เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

วาระใหญ่รอประธานใหม่ กสทช. จับตาประชุม 27 ก.ค.นี้

22 ก.ค. 2569 | 06:31น.

ฝุ่นยังตลบ ปมปลดประธาน กสทช. ยังไม่จบง่าย จับตาการตีความมติกรรมการสรรหาฯ มีอำนาจทางกฎหมายครอบคลุมแค่ไหน นายกรัฐมนตรี ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อไหร่ แบบไหน ความไม่แน่นอน-ไม่ชัดเจน ก่อสุญญากาศในสำนักงาน คณะกรรมการอีก 6 คน ใครจะชิงนำประชุม เลือกผู้ทำหน้าที่ประธานก่อนทยอยหมดวาระอีก 1 ปีข้างหน้า

นพ.สรณ เปิดหน้าสู้-ไม่ยอมรับมติ

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกมาเคลื่อนไหว หลังคณะกรรมการสรรหา กสทช. ของวุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ 4-0 ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตาม ม.8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้ “สละสิทธิ” เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.

จากหลักฐานที่ชี้ว่า นพ.สรณ ยังคงมีสถานะผูกพันเป็นลูกจ้างชั่วคราว (แพทย์รายชั่วโมง) ในคลินิกพรีเมี่ยมพิเศษของโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ซึ่ง นพ.สรณ อัดคลิปชี้แจงต่อสาธารณชน-แก้ข้อกล่าวหาว่า “ผมขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา การที่ถูกกล่าวหาและถูกวินิจฉัยว่าผมผิดคุณสมบัติ เพราะว่าผมเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐจากคณะกรรมการสรรหาฯ ในระหว่างผมรอโปรดเกล้าฯ นั้น ผมยังมีภาระหน้าที่ในฐานะเเพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดสวนหัวใจหรือการทำบอลลูนที่ได้นัดหมายล่วงหน้าไว้ รวมถึงผู้ป่วยนอก ซึ่งผมเองมีความจําเป็นในฐานะแพทย์ ซึ่งไม่สามารถทิ้งคนไข้ได้ ต้องทํางานให้เสร็จ ต้องพูดคุยนัดหมายกับคนไข้เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะมาดูแลต่อนั้นมีความรู้ความสามารถเช่นกัน”

“ผมทําทุกอย่างตามมาตรฐานวิชาชีพ และตามจริยธรรมแพทย์ เป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ผมไม่ได้เป็นพนักงาน ผมลาออกจากการเป็นพนักงานของรัฐ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2565 แล้วก็ไม่ได้เป็นลูกจ้าง ผมทําหน้าที่แพทย์ซึ่่งมีอิสระในการทํางาน แล้วก็เป็นการรักษามาตรฐานวิชาชีพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คงต้องเป็น เรื่องของกฎหมายต่อไป”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมไปยังทีมกฎหมายของ นพ.สรณ ได้รับคำตอบว่า “ยังอยู่ในช่วงเตรียมข้อมูล ด้วยตอนนี้กระแสสังคมเสมือนว่า นพ.สรณขาดคุณสมบัติเกรงว่าหากสื่อสารไม่ชัดเจนจะยิ่งกระพือกระแส จึงขอใช้เวลารวบรวมเอกสาร”

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรับไม้ต่อไปดำเนินการตามมติคณะกรรมการสรรหา ตอบคำถามในเรื่องนี้ว่า “ยังไม่ได้รับรายงานหนังสืออย่างเป็นทางการ เพียงแต่ทราบตอนที่อยู่ประเทศจีน ว่ามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เพราะเราฝืนกฎหมายไม่ได้”

ส่วนข้อต่อสู้ในการอุทธรณ์ของ นพ.สรณนั้น นายกรัฐมนตรีย้ำว่า “เป็นสิทธิของทุกคน ส่วนผมก็ต้องทำตามขั้นตอนตามกฎหมายว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งรอให้ถึงตรงนั้นก่อน เพราะตอนนี้ยังมาไม่ถึง”

สุญญากาศ-รอประธานใหม่

ก่อนหน้านี้ “ประธาน” ซึ่งยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอยู่-หรือไป ในตำแหน่งในฐานะประธาน กสทช. กำหนดให้มีการประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 27 ก.ค. 2569

แต่หากว่านายกรัฐมนตรีนำความขึ้นทูลเกล้าฯ และรับสนองฯ การพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ก็จะทำให้ประธานบอร์ดว่างลง ส่งผลให้การประชุมจะต้อง “คัดเลือก” ประธานในที่ประชุมใหม่ และต้องมีการแต่งตั้ง “ผู้มีอำนาจ” ในการลงนามแทนประธาน กสทช. เพื่อขับเคลื่อนวาระสำคัญต่าง ๆ ขององค์กร

หากเป็นกรณีที่มีการคัดค้านมติการพ้นจากตำแหน่ง หรือมีช่องทางในการร้องศาลปกครอง เพื่อคุ้มครองคำสั่งชั่วคราวได้ การขับเคลื่อนใน กสทช.จะเกิดสุญญากาศทันที

เพราะบอร์ด กสทช.ที่เหลืออาจจะไม่กล้าพิจารณาวาระการประชุมต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ ด้วยมติที่ระบุว่า “สละสิทธิิ”ในตำแหน่งยังคลุมเครือ และอาจหมายถึงการไม่เคยเป็น กสทช.มาก่อน การจัดประชุมและพิจารณาวาระต่าง ๆ อาจไม่ชอบกฎหมาย

สำหรับขั้นตอนการสรรหาประธาน กสทช.คนใหม่ นับจากนี้ต้องเริ่มจาก “สรรหากรรมการ กสทช. เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายใน 15 วัน” โดยเปิดรับสมัคร 30 วัน และคัดกรองผู้มีคุณสมบัติ โดยตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบประวัติ ลงมติเห็นชอบ แล้วนำเสนอรายชื่อให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งหากวุฒิสภาไม่เห็นชอบอาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีก

สำหรับคณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 คน ในปี 2570 จะมี 1 รายหมดวาระ คือ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และปีถัดไปจะมีกรรมการอีก 3 รายพ้นวาระ จึงเป็นที่จับตาว่าหากกระบวนการการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณยืดเยื้อ จะส่งผลสะเทือนต่อการมีอยู่ของกรรมการในอนาคต และอาจส่งผลให้เกิดการล้างกระดาน กรรมการใหม่ทั้งหมด

ตีความมติ “สละสิทธิ”

การพ้นจากตำแหน่งด้วยมติกรรมการสรรหาฯ ที่ระบุว่า มีลักษณะต้องห้ามจึงถือว่าสละสิทธิ ในการรับตำแหน่ง ก่อให้เกิดความคลุมเครือ 2 ประการ คือ 1.มติของคณะกรรมการสรรหาฯมีอำนาจทางกฎหมายหรือไม่ เป็นคำสั่งทางปกครอง หรือเป็นการชี้มูลเพื่อให้หน่วยงานอื่นไปบังคับใช้กฎหมายต่อ เช่น การส่งต่อให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อถอดถอนตําแหน่ง

2.คำว่าสละสิทธิ คือ การไม่ได้เป็นกรรมการ กสทช.แต่ต้น ซึ่งจะผูกพันกับการกระทำอื่น ๆ ระหว่างอยู่ในตำแหน่ง หรือว่าเป็นการพ้นตำแหน่งตามกฎหมาย ซึ่งจะไม่ผูกพันกับการกระทำระหว่างอยู่ในตำแหน่ง

ข้อสังเกตดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ “นพ.ประวิทย์ สถาพรวงศา” อดีต กสทช. และอดีตที่ปรึกษา ประธาน กสทช. ที่ระบุว่า มติที่ระบุว่า “สละสิทธิ” เนื่องจากขาดคุณสมบัติก่อนดำรงตำแหน่งจะมีผลเสมือนไม่เคยเป็นกรรมการ กสทช.มาตั้งแต่ต้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมติในอดีตที่ นพ.สรณ ในฐานะ ประธาน กสทช. เป็นเสียงชี้ขาด

แต่หากเป็นการ “พ้นจากตำแหน่ง” กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองจะให้การคุ้มครองการกระทำที่ผ่านมา ทำให้มติเดิมยังคงมีผลสมบูรณ์

ด้าน “วิษณุ วรัญญู” ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสทช. ระบุว่า การกระทำที่ผ่านมาของ นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหยิบยกแต่ละเรื่องไปพิจารณาว่าจะมีผลผูกพันอย่างไร

วาระใหญ่รอประธานใหม่

ระหว่างที่เกิดสุญญากาศ “ตำแหน่งประธาน” เกิดคำถามว่า นพ.สรณ มีสิทธิเป็นกรรมการมาตั้งแต่วันที่ถูกแต่งตั้งหรือไม่

ไม่ว่า นพ.สรณ จะอยู่-หรือไป แต่ภารกิจของ กสทช.มีเรื่องใหญ่รอพิจารณาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วน การขอขยายเวลาการใช้งานดาวเทียมไทยคม 4 ที่จะหมดอายุในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 หรือการเลื่อนส่งดาวเทียมไทยคม 9-10 ขึ้นวงโคจรในปี 2570-2571

รวมถึงการพิจารณาแผนที่นำทางของกิจการโทรทัศน์ให้เสร็จก่อนปี 2572 เพื่อให้เกิดการจัดสรรใบอนุญาตทีวี

และนำไปสู่การจัดสรรคลื่นความถี่ 3500MHz มาประมูลเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม 5G ที่ต้องเร่งนำมาใช้ให้ทันปี 2570-2571

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช.