เปิด 7 ขั้นตอนลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” กรุงไทยมั่นใจระบบไม่ล่ม

Photo by CHRISTOPHE ARCHAMBAULT/AFP

เปิด 7 ขั้นตอนลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” “กรุงไทย” ยันระบบไม่ล่มรองรับ 1.6 แสนทรานเซ็กชั่นต่อวินาที

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว “เที่ยวปันสุข” ประกอบด้วย แพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน กรอบวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และแพ็กเกจกำลังใจ กรอบวงเงิน 2.4 พันล้านบาท รวมทั้งสิ้น 2.24 หมื่นล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม 2563 ดำเนินการโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ททท.) ร่วมกับ กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

แพ็กเกจ “เราเที่ยวด้วยกัน” เป็นการฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยการสนับสนุนค่าที่พักและ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักในลักษณะร่วมจ่าย (Co-pay) ในอัตรา 40% ของค่าที่พัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน ในการเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมและโฮมสเตย์ที่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้รับ E-Voucher คืนละ 600 บาท ใช้จ่ายเป็นค่าอาหารและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะร่วมจ่ายเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนการใช้จ่ายในอัตรา 40%

ในส่วนของสายการบิน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบินบางส่วนในลักษณะการจ่ายคืน (Redeem) สำหรับผู้จองที่พักที่เดินทางโดยสายการบิน โดยผู้จองที่พักจะต้องดำเนินการจองและชำระค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเต็มจำนวนผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบิน และรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนในอัตรา 40% ของค่าบัตรโดยสาร แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง เข้าสู่แอปพลิเคชั่นเป๋าตังของผู้จองที่พัก ภายหลังการเช็คเอาท์ สามารถนำไปใช้จ่ายหรือถอนเงินสดได้โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจอาหาร และสายการบินด้วย

เปิด 7 ขั้นตอน ลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” มีดังนี้

  1. ลงทะเบียน เราเที่ยวด้วยกัน.com (เมื่อลงทะเบียนเสร็จ จะได้รับ SMS ยืนยันตอบกลับไม่เกิน 3 วัน)
  2. ติดตั้งแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง (หากมีอยู่แล้ว สามารถใช้ต่อได้เลย)
  3. จองโรงแรมไม่เกิน 5 ห้องต่อคืนต่อคน (เมื่อวางแผนท่องเที่ยวเรียบร้อย ให้จองโรงแรมได้หลายช่องทาง อาทิ จองผ่านโรงแรมโดยตรง, Agoda, Traveloka เป็นต้น)
  4. จ่ายเงินผ่านเป๋าตัง 60% ของค่าห้อง (ไม่สามารถยกเลิกได้) สามารถจ่ายด้วยหลายวิธี อาทิ การโอนเงิน, เครดิตการ์ด)
  5. CHECK IN เช็กอิน (จะได้รับ E Voucher 600 บาท/คืน เวลา 17.00 น. ของทุกวันที่เราเช็กอิน ซึ่งจะได้รับสูงสุด 5 คืน)
  6. CHECK OUT เช็กเอาท์ (E Voucher จะหมดอายุในเวลา 24.00 น. ของวันที่เช็กเอาต์)
  7. ได้รับเงินคืนค่าเครื่องบิน 40% ไม่เกิน 1,000 บาท ผ่านเป๋าตัง กรอก Booking Number ใน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ได้รับสิทธิ์ 2 คน/ห้อง กำหนดโอนเงินทุกวันที่ 15 และ วันที่ 30 ก.ค.63

ส่วน แพ็กเกจ “กำลังใจ” เป็นการขอบคุณ อสม., อสส., รพ.สต. ซึ่งเป็นผู้ที่เสียสละในการทำงานอย่างหนักและเป็นผู้ที่มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไม่เกินคนละ 2,000 บาท สำหรับการเดินทาง 2 วัน 1 คืน โดยทั้งสองแพ็กเกจสามารถใช้สิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุข.ไทย และ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารพร้อมสนับสนุนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนลงไปในระดับฐานราก ที่ผ่านมา ธนาคารร่วมดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศมาโดยตลอดเช่นกัน โดยในครั้งนี้ “เราเที่ยวด้วยกัน” และ “กำลังใจ” ธนาคารได้พัฒนาแพลตฟอร์มการลงทะเบียนและการชำระเงินแบบดิจิทัลผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชนกับผู้ประกอบการเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ยืนยันว่าระบบลงทะเบียนไม่ล่ม เนื่องจากกรุงไทยพัฒนาให้สามารถรองรับการเข้าถึงได้กว่า 1.6 แสนทรานเซ็กชันต่อวินาที

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้ สำหรับประชาชนทั่วไปจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ส่วนแพ็กเกจกำลังใจ จะเปิดให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวลงทะเบียนผ่าน www.เที่ยวปันสุข.ไทย ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 สำหรับ อสม.,อสส., และ รพ.สต. สามารถเข้าไปลงทะเบียนในวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 และเดินทางท่องเที่ยวได้ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคให้เติบโต และทำให้เกิดการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้แก่ ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่อไป

พร้อมกันนี้ เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะสนับสนุนรายได้ทางตรงให้กับผู้ประกอบการได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท และทางอ้อมไม่ต่ำกว่า 2.6 หมื่นล้านบาททำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้กว่า 7 แสนล้านบาท ทั้งนี้ จะส่งผลให้การคาดการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้กว่า 120 ล้านคน/ครั้ง จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางในประเทศ 80 ล้านคน/ครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 30-40 ล้านคน/ครั้ง และจะส่งผลให้เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของการท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.23 ล้านล้านบาท

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า แพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน จะเปิดให้ประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.63 ผ่านเว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่เวลา 6.00-21.00 น. ของทุกวัน ซึ่งหากประชาชนลงทะเบียนแล้วจะได้รับ SMS กลับมาจากระบบ เพื่อยืนยันความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล สถานที่ท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนไว้ จากนั้นประชาชนสามารถเข้าไปโหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นช่องทางในการรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล

“สิทธิที่รัฐบาลให้คือ 5 ล้านห้อง ซึ่งจำนวนดังกล่าวจะตัดออกไป ก็ต่อเมื่อประชาชนจองโรงแรมและจ่ายเงินสมบูรณ์แล้ว จึงแนะนำให้ประชาชนที่มีแพลนที่จะไปเที่ยวอยู่แล้ว ลงทะเบียนสำเร็จ แล้วจองห้อง และชำระเงินได้เลย ทั้งนี้ การจองที่พัก สามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งจองผ่านเว็บไซต์โรงแรมที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวโดยตรง และสามารถจองโรงแรมผ่านออนไลน์ หรือผ่านช่องทาง OTA ได้”

พร้อมกันนี้ เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวและเช็คอินที่โรงแรมแล้ว หลังจากนั้นจะได้รับ E-Voucher จำนวน 600 บาทต่อคืน ในเวลา 17.00 น. ตามจำนวนวันที่เที่ยว ส่วนเม็ดเงินที่เฟลือสามารถเก็บสะสมไว้ใช้วันต่อไปได้ จนกว่าวันสุดท้ายที่เช็คเอาท์จะใช้เงินส่วนที่เหลือได้ถึงเที่ยงคืน

ส่วนการสนับสนุนการเดินทางด้วยสายการบินนั้น ประชาชนสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับไว้ก่อนได้เลย และเมื่อเดินทางกลับมาจากการท่องเที่ยวแล้ว ค่อยกรอกข้อมูลมาเข้าเว็บเราเที่ยวด้วยกัน และนำตั๋วเครื่องบินไปกรอกในเว็บไซต์ได้เลย โดยการจองที่พัก 1 ห้อง มีสิทธิเครมตั๋วเครื่องบินได้ 2 ใบ และสามารถใช้สิทธิได้อีก หากยังเหลือสิทธิในการจองห้องพัก หรือหากต้องการไปเที่ยวแบบครอบครัว สามารถจองห้องพัก 5 ห้อง พัก 1 คืน และนำตั๋วเครื่องบินกลับมาเครมเพื่อรับสิทธิ 10 ใบ ได้เช่นกัน แต่จะต้องนำเลขบุคกิ้งที่เป็นโค้ตเดียวกัน

ส่วนระยะต่อไปที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงการคลัง เตรียมมามาตรการท่องเที่ยวเพิ่มเติม โดยใช้มาตรการทางภาษีจูงใจประชาชนให้ออกมาบริโภค เพื่อเป็นการกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และจะส่งผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น จะไปพิจารณาแนวทาง ร่วมกับกรมสรรพากรอีกครั้ง ว่าจะใช้มาตรการทางภาษีจูงใจประชาชนอย่างไร โดยจะต้องดูกระแสตอบรับจากการดำเนินมาตรการ “เที่ยวปันสุข” ก่อนว่าจะมีกระแสออกมาอย่างไร ซึ่งจะไปสอดคล้องกับแนวทางในการออกมาตรการว่าควรจะปรับ หรือเพิ่มเติมในส่วนใดได้บ้าง

“มาตรการเที่ยวปันสุขเพิ่งเริ่มต้น ผู้ประกอบการเข้ามาลงทะเบียนก็ยังไม่ครบ ยังไม่รู้ว่าร้านค้าที่เข้ามาหน้าตาจะเป็นอย่างไร และต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนด้วยว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งเราจะต้องประมวลจากหลายๆ ด้านออกมา เพื่อให้มาตรการที่ออกมาตอบโจทย์ประชาชน และมาตรการเที่ยวปันสุขก็มีระยะเวลาค่อนข้างยาว ซึ่งกว่าจะสิ้นสุดโครงการก็ดือนต.ค. ฉะนั้น ระหว่างทางที่เตรียมออกมาตรการก็สามารถปรับเปลี่ยนได้” นายลวรณกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ