ประสานเสียงผ่าทางตัน กสทช. กระทุ้งเลขาฯ จัดประชุมบอร์ดโดยไม่มี ‘นพ. สรณ’
บอร์ด กสทช. ล่ม 9 ครั้งใน 2 เดือน สภาผู้บริโภค – ส.ทีวีดิจิทัล – 3 กสทช. ประสานเสียงกระทุ้งสำนักงาน กสทช. จัดประชุมบอร์ด 6 คน โดยไม่มี นพ.สรณ ด้าน “พิรงรอง” ขีดเส้น ต้องจัดประชุมตาม ม.20 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรความถี่ ภายใน 16 ก.ย. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ครั้งที่ 25/2569 ล่มอีก นับเป็นครั้งที่ 9 ในรอบ 2 เดือน หลังจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ถือว่าสละสิทธิ์แต่ต้น

แม้ นพ.สรณ จะร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่สถานการณ์สุญญากาศขององค์กรยังคงดำเนิน เนื่องจากไม่สามารถจัดประชุมบอร์ดได้ตามนัดหมาย เนื่องบอร์ด กสทช. เสียงแตก และไม่อาจเข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากเสี่ยงทางกฎหมาย
ในเช้าวันนี้ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค และนายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายก สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ได้มายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. เพื่อเรียกร้องให้เร่งอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมคณะกรรมการ กสทช. เพียง 6 คน เพื่อแก้ไขปัญหาความเสียหายร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมสื่อและประโยชน์สาธารณะ เนื่องจากมีวาระค้างพิจารณถึง 148 วาระ
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า สภาพการทำงานของ กสทช. ในปัจจุบันไม่สามารถปล่อยให้ประชุมล่มซ้ำซากได้อีกต่อไป เนื่องจากตามกฎหมายแล้ว กรรมการ กสทช. ทุกท่านมีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียมกันในการออกเสียง หรือ 1 คน 1 เสียง และหากกรรมการที่เหลืออยู่ตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป จากปัจจุบันเหลือ 6 ท่าน ก็ยังสามารถดำเนินกระบวนการประชุมและลงมติได้ตามกฎหมาย
ขณะที่ตัวแทนจากสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ระบุว่า ปัจจุบันมีวาระค้างการพิจารณาอยู่ถึง 148 วาระ โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนอย่างอนาคตทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินและโครงข่ายฟรีทีวี ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของรัฐและสื่อหลักที่ประชาชนรับชมได้ฟรีโดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงใช้เป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลที่น่าเชื่อถือในยามเกิดอุทกภัยหรือภัยพิบัติ
เนื่องจากใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุในปี 2572 จึงจำเป็นต้องมีจัดทำแนวปฏิบัติและแผนแม่บท (Roadmap) ให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวล่วงหน้า
ด้านบอร์ด กสทช. 3 คน ได้แก่ ศ.กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต, พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ยังคงยืนกรานว่า นพ. สรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว จึงเรียกร้องให้ สำนักงาน กสทช. ในญานะหน่วยงานธุรการจัดประชุมให้บอร์ด 6 คน ตามกฎหมาย
โดย กสทช.พิรงรอง ได้จัดทำหนังสือบันทึกข้อความ “ด่วนที่สุด” ถึง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการ เลขาฯ กสทช. การนัดประชุม กสทช. ต้องเริ่มจากการนัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสามแห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น
หากผู้ใดฝ่าฝืนก็อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ยุติการใช้ชื่อและทรัพยากรของสำนักงาน กสทช.เพื่อเป็นปากเสียงแทน ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช.วินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการฯ
และย้ำด้วยว่า สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ มิใช่เฉพาะตำแหน่งประธาน กสทช. เท่านั้น
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และระบุด้วยว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ชี้ว่า ภายหลังคณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยแล้ว ศ.คลินิกสรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ระบุว่าให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่
แต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน โดยบทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านการประกอบกิจการ วิทยุโทรทัศน์ และกิจการคมนาคม เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก จึงขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมและอำนวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการ กสทช. 6 คนที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองฯ ได้มีหนังสือด่วนที่สุดขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. 6 คนในวันที่ 4 หรือ 7 กันยายน หรือในเวลาที่กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่สะดวกตรงกัน
อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน สำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้มีการแจ้งนัดหมายเพื่อจัดให้มีการประชุม กสทช.ตามหนังสือดังกล่าว และไม่ได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องว่าเหตุใดจึงไม่จัดให้มีการประชุม กสทช. ตามหนังสือดังกล่าวเช่นกัน
ในขณะที่ปรากฏข่าวจากสื่อมวลชนว่า นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่าไม่สามารถดำเนินการจัดประชุมในวันที่ 4 กันยายน 2569 ได้ เนื่องจากศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้กำหนดนัดหมายการประชุมคณะกรรมการ กสทช. นัดถัดไปไว้แล้วในวันที่ 9 กันยายน 2569
ขณะที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงยืนยันและสนับสนุนในสถานภาพทางกฎหมายของศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ในฐานะประธาน กสทช. และศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ต่อมา นายไตรรัตน์ได้ทำบันทึกที่ สทช 2001/2613 ตอบกลับโดยอ้างระเบียบข้อบังคับการประชุม กสทช. ว่ากำหนดให้ต้องแจ้งนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่ประธานจะเห็นสมควรให้นัดเร็วกว่านั้น และยืนยันว่า จะยึดปฏิทินการประชุมประจำเดือนกันยายนที่ได้แจ้งไว้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยการประชุมครั้งถัดไปกำหนดไว้ในวันที่ 9-10 กันยายน 2569 และหากกรรมการ กสทช. ประสงค์จะขอประชุมนัดพิเศษเพิ่มเติมขอให้ระบุวันเพื่อส่งเรื่องให้ “ประธาน กสทช.” พิจารณาตามระเบียบต่อไป
ล่าสุดวันที่ 9 กันยายน 2569 ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองฯ ได้มีบันทึกแจ้งกลับไปยังรักษาการเลขาธิการว่า การนัดประชุมที่สำนักงาน กสทช. กล่าวอ้างถึงนั้น เป็นการนัดประชุมโดยศ.คลินิกสรณ ซึ่งเป็นบุคคลผู้ที่ในคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลประกอบการมีคำสั่งว่าไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ได้ต่อไป นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เป็นต้นไป จึงเป็นการกำหนดนัดประชุมโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่
ดังนั้น นับจากนี้ตามข้อกฎหมายแล้ว การนัดประชุม กสทช. ต้องเริ่มจากการนัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น หากผู้ใดฝ่าฝืนก็อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. ตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 20 วรรคสาม ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยจัดประชุม กสทช. โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ภายในวันพุธที่ 16 กันยายน 2569
ในภาพรวมมีหนังสือร้องขอให้มีการจัดการประชุมสำหรับ กสทช. 6 คน มา 9 ครั้งแล้ว