จับตาประชุมข้างเคียง IMF กลุ่มฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
GFTN จัดงานประชุมใหญ่ข้างเคียงการประชุม IMF – World Bank 2026 ขณะ ฟินซิตี้.โตเกียว องค์กรฟินเทคญี่ปุ่น เปิดวงคุยโอกาสทำ Tokenization เงินเยน เอื้อทำธุรกรรม-ลงทุน ไทย-โตเกียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มฟินเทค Global Finance & Technology Network (เครือข่ายการเงินและเทคโนโลยีระดับโลก) หรือ GFTN เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ได้จัดการประชุม GFTN Select Thailand ในช่วงการประชุมประจำปี IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นประเด็นการต่อต้านการฉ้อโกง/มิจฉาชีพในระบบการชำระเงิน และธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์
โดยการประชุม GFTN Select คือการประชุมเชิงกลยุทธ์ระดับโลกแบบเชิญเข้าร่วมจากความร่วมมือของ GFTN และธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศเท่านั้น เน้นการประชุมรูปแบบปิดเน้นการสนทนาเชิงลึกแบบ ไม่บันทึกคำพูดเพื่อเปิดกว้างในการแลกเปลี่ยน มีผู้เข้าร่วมเพียง 12–15 คนต่อโต๊ะกลม ไม่มีเวทีปาฐกถาหรือคำถามทั่วไป แต่เน้นการสร้างข้อมูลเชิงลึกและแนวทางปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อนำข้อมูลและข้อค้นพบจากแต่ละประเทศมารวบรวมเป็นดัชนีชี้วัดและแผนงานระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีวงสนทนาวงย่อย “เงินดิจิทัลแห่งอนาคต สู่การเติบโตไร้พรมแดน: เจาะลึกระเบียงความร่วมมือการเงินดิจิทัล ไทย-ญี่ปุ่น” แยกออกจากการประชุม จัดโดย ฟินซิตี้.โตเกียว (FinCity.Tokyo) องค์กรความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ่น (Public-Private Partnership) มีเป้าหมายหลักในการผลักดันให้กรุงโตเกียเป็นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของเอเชีย
ซึ่งเป็นการ เชื่อมความร่วมมือญี่ปุ่น – ไทย ในการสร้างการเชื่อมต่อทางการเงิน ผ่าน tokenized
นายเท็ตสึยะ อิโนอุเอะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยนโยบาย ของฟินซิตี้.โตเกียว เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีความโดดเด่นมากเรื่องโครงสร้างการชำระเงินรายย่อยในภูมิภาค โดดเด่นยิ่งกว่าสิงคโปร์เสียอีก จึงเหมาะแก่การร่วมมือกับญี่ปุ่นเพื่อทำระบบชำระเงินข้ามพรมแดน

ด้วยศักยภาพของศูนย์กลางการเงินดิจิทัลที่รวมฐานเงินทุนขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน และธุรกิจฟินเทค เปิดโอกาสให้ผู้จัดการสินทรัพย์ ธนาคาร และผู้ประกอบการไทยต่อยอดการลงทุนและพัฒนาบริการทางการเงินข้ามพรมแดน
โดยหนึ่งในพัฒนาการที่น่าจับตาคือ “เงินโทเคน” (Tokenized Money)
ด้วยศักยภาพในการเชื่อมการชำระเงินเข้ากับเงื่อนไขธุรกรรม เช่น “จ่ายเงินและรับหลักทรัพย์พร้อมกัน” ช่วยลดความเสี่ยงจากการชำระเงินแล้วแต่ยังไม่ได้รับสินทรัพย์ ในญี่ปุ่น MUFG Bank, Mizuho Bank และ Sumitomo Mitsui Banking Corporation ตั้งเป้าเริ่มธุรกรรมใช้งานจริงด้วย Stable Cion ที่ออกร่วมกันภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2570 สะท้อนความก้าวหน้าจากการทดลองสู่การใช้งานจริงในภาคธนาคาร
หากระบบของสถาบันการเงินในประเทศต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อกันได้ แนวทางนี้อาจช่วยลดขั้นตอน เวลารอคอย และต้นทุนบางส่วนของการชำระเงินข้ามพรมแดน ทำให้ธุรกิจบริหารเงินหมุนเวียนได้คล่องตัวขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ธนาคารและฟินเทคพัฒนาบริการชำระเงินและบริหารสภาพคล่องระหว่างประเทศ ขณะที่ผู้จัดการสินทรัพย์สามารถต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชำระราคาการลงทุนและพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์โทเคน ภายใต้กฎเกณฑ์ที่รองรับ
ในวงเสวนาได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาศักยภาพของเงินในรูปแบบโทเคนและความร่วมมือด้านฟินเทคระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ในการยกระดับการชำระเงินข้ามพรมแดน การค้า และการลงทุนทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยเทคโนโลยี เงินทุน และเครือข่ายทางการเงินของญี่ปุ่น ที่สามารถเสริมจุดแข็งของภาคธุรกิจไทยที่มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดในภูมิภาคได้
รายงานระบุด้วยว่า ข้อมูลจาก IMARC Group คาดการณ์ว่าตลาดฟินเทคญี่ปุ่นจะมีมูลค่าเกือบ 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577ครอบคลุมบริการการเงินดิจิทัลหลายด้าน ทั้งการชำระเงิน การลงทุน และเทคโนโลยีสำหรับสถาบันการเงิน สะท้อนพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยสำรวจพันธมิตรและโอกาสธุรกิจใหม่ โดยเป็นการคาดการณ์ตลาดฟินเทคโดยรวม
โตเกียวจึงเป็นทั้งตลาดและฐานต่อยอดธุรกิจสำหรับฟินเทคไทยที่ต้องการเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี และลูกค้าใหม่ โดยความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นมีโอกาสผสานความเข้าใจตลาดไทยและอาเซียนเข้ากับความเชี่ยวชาญของญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบริการที่ช่วยให้ธุรกิจรับจ่ายเงินระหว่างประเทศสะดวกขึ้น ลดขั้นตอน และบริหารเงินทุนได้คล่องตัวกว่าเดิม
ฟินซิตี้.โตเกียว จึงเป็นผู้เชื่อมช่องทางสำคัญสำหรับนักลงทุนไทย ผ่านโครงการสำคัญได้แก่ “Attraction U Program” โดยเฉพาะบริษัทจัดการสินทรัพย์และฟินเทคต่างชาติที่สนใจตั้งฐานในโตเกียว ครอบคลุมการสำรวจตลาด การเชื่อมพันธมิตร และการเข้าถึงมาตรการสนับสนุน
โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ฟินซิตี้.โตเกียว สนับสนุนการค้นหาและเชื่อมบริษัทที่มีศักยภาพ
ขณะที่องค์การปกครองกรุงโตเกียว จะดูแลการสนับสนุนเข้าสู่ตลาดและเริ่มธุรกิจ รวมถึงมาตรการเงินอุดหนุนสำหรับการจัดตั้งและขยายธุรกิจสูงสุดประมาณ 30 ล้านเยนในช่วงสามปี ตามคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนด