สหรัฐยิงฐานปล่อยจรวดอิหร่าน สกัดวางทุ่นระเบิดป่วนฮอร์มุซ ปะทะครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 31 ส.ค. 2026 เวลา 10.50 น. และอัพเดตเวลา 15.50 น.
สหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดอิหร่านที่พยายามยิงทุ่นระเบิดใส่ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกองทัพสหรัฐเพิ่งประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว นับเป็นการปะทะครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดอิหร่านที่เกาะลารัก (Larak) ซึ่งกำลังเตรียมยิงทุ่นระเบิดเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกของสหรัฐต่ออิหร่านในกว่าหนึ่งเดือน ภายหลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยืนยันว่าได้กวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบที่อิหร่านวางไว้หมดแล้ว
กัปตันทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวว่า กองกำลังอิหร่านกำลังเตรียมยิงจรวดติดทุ่นระเบิดเข้าสู่ช่องแคบ นอกจากนี้ กองทัพจอร์แดนสกัดขีปนาวุธได้ 8 ลูก หลังจากที่กองทัพอิหร่านกล่าวว่าได้โจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับกองกำลังสหรัฐในจอร์แดน
การปะทะกันที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและฉุดดัชนีหุ้นล่วงหน้าของสหรัฐลงในช่วงต้นของการซื้อขายในเอเชีย ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นดัชนีราคาน้ำมันโลก เพิ่มขึ้น 1.4% สู่ระดับ 89.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สัปดาห์ที่แล้ว CENTCOM กล่าวว่า ได้กวาดล้างทุ่นระเบิดออกจากเส้นทางเดินเรือในช่องแคบเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหนึ่งในห้าของโลก อย่างไรก็ตาม พันธมิตรของสหรัฐเตือนเป็นการส่วนตัวว่า ช่องแคบแห่งนี้ยังคงมีทุ่นระเบิดอยู่
“ผมยืนยันได้ว่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ กองกำลังสหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัก และพบว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กำลังเตรียมยิงจรวดติดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ” เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวตามรายงานของนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia)
“กองกำลังสหรัฐกำลังเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดและยังคงเตรียมพร้อมที่จะปกป้องการสัญจรอย่างเสรีผ่านเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้” ฮอว์กินส์กล่าว
การโจมตีของสหรัฐครั้งนี้เป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกต่ออิหร่านในรอบกว่าหนึ่งเดือน ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเปลี่ยนไปใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านแทน
การกลับไปสู่การสู้รบอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนทั่วโลกไม่สบายใจและทำให้ความพยายามของพรรครีพับลิกันในการรักษาเสียงข้างมากในรัฐสภาในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นไปได้ยากขึ้น ซึ่งผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อสงครามและการที่ทรัมป์ยังไม่สามารถยุติสงครามได้
ทั้งนี้ สหรัฐยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมายในอิหร่านครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม นับตั้งแต่นั้นมา รัฐบาลทรัมป์ได้มุ่งเน้นไปที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อผลักดันให้อิหร่านกลับมาเจรจาอีกครั้ง
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อิหร่านยังคงเปิดกว้างที่จะกลับมาเจรจาทางการทูตกับสหรัฐแต่แย้งว่าความคืบหน้าขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐต้องยุติการกดดัน
หลังจากที่เขาอธิบายว่าเป็นการ “หารืออย่างสร้างสรรค์” กับกาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในความขัดแย้ง อารักชีกล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ความคืบหน้า “ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของสหรัฐในข้อเท็จจริงง่าย ๆ ข้อหนึ่งนั่นคือ การกดดันไม่ได้ผล”
ด้านสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ให้คำมั่นว่าจะ “โจมตีทางเศรษฐกิจอย่างหนัก” ต่ออิหร่านและคู่ค้า ซึ่งรวมถึงจีนที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่านถึง 90% เขากล่าวว่าทำเนียบขาวจะหารือกับพันธมิตรเกี่ยวกับแผนการที่จะหยุดซื้อสินค้าจากอิหร่าน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ เกิดขึ้น
เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี (AP) ก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G20 ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาว่า สหรัฐจะคว่ำบาตรธนาคารแห่งที่สองที่ทำธุรกิจกับอิหร่านในสัปดาห์นี้ หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐเสนอข้อกำหนดที่จะตัดขาดสาขาของธนาคารมิสร์ (Banque Misr) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอียิปต์ ออกจากระบบการเงินของสหรัฐ
“นี่จะเป็นความรุนแรงทางการเงินหากเราจำเป็นต้องทำ” เบสเซนต์กล่าวกับเอพี