ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
ซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งการขายน้ำมันดิบในตลาดสปอต จากจุดส่งมอบที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่มีการปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกของประเทศ ตกลงขายน้ำมันดิบปริมาณราว 20 ล้านบาร์เรลให้กับโรงกลั่นในเอเชีย โดยให้มารับมอบ ณ จุดส่งมอบที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งการขายน้ำมันดิบในตลาดจร (Spot Sales) จากจุดที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่ต้องปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันข้ามประเทศไปยังชายฝั่งทะเลแดง

แหล่งข่าวในแวดวงการซื้อขายน้ำมันที่ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า ในสัปดาห์นี้ บริษัทซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ขายน้ำมันดิบปริมาณราว 20 ล้านบาร์เรลให้โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยสามารถรับมอบได้ในช่วงเดือนนี้และเดือนหน้าจากจุดที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ซื้อประกอบด้วยบริษัทโรงกลั่นทั้งที่เป็นรัฐวิสาหกิจและเอกชนของจีน รวมถึงผู้นำเข้ารายอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
ตลาดน้ำมันโลกกำลังจับตามองผลกระทบจากการหยุดเดินท่อส่งน้ำมันดังกล่าว ซึ่งเคยเป็นเส้นทางหลักที่ช่วยให้ซาอุดีอาระเบียสามารถหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในช่องแคบฮอร์มุซที่เกิดจากความขัดแย้งกับอิหร่าน แต่ท่อส่งน้ำมันนี้ถูกสั่งปิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากเกิดเหตุโจมตี และยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งเมื่อใด การที่ซาอุดีอาระเบียหันมาเพิ่มยอดขายแบบสปอตผ่านทางอ่าวเปอร์เซียบ่งชี้ว่า ทางการซาอุดีอาระเบียกำลังพยายามหันกลับมาใช้เส้นทางขนส่งแบบดั้งเดิม แม้ว่าจะยังคงมีความเสี่ยงในการเดินเรืออยู่ก็ตาม
ภายหลังการหยุดเดินท่อส่งน้ำมัน บริษัทอารัมโกเลื่อนกำหนดการส่งมอบน้ำมันให้ลูกค้าบางรายในยุโรป ซึ่งเดิมต้องรับน้ำมันจากท่าเรือยานบู (Yanbu) ริมฝั่งทะเลแดงที่อยู่ปลายเส้นทางท่อส่งน้ำมันฝั่งตะวันตกดังกล่าว ในขณะเดียวกัน โรงกลั่นน้ำมันในเอเชียสอบถามข้อมูลไปยังยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัฐรายนี้เกี่ยวกับสถานะการรับน้ำมันที่วางแผนไว้ว่าจะดำเนินการที่ท่าเรือดังกล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า น้ำมันดิบที่อารามโกขายในตลาดจรนี้จะใช้วิธีการขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือ (Ship-to-Ship) ในบริเวณอ่าวโอมาน โดยมีกำหนดการขนถ่ายในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมนี้ หมายความว่าแม้ปริมาณน้ำมันดิบจะต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ผู้ซื้อจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อการขนส่งในช่วงดังกล่าว เนื่องจากจุดรับน้ำมันอยู่นอกพื้นที่เสี่ยงภัยของช่องแคบนั้น