“เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
ประชุม บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง “นพ.สรณ” เขย่าบอร์ดหากอยากประชุมจริงทำไมยัง “เล่นละครเดิม” ขณะ 3 บอร์ดยืนกรานพร้อมประชุมโดยไม่มี “นพ.สรณ” จับตาบอร์ดที่เหลือเปลี่ยนท่าที? จี้ถามโครงการ USO 3 มูลค่า 5.4 พันล้านบาทใครเป็นคนเซ็นจัดซื้อจัดจ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 25/2569 ล่มอีก เป็นการล่มครั้งที่ 11 เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนแต่เพียงผู้เดียว ถึงการการประชุมล่มครั้งที่ 11 นี้ว่า รู้สึกสงสัยเหตุใดจึงยัง “เล่นละครเดิม” และหากต้องการให้มีการประชุม เหตุใดจึงใช้วิธีการเดิม และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย และในฐานะที่ยังดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ตามกฎหมาย จึงมีหน้าที่กำหนดวันประชุมและกำหนดวาระการประชุม
“ผมยังเป็นประธาน กสทช. อยู่ตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมต้องปฏิบัติหน้าที่ การกำหนดวันประชุม กำหนดวาระการประชุมยังเป็นหน้าที่ผมอยู่ ถ้าผมไม่กำหนดวันประชุม ซึ่งที่ผ่านมา ถ้าใครยังจำได้ สมัยปี 2566 ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม ถึง 19 ธันวาคม เราก็จัดประชุมไม่ได้ จัดได้แค่ครั้งเดียว”
นพ.สรณ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยขณะนั้นการประชุมถูกกำหนดแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ไม่ได้กำหนดล่วงหน้าเป็นเดือน เนื่องจากมีความกังวลว่าองค์ประชุมอาจมาไม่ครบ และหากกรรมการมีจำนวนเสียงเท่ากัน 3-3 อาจเกิดปัญหาขึ้นได้
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน จำเป็นต้องกำหนดวันประชุมและจัดประชุมตามกฎหมาย เพราะหากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ขอให้กรรมการ กสทช.เข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกันหาทางออก โดยขออย่าให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นเรื่อง “ทิฐิ” หรือเป็นเรื่องการเมืองในองค์กรอิสระ เนื่องจาก กสทช.มีหลายเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณา
และว่า อยากให้ตั้งคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่อะไรในอนาคต และใครจะได้รับประโยชน์จากการที่ตนพ้นจากตำแหน่ง ทำไมถึงมีความเร่งรีบที่จะต้องให้ตนออกไปจากองค์กรนี้
ขณะที่ บอร์ด กสทช. 3 คน ซึ่งได้เปิดหน้ายืนยันไม่ยอมรับสถานะของ นพ.สรณ ได้แก่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ยังคงยืนกรานจะเข้าร่วมประชุม 6 กสทช.
โดย รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. รายงานว่า ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ได้ทำหนังสือขอให้เร่งรัดการพิจารณาวาระต่างๆ รวม 3 ฉบับ โดยฉบับแรกมีวาระที่ขอเร่งรัดเกี่ยวกับเรื่องดาวเทียม คดีศาลปกครองสูงสุด ร่างโรดแมปกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย ร่างประกาศการให้บริการแพร่ภาพและเสียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงวาระเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค
นอกจากนี้ กสทช. ธนพันธุ์ ยังได้กล่าวหลังจากปิดประชุมด้วยว่า การที่ นพ.สรณ ต้องออกมาแถลงคนเดียว และ กสทช.ท่านอื่น ๆ ไม่มาร่วมด้วย ย่อมแสดงชัดเจนถึงการไม่ยอมรับ นพ.สรณ เป็นหัวโต๊ะนำประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังมีปมขัดแย้งเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ประธาน กสทช. การประชุมบอร์ดทุกครั้งจะมี 3 ฝ่าย คือ 1.บอร์ดที่แสดงตนและมีท่าทีพร้อมเข้าร่วมประชุม แต่ไม่ออกหน้า ได้แก่ นายต่อพงษ์ เสลานนท์, พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร 2.ฝ่าย 3 กสทช. ที่ออกหน้าไม่ยอมรับสถานะประธาน กสทช. และ 3. รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงษ์ ซึ่งมักจะใช้วิธีการลากิจหรือลาป่วย
ในการเรียกประชุมล่าสุด พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร และนายต่อพงศ์ ขอลาประชุมเนื่องจากติดราชการไปต่างประเทศขณะเดียวกัน รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่เข้าร่วมประชุม โดยมีหนังสือแจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เช่นเดียวกับ 3 กสทช. ที่ออกหน้าไม่ยอมรับสถานะ นพ.สรณ จึงต้องจับตาท่าทีของ บอร์ด กสทช. ฝั่งต่าง ๆ อีกครั้งในวันที่ 23 ก.ย. นี้ ที่ นพ. สรณ นัดประชุมอีก พร้อมกับการแถลงผลความคืบหน้าและแจงข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการ USO 3 มูลค่า 5.4พันล้านบาท
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นโครงการ USO (Universal Service Obligation) หรือ บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม จำนวน 5 สัญญา มูลค่ากว่า 5,423.7 ล้านบาท ได้มอบหมายเลขานุการส่วนตัวทำหนังสือสอบถามสำนักงาน กสทช. เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
โดยโครงการดังกล่าวบอร์ดได้อนุมัติตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 และอำนาจของบอร์ดได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ส่วนการดำเนินการในปัจจุบันเป็นหน้าที่ของสำนักงาน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่าการประกาศผู้ชนะการประมูลสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง
หากเป็นพัสดุที่มีวงเงินเกิน 200 ล้านบาท จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้กำกับดูแล จึงตั้งคำถามว่า เลขาธิการ กสทช. สามารถตัดสินใจดำเนินการเองได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องให้ประธาน กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลลงนามเห็นชอบ
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้ประกาศเอง หรือมีประธาน กสทช. ลงนามเห็นชอบหรือไม่ นอกจากนี้ ประธานซึ่งอยู่ในสถานะตามคำพิพากษาจะยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้หรือไม่ จึงขอให้มีการตรวจสอบและรอคำตอบจากสำนักงาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามระเบียบ