เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ  ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
เศรษฐกิจภูมิภาค สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
Biz Movement มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
Business ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
World ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
KKP ชี้ AI โลกขยับจาก “ชิป” สู่โครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาส FDI ไทย
Tech KKP ชี้ AI โลกขยับจาก “ชิป” สู่โครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาส FDI ไทย
เริ่มแล้วงานรับสร้างบ้าน EXPO 2026 จัดโปรฉ่ำ ‘ต้นแบบ’ เครือแสนสิริลดราคาสูงสุด 5 ล้าน
Real Estate เริ่มแล้วงานรับสร้างบ้าน EXPO 2026 จัดโปรฉ่ำ ‘ต้นแบบ’ เครือแสนสิริลดราคาสูงสุด 5 ล้าน
ม.หอการค้าจับมือ YEC เปิด ‘UBS Live Contest 2026’ ปั้นนักขายออนไลน์รุ่นใหม่สู่ตลาดโลก
Uncategorized ม.หอการค้าจับมือ YEC เปิด ‘UBS Live Contest 2026’ ปั้นนักขายออนไลน์รุ่นใหม่สู่ตลาดโลก
EIC จับตาสหรัฐขึ้นภาษีรอบใหม่ หวั่นไทยเจอเรียกอัตราสูงขึ้น-บีบเจรจา
Finance EIC จับตาสหรัฐขึ้นภาษีรอบใหม่ หวั่นไทยเจอเรียกอัตราสูงขึ้น-บีบเจรจา
โอปอล-สุชาตา ในวันที่อำลามงฟ้า แต่คุณค่าจะคงอยู่ตลอดไป
Biz Movement โอปอล-สุชาตา ในวันที่อำลามงฟ้า แต่คุณค่าจะคงอยู่ตลอดไป
ดูทั้งหมด

สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO

16 ก.ย. 2569 | 16:23น.

อว.รับข้อเสนอสู้วิกฤตฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ ผนึก สสส.-สภาลมหายใจ ชูสูตร “8-3-1” ดัน Sandbox เปลี่ยนวิถีเกษตร-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO ชง ครม. ดันนโยบายไร้เผา ตั้งเป้าลดฝุ่น 30-40%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) และเครือข่ายสภาลมหายใจ จัดเวทีถอดบทเรียนและพัฒนายุทธศาสตร์ภัยพิบัติและฝุ่นควันภาคเหนือ : จากบทเรียนหน้างานสู่นโยบายที่ทำได้จริง พร้อมส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์การจัดการฝุ่นควัน PM2.5 จังหวัดภาคเหนือ ณ สำนักบริการวิชาการ (UNISERV CMU) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาในฤดูฝุ่นที่จะถึงนี้ คือการบูรณาการเทคโนโลยีและงานวิจัย เช่น กล้องตรวจจับความร้อน การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่สูงเพื่อเตรียมพร้อมดับไฟป่า ควบคู่ไปกับมาตรการ “Quick Win” ที่สำคัญที่สุด คือการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจร่วมกับชุมชนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง และแยกแนวเขตระหว่างพื้นที่เกษตรกับพื้นที่ป่าอย่างชัดเจน

สำหรับข้อเสนอของภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ ประเด็นเร่งด่วนคือ การทบทวน “มาตรการห้ามเผาเด็ดขาด (Zero Burning)” เปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามกติการ่วมนั้น ทางรัฐบาลจะนำประเด็นนี้ไปหารือกับหน่วยงานรับผิดชอบหลักเพื่อหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนมาเป็นการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบร่วมกับชุมชน โดยตั้งเป้าหมายลดผลกระทบฝุ่นควันและพื้นที่เผาไหม้ให้ได้ 30–40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา อว. ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยก้าวต่อไปคือการนำข้อเสนอจากภาคประชาสังคม เรื่องการบริหารจัดการป่า ที่ดิน และกลไกชุมชน มาทำเป็นแนวทางปฏิบัติการให้ชัดเจนเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้บังคับใช้เป็นนโยบายหลัก เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหน่วยงานในพื้นที่ใช้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาไม่อาจพึ่งพาเพียงการบังคับใช้กฎหมาย หรือการตั้งรับปลายเหตุด้วยเครื่องฟอกอากาศ DIY แต่ต้องแก้ที่ “ต้นทาง” ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก อว. พร้อมสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้นำชุมชน เพื่อบริหารจัดการแบบรู้จุดเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ (Area-based) ควบคู่กับการทำ “เกษตร Sandbox” เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกร ลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในระยะยาว

“ในปี 2569 มีประชาชนได้รับผลกระทบทางสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่า 15 ล้านคน ฝุ่น PM 2.5 เป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตคนไทยสูงถึง 7 หมื่นรายต่อปี สูงกว่าอุบัติเหตุทางถนนถึง 4 เท่า ยิ่งเขตสุขภาพที่ 1 ภาคเหนือตอนบน พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจและโรคมะเร็งปอดสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และแรงงานนอกระบบ รวมถึงศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจของภาคเหนือไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี”นพ.พงศ์เทพ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย พัฒนากลไกใหม่ที่เป็นรูปธรรมใน 4 มิติ คือ 1.ก่อตั้งและสนับสนุน “สภาลมหายใจ” ในระดับพื้นที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค 2.พัฒนานวัตกรรมเกษตรไม่เผาและเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านเครื่องตัดสับชีวมวล ธนาคารใบไม้ และการแปรรูปตอซัง/ฟางข้าว เปลี่ยนเป็นพลังงาน ปุ๋ยหมัก ถ่านชีวภาพ ทดแทนการเผา 3.พัฒนานวัตกรรม “ห้องปลอดฝุ่นชุมชน” ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่และกรมอนามัย นำไปติดตั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีพื้นที่สูดอากาศสะอาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ 4.ขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … เข้าสู่สภาฯ ยกระดับสิทธิการสูดอากาศสะอาดให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน ซึ่งการจะเอาชนะวิกฤตฝุ่นควันที่ซับซ้อนนี้ จำเป็นต้องขยายผลจาก “บทเรียนหน้างาน” ไปสู่ “นโยบายระดับประเทศ”

ด้านนายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า ข้อจำกัดที่ผ่านมาเกิดจากความซ้ำซ้อนของกฎหมายแต่ละกระทรวง งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับแผนงาน เช่น แผนป้องกันทำไว้ 100% แต่งบประมาณมีเพียง 10-20% รวมถึงงบประมาณมักจัดสรรมาหลังสิ้นสุดช่วงวิกฤตฝุ่น จึงเสนอให้จัดทำ “พื้นที่ Sandbox” ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายและระเบียบงบประมาณ พร้อมเสนอโมเดล “8-3-1” เปลี่ยนผ่านจากการทำงานแบบเดิม โดยเน้น 8 เดือนแรกเป็นการเตรียมการและวางแผนป้องกัน ร่วมกับชุมชน 3 เดือนถัดมาเป็นการเผชิญเหตุ ตามแผนงาน และ 1 เดือนสุดท้ายเป็นการถอดบทเรียน เพื่อประเมินผล นอกจากนี้ ยังเสนอให้ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ “ผู้ว่าฯ CEO” มีอำนาจตัดสินใจสั่งการและบูรณาการงบประมาณได้ทันที เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์การจัดการฝุ่นควัน PM2.5 จังหวัดภาคเหนือ สู่การปฏิรูปโครงสร้างเชิงยั่งยืนผ่าน 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.ปฏิรูปโครงสร้างบริหารจัดการ ปรับคำสั่งรัฐ และโมเดลพื้นที่ทดลอง (Governance & Sandbox) โดยจัดตั้งโมเดล “ผู้ว่าฯ CEO Sandbox” ในจังหวัดวิกฤต (เชียงใหม่ น่าน สระบุรี กรุงเทพฯ) เป็นพื้นที่ทดลอง ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด บูรณาการงบประมาณแบบ Area-based Budgeting และอนุมัติโครงการข้ามกระทรวงได้จริง พร้อมจัดตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เต็มเวลา โดยมอบหมายกระทรวง อว. หรือหน่วยงานกลาง จัดตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เต็มเวลา บูรณาการหน่วยงานแบบข้ามกระทรวง

2.นวัตกรรมเทคโนโลยี และการต่อต้านการทุจริต โดยบังคับใช้มาตรฐาน Open Contracting Standard และ AI ตรวจสอบความโปร่งใสและการกระจายงบประมาณอย่างเป็นธรรม เปิดเผยข้อมูลแผนชิงเผาและมลพิษอุตสาหกรรม และยกระดับระบบเฝ้าระวังด้วยกล้อง 5G และโดรนตรวจจับความร้อน 24 ชั่วโมง

3.ปฏิรูปเขตป่า สิทธิ์ที่ทำกิน และยกระดับป่าชุมชน โดยเร่งรัดสมุด คทช. และขยับสู่ระบบสมุดสิทธิ์ดิจิทัล (E-Booklet) รับรองสิทธิ์ที่ทำกิน 1 ล้านไร่ใน จ.เชียงใหม่ ภายใน 3-5 ปี ขับเคลื่อนมาตรา 65 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 (ซูเปอร์มาร์เก็ตในป่า) จัดทำกติกาการใช้ประโยชน์ป่าอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และพัฒนาแบรนด์สินค้า GI ชุมชน เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการหาของป่าแบบเดิม ยกระดับป่าชุมชนเกรด C สู่เกรด A ตั้งเป้า 2 ล้านไร่ใน 5 ปี และจัดตั้งและฝึกอบรมชุดปฏิบัติการ “สิงห์ไฟ” ประจำ อปท.”

4.นวัตกรรมกลไกการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยออกพันธบัตรเชื่อมโยงความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds – SLB) วงเงิน 1,000-5,000 ล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างกองทุนไฟป่าและฝุ่นเชียงใหม่/กองทุน อบจ.

5.ด้านสิทธิมนุษยชน สุขภาพประชาชน การจัดการฝุ่นข้ามแดน โดยส่งเสริมนวัตกรรมคุ้มครองสุขภาพต้นทุนต่ำ เช่น สนับสนุนการผลิตเครื่องฟอกอากาศ DIY ต้นทุน 300-400 บาท โดยใช้แผ่นกรอง Meltblown PP จัดทำห้องแรงดันบวกต้นทุนต่ำ 400 บาท พร้อมจัดทำแผนยุทธศาสตร์และปฏิทินไฟป่า “แอ่งอากาศ” ข้ามเขตปกครอง เช่น แอ่ งเชียงใหม่-ลำพูน หรือรอยต่อ 4 จังหวัด และยกระดับกลไกความร่วมมือระดับประชาชนในแนวชายแดน เช่น แม่สาย เวียงแก่น แม่สะเรียง