เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยขาดดุลดิจิทัลท่วม 3.8 แสนล้าน ชงใช้บริการแพลตฟอร์ม-ซอฟต์แวร์ในประเทศ
Tech ไทยขาดดุลดิจิทัลท่วม 3.8 แสนล้าน ชงใช้บริการแพลตฟอร์ม-ซอฟต์แวร์ในประเทศ
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ต.ค. 69) ปรับลง 0.81% อยู่ที่ 81,486 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ต.ค. 69) ปรับลง 0.81% อยู่ที่ 81,486 เหรียญสหรัฐ
รื้อปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติหวังฟื้น GDP โต 3-4%
Finance รื้อปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติหวังฟื้น GDP โต 3-4%
‘ษัษฐรัมย์’ แฉบอร์ดประกันสังคมสอดไส้วาระทิ้งทาย! เร่งเบิกงบ 2 พันล้าน-ล้างหนี้นายจ้างเบี้ยวเงินสมทบ
News ‘ษัษฐรัมย์’ แฉบอร์ดประกันสังคมสอดไส้วาระทิ้งทาย! เร่งเบิกงบ 2 พันล้าน-ล้างหนี้นายจ้างเบี้ยวเงินสมทบ
พลอย-เต งานแต่งสุดคิวท์ ของเจ้าแม่ Matcha People
Biz Movement พลอย-เต งานแต่งสุดคิวท์ ของเจ้าแม่ Matcha People
ประกันสังคมปรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ลดภาระนายจ้าง 1,700 ล้านต่อปี
HR ประกันสังคมปรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ลดภาระนายจ้าง 1,700 ล้านต่อปี
ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
Finance ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
Finance เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
Automotive ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
ดูทั้งหมด

ไทยขาดดุลดิจิทัลท่วม 3.8 แสนล้าน ชงใช้บริการแพลตฟอร์ม-ซอฟต์แวร์ในประเทศ

17 ต.ค. 2569 | 07:33น.

ที่ประชุม IMF 2026 แนะไทยและประเทศกำลังพัฒนาเน้นใช้ Small AI สร้างงาน-สร้างเศรษฐกิจของตัวเองมากขึ้น ขณะที่ สส. ฝ่ายค้าน ขุดตัวเลข ธปท.การขาดดุลดิจิทัลของไทยกว่า 3.8 แสนล้านบาท ย้ำภาครัฐควรใช้ของคนไทยก่อน จากเดิมเน้นต่างชาติเป็นหลัก และไทยยังไม่สามารถเก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติได้เลย ส่วนกฎหมายบี้ภาษี บังคับบิ๊กเทคฯ จัดตั้งบริษัทในไทยยังไปไม่ถึงสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) เสนอให้ประเทศกําลังพัฒนาใช้ปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็ก (Small AI) เพื่อสร้างงานใหม่ รองรับผลกระทบของระบบอัตโนมัติในอนาคต และยังช่วยเรื่องขาดดุลในการใช้ระบบดิจิทัล

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ในคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยข้อมูลว่า ในปี 2568 ประเทศไทยใช้จ่ายด้านดิจิทัล 261,912 ล้านบาท ค่าโฆษณาที่จ่ายให้แพลตฟอร์มต่างชาติสูงถึง 115,827 แสนล้านล้านบาท ยังมีค่าบริการจาก “คลาวด์-ซอฟต์แวร์-AI” ผุดขึ้นมากว่า 5.6 หมื่นล้านบาท

รวมถึงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในปี 2568 ดุลบริการหมวด Digital/ICT-related ตามบัญชีดุลการชำระเงิน (BPM7) ตัวเลขติดลบ 3.84 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 กว่า 8.4 หมื่นล้านบาท 

ไทยขาดดุลดิจิทัล
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ค่าบริการดิจิทัล 3.8 แสนล้าน

นายภาวุธกล่าวว่า ข้อมูลจากกรมสรรพากร, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอีกหลายหน่วยงาน พบว่าตัวเลขเงินไหลออกนอกประเทศปีละเกือบ 3 แสนล้าน จากที่คนไทยซื้อบริการดิจิทัลจากต่างประเทศ ขณะที่ประเทศไทยส่งออกข้าวปีละ 8-9 ล้านตัน ได้เงินเข้าประเทศราว 2.0 – 2.3 แสนล้านบาท แต่แค่บริการดิจิทัลหมวดเดียวคนไทยและธุรกิจไทยจ่ายออกนอกประเทศปีละเกือบ 3 แสนล้านบาท ตกหัวละเกือบ 4,000 บาทต่อปี

จากฐานภาษีสรรพากรและ ธปท. ชี้ชัดว่าอัตราจ่ายเงินออกโตขึ้น 36% ภายใน 3 ปี โดยในปี 2565 จ่ายออก 199,562 ล้านบาท, ปี 2566 จำนวน 216,880 ล้านบาท, ปี 2567 จำนวน 246,319 ล้านบาท และปี 2568 พุ่งไป 261,912 ล้านบาท (และหากรวม IP ตัวเลขแตะ 3.8 แสนล้านบาท) ทำให้วันนี้ไทยขาดดุลดิจิทัลสูงถึง 2.6% ของ GDP ครองแชมป์อันดับ 1 ในอาเซียน 

“เงินไหลไปลงที่โฆษณาออนไลน์ (Online Ads) 115,827 ล้านบาท หรือคิดเป็น 44% นับว่าธุรกิจไทยจ่ายค่า Ads ให้ต่างชาติปีละเกินแสนล้าน ส่วนค่าคลาวด์ ซอฟต์แวร์ และ AI คิดเป็น 56,343 ล้านบาท”

นายภาวุธระบุด้วยว่า ค่าคลาวด์ ซอฟต์แวร์ AI เป็นหมวดที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบร่องรอยฐานภาษีพบว่าเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการโฆษณาดิจิทัล ส่วนค่าใช้จ่ายด้าน E-Commerce: 51,627 ล้านบาท, สตรีมมิ่ง หนัง เพลง เกม: 29,393 ล้านบาท, การจองที่พักและตั๋วเดินทาง: 6,949 ล้านบาท

จ่าย VAT-ไม่จ่ายภาษีเงินได้

“ที่เราได้ตัวเลขนี้เนื่องจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาษีที่รัฐเรียกเก็บได้จาก VAT ราว 18,330 ล้านบาท เพราะบริษัทในไทยเวลาซื้อบริการเฟซบุ๊ก จ่ายค่าโฆษณา จ่ายค่าคลาวด์ไปต่างประเทศ เขาจะนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท”

นายภาวุธกล่าวอีกว่า แต่นอกจาก VAT แล้ว ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรเราเก็บไม่ได้เลย เพราะบริษัทเทคโนโลยีตั้งอยู่ที่ต่างประเทศ เวลาจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต หรืออื่น ๆ ยอดรายได้จะไปอยู่ที่อื่น และด้วยไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทยจึงบังคับให้ส่งรายได้ไม่ได้ มีแพลตฟอร์มต่างชาติอีกหลายพันรายอยู่นอกระบบภาษีของไทย

สางบัญชีจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัล

นายภาวุธระบุด้วยว่า ทางออกเชิงยุทธศาสตร์ที่คณะอนุกรรมาธิการเสนอรัฐบาลต้องทำทันที มีหลายด้าน อย่างแรกสร้างอธิปไตยดิจิทัล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทุ่มงบฯ ปั้น AdTech, Cloud และ Software เพื่อทดแทนการนำเข้า รัฐต้อง Local First: เลิกเอางบฯ ภาษีไปให้บิ๊กเทคต่างชาติ แล้วหันมาจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีของสตาร์ตอัพไทยเป็นลำดับแรก

“ภาครัฐเป็นผู้ที่ใช้จ่ายด้านบริการดิจิทัลมากที่สุด เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย จึงต้องดูให้แน่ชัดก่อนว่าเราเคยทำไว้แล้วหรือไม่ มีอยู่ในบัญชีหรือไม่ หากไม่มีให้ไปดูว่ามีสตาร์ตอัพไทยที่ไหนทำอยู่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างซ้ำซ้อน”

พอย้อนกลับไปดูโปรเจ็กต์บริการประชาชนต่าง ๆ ของรัฐที่ทำอยู่ ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีบริการดิจิทัลอยู่แล้ว เช่น DGA รวบรวมบริการของหน่วยงานภาครัฐไว้ โดยสร้างเครื่องมือและระบบต่าง ๆ เช่น ระบบอีเลิร์นนิ่ง หรือระบบภายในองค์กรให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเทศบาล รวมถึงมีแอปพลิเคชั่นอย่างทางรัฐ หรือ Biz Portal แต่ปัญหาคือหน่วยงานรัฐไม่นำไปใช้ ในขณะที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) รวบรวมบริการดิจิทัลจากสตาร์ตอัพไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือภาคเอกชน แต่ภาครัฐกลับไม่ซื้อ

“เราไปคุยกับกรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณว่า ก่อนจะอนุมัติโครงการจัดซื้อจัดจ้างควรจะดูบัญชีบริการดิจิทัล หรือบัญชีนวัตกรรมภายในก่อน ถ้าไม่มีค่อยไปจัดซื้อจัดจ้างภายนอก หรือของต่างชาติ ไม่เช่นนั้นจะโดนเอกชนหลอกขายของ หรือเป็นช่องทางทุจริต”

บี้เก็บรายได้ 181 แพลตฟอร์ม 

อย่างที่สองคือการอุดรูรั่วภาษี ไล่บี้ 181 แพลตฟอร์มนอกระบบ เข้ามาจดทะเบียน และปรับเกณฑ์ภาษีเงินได้ให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย รวมถึงทำบัญชีดุลดิจิทัล (Digital BoP) ที่ให้ ธปท. กับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เชื่อมดาต้าธุรกรรมการเงินและภาษีเข้าด้วยกัน จะได้เห็นกระแสเงินสดชัด ๆ

“แม้ปัจจุบันกรมสรรพากรจะเริ่มใช้Data และการออกกฎหมายมาผลักดันเศรษฐกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งการใช้ DataMatching (บัญชีพิเศษแพลตฟอร์ม + กฎหมาย e-Payment) ภาษี e-Service เก็บเงินแพลตฟอร์มต่างชาติที่ให้บริการคนไทย เช่น ค่าแอด Facebook, Google หรือสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Spotify ต้องจ่าย VAT 7% เป็นต้น” 

บริการดิจิทัลกำลังเริ่มเติบโตและเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจไทย การที่หน่วยงานรัฐเริ่มปรับตัวเข้าสู่การจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ ซึ่งได้สูงถึง 31,000 ล้านบาทจากเศรษฐกิจดิจิทัล คิดเป็นสัดส่วนแค่ประมาณ 1.2% ของรายได้รวมสรรพากรอาจดูไม่เยอะ แต่มันคือ “การอุดรูรั่ว” และ “ขยายฐานภาษี” ที่มีประสิทธิภาพที่สุด

พ.ร.บ.แพลตฟอร์ม-ภาษีติดขัด

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า พยายามร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อกำกับแพลตฟอร์มข้ามชาติให้มา “จดจัดตั้ง” บริษัทในประเทศไทย หากกฎหมายนี้ผ่านจะติดดาบให้รัฐในการกำกับค่าบริการ 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่ามีการนำร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปจากการพิจารณาของสภา และไปทบทวนจัดทำใหม่ในระดับกระทรวง

อีกส่วนหนึ่งคือภาษีบริการดิจิทัล (Digital Service Tax-DST) เป็นการเรียกเก็บภาษีตรงจากรายได้ต่อบริการของแพลตฟอร์มต่างชาติ ในอัตรา 1-3% จากรายได้ ซึ่งเสนอให้จัดทำมานานกว่า 4-5 ปี และหลายประเทศในโลกกำลังศึกษา แต่ต้องชะลอออกไปถ้วนหน้า ด้วยสหรัฐอเมริกาเห็นว่ากฎหมายนี้เรียกเก็บภาษีไม่เป็นธรรม ซึ่งสหรัฐจะมีมาตรการตอบโต้ต่อประเทศที่บังคับใช้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิจิทัล