โอปอล-สุชาตา ในวันที่อำลามงฟ้า แต่คุณค่าจะคงอยู่ตลอดไป
นับตั้งแต่วันที่ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี คว้ามงฟ้าเป็นคนแรกของประเทศไทยเมื่อปี 2025 คนไทยทั้งประเทศรวมถึงคนทั่วโลกได้เห็นเพชรเม็ดงามเม็ดนี้เปล่งประกายมากขึ้นทุกวัน
ในวันนี้เธอได้ทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในฐานะ “มิสเวิลด์ 2025” คอมพลีตอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง จนพี่กะเทย เหล่าแม่ ๆ ที่คอยเฝ้าดูเธอแอบน้ำตาปริ่ม ๆ ในโมเมนต์ที่สาวโอปอลยกมงฟ้าออกจากศีรษะ นำมาแตะที่หน้าผากของตัวเอง ราวกับจะจดจำช่วงเวลานั้นไว้ตลอดไป แล้วสวมต่อให้มิสเวิลด์ 2026 เป็นการอำลามงกุฎอย่างเป็นทางการ
“เรารู้สึกขอบคุณที่มงนี้ให้โอกาสเรา ให้ทุกอย่างกับเรา มงกุฎนี้ทำให้เราได้ทำสิ่งดี ๆ” เธอบอกพร้อม
รอยยิ้มสวยที่เราคุ้นตา
“เราคิดว่าพอได้ตำแหน่งต่อไปในอนาคตไม่ว่าจะอีกกี่ปีคนก็คงยังพูดถึงเราอยู่ในฐานะมงแรกของมิสเวิลด์ เป็นตำนานของคนไทยไปตลอด ตอนนี้อาจจะยังไม่รู้สึกเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ) แต่พออายุมากขึ้นคงมีคนพูดถึงเรา คลิปที่เราได้มงจะรีรันตลอดไป ก็คงดีใจที่เค้ายังพูดถึงเราอยู่ วินาทีที่ถอดมงก็ใจหายนิดหนึ่ง เพราะว่ามงนี้ทำให้เราได้ทำสิ่งดี ๆ แล้วเป็นมงกุฎที่ถ้าเราอยากใส่ก็หยิบมาใส่อีกไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้อยู่ที่เรา แต่ก็โล่งใจที่ภารกิจสมบูรณ์แล้ว ทำหน้าที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นจนวินาทีสุดท้าย”

เธอเน้นย้ำว่ามงกุฎอันทรงคุณค่านี้ทำให้เธอได้เดินทางรอบโลก เพื่อช่วยเหลือและส่งต่อความสุขให้ผู้คน สิ่งนี้คือโอกาสที่เธอได้รับในการทำเพื่อผู้อื่น “มงกุฎมิสเวิลด์มีความหมายที่บอกกับเราว่าเมื่อเราสวมใส่แล้ว เราต้องพร้อมที่จะทำเพื่อคนอื่น เพื่อโลก เพื่อคนรอบข้าง เส้นทางนี้เป็นการเดินทางที่แสนพิเศษของโอปอล”
และแม้ในวันที่อำลาตำแหน่งแล้ว เธอยังคงอยากที่จะทำเพื่อคนอื่น ทั้งในโครงการของเด็ก ๆ และผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแบบที่เธอเคยทำมาตลอด
“โอปอลอาจจะไม่ได้ช่วยเหลือคนได้ดีที่สุด แต่เราเห็นแล้วว่าเราสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้จริง ๆ ทำให้เราเห็นว่าตรงนี้คือคุณค่าของเรา ในวันที่เราไม่รู้ว่าเราจะไปที่ไหน ไม่รู้คุณค่าของเราอยู่ที่ไหน ให้เราดึงตัวเองกลับมาที่นี่”
“หนูโชคดีที่เจอเส้นทางนี้ ที่ได้เห็นคุณค่าของตัวเองในวันที่เราสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ อยากบอกกับทุกคนว่า แม้ตอนนี้คุณอาจจะยังหาคุณค่าในตัวเองไม่เจอ มันอาจจะต้องใช้เวลา แต่วันหนึ่งคุณจะเจอเส้นทางของตัวเอง”
ก่อนจะบอกเล่าในจุดมุ่งหมายต่อไปของตัวเองว่า วันนี้เธอพร้อมจะเปิดรับทุกโอกาสในวงการบันเทิงที่เข้ามา อยากจะลองทั้งในศาสตร์ของการแสดง และดนตรี
“การเป็นมิสเวิลด์อาจจะเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิต แต่เป้าหมายอื่น ๆ ก็สำคัญ แต่ละอย่างที่เราตั้งเป้าไว้อาจจะไม่ใช่สเกลที่ใหญ่ แต่เมื่อผ่านไปเราจะบอกกับตัวเองได้ว่าเรามาถึงจุดนี้แล้วนะ”
ส่วนความฝันที่จะเป็นนักการทูต เธอยังคงวาดฝันไว้อยู่ “ตอนนี้ทุกคนกลัวหนูไม่กลับไปเรียนมาก (หัวเราะ) เดี๋ยวพอทุกอย่างลงตัวจะกลับไปเรียนค่ะ เหลือเรียนอีก 2 ปีจะจบปริญญาตรี จากนั้นโอปอลอยากจะเรียนปริญญาโทอีก 2 ใบ ก่อนจะใช้ความรู้นั้นไปเป็นนักการทูต”
เธอทิ้งท้ายน่ารัก ๆ ว่า อีกไม่กี่วันโอปอลจะอายุ 23 แล้วจริง ๆ (20 ก.ย.) ไม่อยากเลย เพราะชอบเลข 22 มาก แต่ว่า (หัวเราะ) แต่ว่าคงอยากบอกกับโอปอลในอีก 10 ปีข้างหน้าวัย 33 ปี ว่าพักบ้าง อีก 10 ปีน่าจะนานพอในการเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตของเรา น่าจะเป็นไปในทางอื่นบ้างที่ไม่ใช่วงการนางงาม หรือวงการบันเทิง อาจจะมีพาร์ตอื่น ๆ เข้ามา อาจจะได้กลับไปทำธุรกิจของที่บ้าน ครอบครัว มีหลายอย่างในชีวิตที่ต้องดูแล อย่าลืมให้กำลังใจตัวเอง อะไรที่เบาได้ก็เบาบ้าง พักบ้าง มีความสุขกับชีวิตบ้าง นอนบ้าง อันนี้บอกกับตัวเองตอน 22 ด้วย (หัวเราะ)
สุขสันต์วันเกิดสาวโอปอลวัย 23 ปี !!