AOT คาดสงกรานต์’69 ปริมาณการจราจรทางอากาศ 10 วันช่วง 10 – 19 เม.ย. มีผู้โดยสารรวม 3.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.3% เผยมมุ่งให้บริการผู้โดยสารในทุกมิติให้ราบรื่น สะดวก ปลอดภัย ไร้รอยต่อ พร้อมจัดจอดรถฟรีที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT เปิดเผยว่า AOT ในฐานะผู้บริหารสนามบินหลัก 6 แห่งของประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (สงขลา) คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงมีการท่องเที่ยวทั่วประเทศระหว่างวันที่ 10 – 19 เมษายน 2569 รวม 10 วันจะมีผู้โดยสารสารรวมประมาณ 3.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.3%
แบ่งเป็นผู้โดยสารภายในประเทศ ประมาณ 1.44 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.3% และผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 2.26 ล้านคน ลดลง 2.2% เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยมีเที่ยวบินรวมประมาณ 23,070 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 2.6% แบ่งเป็น เที่ยวบินภายในประเทศ ประมาณ 10,918 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 4.5% และเที่ยวบินระหว่างประเทศ ประมาณ 12,152 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 0.9%
นางสาวปวีณากล่าวด้วยว่า ในด้านการเตรียมความพร้อมการให้บริการนั้น AOT ได้จัดพื้นที่จอดรถฟรีช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้แก่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดพื้นที่ลานจอดรถระยะยาวโซน C ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 11 เมษายน 2569 ถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 15 เมษายน 2569 โดยมีรถรับ-ส่งไปยังอาคารผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง
ท่าอากาศยานดอนเมือง จัดพื้นที่บริเวณอาคารคลังสินค้า 4 ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 11 เมษายน 2569 ถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 15 เมษายน 2569 โดยมีรถรับ-ส่งไปยังอาคารผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง ท่าอากาศยานภูเก็ต จัดพื้นที่จอดรถบริเวณอาคาร X-Terminal ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 10 เมษายน 2569 ถึงเวลา 23.59 น.ของวันที่ 15 เมษายน 2569 และท่าอากาศยานหาดใหญ่ จัดพื้นที่จอดรถบริเวณสนามฟุตบอล ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 12 เมษายน 2569 ถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 16 เมษายน 2569
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมการรองรับการเดินทางของผู้โดยสารในทุกมิติ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้กระบวนการผู้โดยสารสะดวก รวดเร็วราบรื่น ปลอดภัย ไร้รอยต่อ โดยจัดเตรียมรถเข็นกระเป๋าให้เพียงพอกับความต้องการของผู้โดยสาร เตรียมพร้อมระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ทั้งเครื่องเช็กอินอัตโนมัติ (CUSS) เครื่องโหลดสัมภาระด้วยตนเอง (CUBD) และระบบการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (Biometric)
ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เตรียมความพร้อมการให้บริการรถ Shuttle Bus ที่ให้บริการภายในท่าอากาศยานเพื่อให้สามารถให้บริการผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador/Airport Help คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในทุกด้าน จัดพนักงานล่ามแปลภาษาคอยอำนวยความสะดวก
โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เตรียมจัดล่ามแปลภาษา 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น ภาษารัสเซีย ภาษาจีน และภาษาอื่นๆ (เช่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอารบิค ภาษาเวียดนาม เป็นต้น) รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดภายในอาคารผู้โดยสารทุกจุดตลอดเวลา พร้อมประสานงานกับกองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มกำลังพลของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้บริการในการตรวจลงตราหนังสือเดินทางได้อย่างเพียงพอ รวดเร็ว
รวมทั้งประสานงานกับผู้ดูแลระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการเชื่อมต่อกับสนามบินทุกรูปแบบ อีกทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชน (Passenger Facilitation Center) ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ AOT ให้ความสำคัญและเข้มงวดในด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร โดยท่าอากาศยานของ AOT ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวก อีกทั้งยังเพิ่มความเข้มงวดกวดขันการตรวจค้นผู้โดยสารอีกด้วย