์ โคล (Chantelle Cole) ผู้อำนวยการโครงการ Game Development Sector Rebate (GDSR) จาก NZ On Air เปิดเผยข้อมูลความสำเร็จของอุตสาหกรรมเกมในเวลลิงตันช่วงปี 2024 ดังนี้
- PikPok สตูดิโอเกมที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในนิวซีแลนด์ มียอดดาวน์โหลดเกมรวมทั่วโลกแล้วมากกว่า 500 ล้านครั้ง
- Dinosaur Polo Club ผู้สร้างเกมยอดนิยมอย่าง Mini Metro และ Mini Motorways มีผู้เล่นทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่าประชากรของประเทศนิวซีแลนด์ถึงสองเท่า
ปัจจัยหนุนสำคัญในขณะนั้นคือ การที่รัฐบาลนิวซีแลนด์จัดตั้งมาตรการคืนเงินและสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ภาคพัฒนาเกม (Game Development Sector Rebate – GDSR) ถึง 20% เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ซึ่งมาตรการของรัฐบาลสร้างผลลัพธ์เชิงสถิติจนถึงปัจจุบันอย่างก้าวกระโดด
จากข้อมูลสถิติปัจจุบัน สื่อ POCKET GAMER.biz ระบุว่า อุตสาหกรรมเกมของนิวซีแลนด์สามารถทำรายได้รวมทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือราว 19,510 ล้านบาท ได้สำเร็จ ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมถึง 2 ปี และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยรายได้รวมของกลุ่มสตูดิโอที่ได้รับการสนับสนุนจาก GDSR ขยายตัวแตะ 829 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือมากกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท (เติบโตขึ้น 17% YoY)
Game Industry.biz ระบุว่า กว่า 90% ของสตูดิโอที่ได้รับอุดหนุนภาษีคือ ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) โดยกลุ่มสตูดิโอขนาดกลางทำรายได้เติบโตสูงสุดถึง 44% พร้อมดันจำนวนเกมที่อยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 194 เกม
ยุทธศาสตร์ ‘สินค้าส่งออกไร้น้ำหนัก’
มาร์ก เวสเทอร์บี (Mark Westerby) หัวหน้าฝ่ายดึงดูดการลงทุนของ Screen Wellington ได้ให้ข้อมูลกับสื่อวาไรตี้ (VARIETY) ในปี 2024 ไว้ว่า แม้เวลลิงตันจะเป็นบ้านของเทคนิคการสร้างภาพยนตร์แบบดั้งเดิมเสมอมา แต่องค์กรมองว่า เทคโนโลยีสร้างสรรค์ (Creative Tech) เหล่านี้คือเครื่องยนต์หลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
โดยเฉพาะในมิติของ “การส่งออกไร้น้ำหนัก” (Weightless Exports) ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลผ่านทรัพย์สินทางปัญญา ดิจิทัลไฟล์ และบริการซอฟต์แวร์ โดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรทางกายภาพหรือการขนส่งสินค้าหนัก
ตัวเลขยืนยันความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้อ้างอิงจาก 2025 Industry Survey Results โดย NZGDA ระบุว่า สตูดิโอเกมที่ได้รับเงินสนับสนุนภายใต้โครงการ GDSR มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกไปยังต่างประเทศสูงถึง 98% นอกจากนี้ ทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ภาครัฐอุดหนุน สามารถสร้างผลตอบแทนและภาษีคืนสู่ระบบเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ได้สูงถึง 4.74 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ROI 474%)
ศักยภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านสตูดิโอในพื้นที่ เช่น Weta FX ที่มีผลงาน VFX ในภาพยนตร์และซีรีส์ระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง Cocaine Bear, The Last of Us, Guardians of the Galaxy และ Transformers: Rise of the Beasts รวมถึงสตูดิโอ 37 Degrees Studio ที่มีส่วนร่วมใน Legendary Travel
การขับเคลื่อนผ่านแคมเปญ ‘Make It Here’
ที่ผ่านมาในช่วง 1-2 ปีนี้ เวลลิงตันได้เปิดตัววิดีโอแคมเปญนำเสนอศักยภาพในชื่อ “Make It Here” เพื่อโรดโชว์ในเวทีระดับนานาชาติ เช่น Asian Contents & Film Market ที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ และ Location Expo ที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ควบคู่กับการเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ในประเทศอย่าง Wellington Games Week 2024 และ New Zealand Game Developers’ Conference
โมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเวลลิงตันในปี 2024 จึงกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่า ประเทศขนาดเล็กสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับโลกได้ผ่านเทคโนโลยี ดิจิทัลคอนเทนต์ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ตรงจุด