สงครามไซเบอร์ แฮกเกอร์โจมตีตู้แช่ซูเปอร์ฯ 7 ประเทศยุโรป เร่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา
ซูเปอร์มาร์เก็ต 7 ประเทศในยุโรปถูกโจมตีทางไซเบอร์ ระบบตู้เย็นและตู้แช่แข็งถูกปรับอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส จนอาหารเสียหายและต้องนำออกจากชั้นวางสินค้า หลังเกิดเหตุลักษณะเดียวกันในฝรั่งเศสเมื่อเดือนก่อน ซึ่งสร้างความเสียหายหลายสิบล้านยูโร ขณะที่ทางการยุโรปเร่งตรวจสอบ ยังไม่พบผู้แสดงตัวรับผิด
The Guardian รายงานว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปอย่างน้อย 7 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เอสโตเนีย ไอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน ประสบปัญหาระบบตู้เย็นและตู้แช่แข็งทำงานผิดปกติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน โดยอุณหภูมิภายในตู้แช่บางแห่งเพิ่มสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ร้านค้าหลายแห่งต้องนำเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม และอาหารแช่แข็งออกจากชั้นวาง เนื่องจากไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของอาหารได้
บริษัทค้าปลีกหลายแห่งยืนยันว่าระบบทำความเย็นถูกโจมตีทางไซเบอร์ ขณะที่บางแห่งยังอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากซูเปอร์มาร์เก็ตในฝรั่งเศสถูกแฮกเกอร์เข้าควบคุมระบบทำความเย็นจากระยะไกล จนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
คริสตอฟ ฮันเซน (Christophe Hansen) กรรมาธิการยุโรปด้านเกษตรและอาหาร แสดงความกังวลต่อการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นซ้ำ โดยระบุว่าเป็นความพยายามโดยเจตนาที่จะขัดขวางห่วงโซ่อุปทานอาหาร และทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม แฮกเกอร์เข้าควบคุมระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตในฝรั่งเศสมากถึง 700 แห่ง และปรับอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้และอาหารเสียหาย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านยูโร
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ของยุโรปเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่สามารถควบคุมผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะระบบทำความเย็นที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีก ซึ่งอาจถูกเข้าถึงจากภายนอกหากมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
นอกจากนี้ ทางการยังให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้ของการโจมตีแบบผสมผสาน (Hybrid Attack) ซึ่งอาจมีรัฐให้การสนับสนุน โดยเฉพาะหลังรัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนในปี 2565 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุโจมตีซูเปอร์มาร์เก็ตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลประเทศใด
ซูเปอร์มาร์เก็ตสวีเดนเสียหายหนัก อาหารในตู้แช่ต้องทิ้งทั้งหมด
ในสวีเดน Coop เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ เผยกับหนังสือพิมพ์ Aftonbladet ว่า ร้านค้าในเครือ 6 แห่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ ICA อีกหนึ่งเครือข่ายค้าปลีกของสวีเดน ระบุว่า มีร้านค้าจำนวนหนึ่งประสบปัญหาระบบตู้เย็นและตู้แช่แข็งในช่วงกลางคืน
ร้าน ICA ในเมืองเชอบู (Sjöbo) ทางตอนใต้ของสวีเดน โพสต์ข้อความว่า ระบบตู้เย็นและตู้แช่แข็งถูกแฮกเกอร์เข้าควบคุมและปรับอุณหภูมิเป็น 50 องศาเซลเซียส ทำให้พนักงานต้องนำอาหารที่เสียหายออกจากตู้แช่
ส่วนร้าน ICA อีกแห่งในกรุงสตอกโฮล์ม ระบุว่า ระบบตู้แช่แข็งถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และสินค้าภายในตู้แช่ได้รับความเสียหายทั้งหมด
จอห์น บิลโลว์ (John Billow) หัวหน้าศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของสวีเดน เผยว่า หน่วยงานกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และพบว่าสวีเดนมีอุปกรณ์ควบคุมระบบปฏิบัติการจำนวนมากที่สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก และยังจำเป็นต้องปรับปรุงระบบหรืออัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
เบลเยียมได้รับผลกระทบหลายเครือข่าย ร้านค้าต้องนำอาหารออกจากตู้แช่
ในเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก บริษัท Ahold Delhaize ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกจากเนเธอร์แลนด์ เผยว่า ระบบตู้เย็นและตู้แช่แข็งของซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือหลายสิบแห่งได้รับผลกระทบ
ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยแจ้งความต่อตำรวจเนเธอร์แลนด์เกี่ยวกับเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด บริษัทยังไม่ได้ระบุสาเหตุอย่างเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปตรวจสอบซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงบรัสเซลส์ พบว่าตู้เย็นและตู้แช่แข็งหลายตู้ไม่มีสินค้าเหลืออยู่ พร้อมป้ายประกาศแจ้งลูกค้าว่า เนื่องจากเหตุโจมตีทางไซเบอร์ ร้านจึงไม่สามารถจำหน่ายสินค้าประเภทแช่เย็นและแช่แข็งได้ในขณะนี้ และขออภัยในความไม่สะดวก
ซาราห์ เดอ เมสเตอร์ (Sarah De Meester) ตัวแทนบริษัท ระบุว่า สินค้าสดและสินค้าแช่แข็งในร้านที่ได้รับผลกระทบมีจำหน่ายอย่างจำกัดเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทยังคงดำเนินงานได้ตามปกติ และการจัดส่งสินค้าไปยังร้านค้าต่าง ๆ ไม่ได้รับผลกระทบ
หนังสือพิมพ์ Le Soir ของเบลเยียม รายงานว่า ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายสิบแห่งได้รับผลกระทบ รวมถึงร้าน Spar จำนวน 5 แห่ง ร้านสะดวกซื้อ Shop & Go ที่ตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน Q8 และร้าน Proxy Delhaize ขนาดเล็กบางแห่ง
สเตฟาน โมลานส์ (Stephan Moelans) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sabcobel บริษัทผู้ดูแลระบบทำความเย็นให้ Delhaize เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มระดมช่างเทคนิคเข้าตรวจสอบตั้งแต่เวลา 01.00 น. และต้องใช้เวลาตลอดทั้งคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้าในการตัดการเชื่อมต่อระบบที่ได้รับผลกระทบ
โมลานส์ยืนยันกับสำนักข่าว Belga ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ โดยผู้โจมตีได้สั่งให้ระบบระเหยสารทำความเย็นของอุปกรณ์เข้าสู่โหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost Mode) ทำให้ระบบไม่สามารถรักษาอุณหภูมิสำหรับเก็บรักษาอาหารได้ตามปกติ
นอกจากนี้ เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต Colruyt และ Intermarché ยังรายงานปัญหาทางเทคนิคที่กระทบระบบตู้เย็นในร้านค้า 5 แห่ง และ 15 แห่งตามลำดับ
ส่วน Carrefour Belgium ระบุว่า ร้านค้าประมาณ 15 แห่ง จากทั้งหมด 700 แห่งในเบลเยียม ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
มิช แฟร์เคาเวน (Mich Vergauwen) ตัวแทนของ Carrefour ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ และไม่พบคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้สำหรับความผิดปกติที่เกิดขึ้น
ด้าน IKEA ในเบลเยียม เปิดเผยว่า ระบบตู้แช่แข็งของสาขาเมืองมงส์ ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้อุณหภูมิภายในตู้เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
IKEA ซึ่งมีธุรกิจจำหน่ายอาหารภายในร้าน รวมถึงมีตบอลสวีเดน ระบุว่า จำเป็นต้องนำอาหารบางส่วนออกจากตู้แช่เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และคาดว่าจะมีอาหารบางส่วนต้องถูกทิ้งจากเหตุการณ์นี้
ฟินแลนด์-เนเธอร์แลนด์-เอสโตเนีย-ไอร์แลนด์ พบปัญหาเช่นเดียวกัน
ในฟินแลนด์ หนังสือพิมพ์ Helsingin Sanomat รายงานว่า ร้านค้าภายใต้เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต Kesko กำลังตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบทำความเย็น ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเหตุการณ์ในประเทศอื่น
ขณะที่สถานีวิทยุสาธารณะ NOS ของเนเธอร์แลนด์ รายงานว่า ร้านค้าอย่างน้อย 17 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าท้องถิ่นขนาดเล็ก ได้รับผลกระทบจากความผิดปกติของระบบทำความเย็น
ในเอสโตเนีย บริษัท Kitman Coldtech ผู้ให้บริการระบบทำความเย็น เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ ERR ว่า ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง และปรับอุณหภูมิขึ้นไปที่ 50 องศาเซลเซียส
ยานน์ มุตโซ (Jann Mutso) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Kitman Coldtech ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 2 พฤศจิกายน และบริษัทสามารถตอบสนองต่อการโจมตีได้ภายในไม่กี่นาที ทำให้ไม่เกิดความเสียหายร้ายแรง
ด้าน Selver เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตในเอสโตเนีย ยืนยันว่า ร้านค้าในเครือหนึ่งแห่งได้รับผลกระทบ
ส่วนในไอร์แลนด์ SuperValu เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ เปิดเผยว่า ร้านค้า 13 แห่ง จากทั้งหมด 223 แห่ง ประสบปัญหาระบบทำความเย็นจากเหตุการณ์ทางไซเบอร์ โดยพบว่าปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะกับอุปกรณ์บางรุ่นเท่านั้น
บริษัทจึงนำสินค้าแช่เย็นและสินค้าแช่แข็งออกจากการจำหน่ายในร้านค้าที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อผู้บริโภค
ผู้เชี่ยวชาญชี้อาจมุ่งทำลายสินค้า มากกว่าเรียกค่าไถ่
ทอม เฮเกล (Tom Hegel) ผู้เชี่ยวชาญจาก SentinelOne บริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กล่าวว่า การโจมตีทางไซเบอร์จำนวนมากมีเป้าหมายเพื่อเรียกค่าไถ่ หรือมีแรงจูงใจทางการเมือง และบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับผู้โจมตีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ
อย่างไรก็ตาม เหตุโจมตีระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตครั้งนี้แตกต่างออกไป เนื่องจากยังไม่พบการเรียกร้องเงินจากผู้โจมตี จึงมีความเป็นไปได้ว่าเป้าหมายหลักคือการก่อความเสียหายหรือการก่อวินาศกรรม
เฮเกลอธิบายว่า ธุรกิจค้าปลีกเป็นเป้าหมายที่ถูกโจมตีได้ง่าย เนื่องจากเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่มีอุปกรณ์ควบคุมระบบจำนวนมาก ทั้งระบบทำความเย็น ระบบจัดการอาคาร ระบบควบคุมการเข้าออก และเครื่องรับชำระเงิน ณ จุดขาย
อุปกรณ์เหล่านี้บางส่วนเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อให้สามารถตรวจสอบและควบคุมจากระยะไกลได้ แต่หากระบบมีช่องโหว่หรือไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัย ก็อาจเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้
แพทริก ลัมป์ไมร์ (Patrick Lamplmair) จาก Tributech บริษัทด้านความปลอดภัยข้อมูลและระบบอุตสาหกรรม กล่าวว่า ผู้โจมตีมีแนวโน้มจะใช้วิธีการลักษณะนี้ต่อไปตราบเท่าที่ยังสามารถสร้างความเสียหายได้ เนื่องจากมีต้นทุนในการโจมตีต่ำ แต่สร้างผลกระทบได้ทันที
เขาระบุว่า ระบบควบคุมตู้แช่แข็งจำนวนมากมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
หลังเกิดเหตุโจมตีในฝรั่งเศส ยังพบอุปกรณ์ควบคุมระบบทำความเย็นหลายพันเครื่องที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งหมายความว่าผู้โจมตีอาจใช้คำสั่งเพียงไม่กี่คำสั่งเพื่อเปลี่ยนอุณหภูมิของตู้แช่ ทำให้สินค้าภายในเสียหายได้ภายในคืนเดียว และอาจทำให้ร้านค้าต้องหยุดดำเนินงานบางส่วน
ย้อนเหตุโจมตีฝรั่งเศส แฮกตู้แช่จาก -27 องศาฯ เป็นกว่า 50 องศาฯ
สำหรับเหตุการณ์ในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แฮกเกอร์เข้าควบคุมอุปกรณ์ควบคุมระบบทำความเย็น ซึ่งส่วนใหญ่จัดหาโดย Danfoss บริษัทจากเดนมาร์ก
ภายหลังเกิดเหตุ Danfoss ระบุว่า บริษัทตรวจพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบางรายการตั้งแต่ปี 2568 และได้แนะนำให้ลูกค้าติดตั้งซอฟต์แวร์อัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหามาเป็นเวลานานแล้ว
ในการโจมตีครั้งดังกล่าว แฮกเกอร์สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของตู้แช่แข็ง ตู้เย็น และตู้เก็บสินค้าแช่เย็นหลายพันเครื่องจากระยะไกล โดยปรับอุณหภูมิจากระดับต่ำถึง -27 องศาเซลเซียส ให้เพิ่มสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส
เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ Intermarché, Coopérative U, Carrefour, Leclerc และ Monoprix
ผลจากการโจมตีทำให้ร้านค้าต้องทิ้งเนื้อสัตว์สด ผลิตภัณฑ์นม และอาหารแช่แข็งจำนวนมาก เนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้สินค้าไม่เหมาะสำหรับการจำหน่ายและบริโภค
มีรายงานว่าซูเปอร์มาร์เก็ตแต่ละแห่งได้รับความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นยูโรไปจนถึงมากกว่า 130,000 ยูโร หรือประมาณ 5 ล้านบาทต่อแห่ง หากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 38 บาทต่อยูโร
สำนักงานอัยการกรุงปารีสได้เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโจมตีในฝรั่งเศส ขณะที่เซบาสเตียง เลอกอร์นู (Sébastien Lecornu) นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของฝรั่งเศส (ANSSI) เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว
ต่อมาหน่วยงานดังกล่าวรายงานว่า นอกจากอุปกรณ์ควบคุมของ Danfoss แล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใช้อุปกรณ์ควบคุมจากบริษัทอื่นอีก 2 แห่งก็ถูกโจมตีเช่นเดียวกัน