เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปกรณ์ สั่ง สํานักพุทธ ทำงานเชิงรุก-ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมทุกวัด
Politics ปกรณ์ สั่ง สํานักพุทธ ทำงานเชิงรุก-ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมทุกวัด
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
‘รฟท.’ ถก ‘อนุทิน’ ปม ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ ยันเอกชนวิ่งถึง 31 ม.ค. เล็งจ้างวิ่ง 1 ปี เดือนละ 60 ล้าน
Politics ‘รฟท.’ ถก ‘อนุทิน’ ปม ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ ยันเอกชนวิ่งถึง 31 ม.ค. เล็งจ้างวิ่ง 1 ปี เดือนละ 60 ล้าน
ปลัดคลังจ่อสรุป TISA ยันหลักการชัด เหลือเคาะตัวเลข
Finance ปลัดคลังจ่อสรุป TISA ยันหลักการชัด เหลือเคาะตัวเลข
CRC ทุ่ม 49,000 ล้าน ขยายพอร์ตค้าปลีกเวียดนาม ดันโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตรับกำลังซื้อโต
Biz Movement CRC ทุ่ม 49,000 ล้าน ขยายพอร์ตค้าปลีกเวียดนาม ดันโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตรับกำลังซื้อโต
GCAP GOLD ประเมินทองอยู่ช่วงพักฐานลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ จับตาแนวรับ 68,000–67,300 บาท
Finance GCAP GOLD ประเมินทองอยู่ช่วงพักฐานลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ จับตาแนวรับ 68,000–67,300 บาท
ศุภจี​ ชี้ปรับทัพ “บิ๊กพาณิชย์“ มุ่งเคลื่อนนโยบาย มั่นใจไร้แรงกระเพื่อมภายใน
Politics ศุภจี​ ชี้ปรับทัพ “บิ๊กพาณิชย์“ มุ่งเคลื่อนนโยบาย มั่นใจไร้แรงกระเพื่อมภายใน
สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
Politics สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
Economic หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
Finance EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
ดูทั้งหมด

ปลดล็อกตลาดหุ้นไทยดึง IPO ลดเงื่อนไข-เปิดช่องพิเศษ 10 อุตฯใหม่

09 ก.ย. 2569 | 07:02น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯยกระดับตลาดหุ้นไทยดึงธุรกิจ New Economy เข้าระดมทุน เดินหน้าปรับเกณฑ์เปิดทาง 10 อุตสาหกรรมโลกใหม่เข้าจดทะเบียน ทั้งลดระดับเกณฑ์ “มาร์เก็ตแคป-รายได้หลัก-กำไร” พร้อมเปิด “ช่องทางพิเศษ” ให้บริษัทได้รับส่งเสริม “BOI-EEC” ธุรกิจไม่มีกำไรเข้าจดทะเบียนได้ “อัสสเดช” ผู้จัดการ ตลท. เชื่อม 3 จิ๊กซอว์ ร่วมมือ ก.ล.ต.-บีโอไอ เปลี่ยนโฉมตลาดหุ้นไทยแข่งระดับภูมิภาค เปิดกว้างประตูขาเข้าตลาดหุ้นให้บริษัทต่างชาติ บอร์ดบีโอไอ ประชุม 11 ก.ย. อัดฉีดเพิ่มสิทธิประโยชน์ดึงดูดบริษัทเข้าจดทะเบียน ประธาน ตลท.เผยเจรจา “รถอีวี-โฟโตนิกส์” เข้าระดมทุน

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเตรียมใช้หลักเกณฑ์รับหลักทรัพย์ใหม่ (IPO) เพื่อดึงอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2569 ขณะนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการพูดคุยกับบริษัทต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หลัก ๆ อาทิ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี), บริษัทที่ทำเทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยแสงโฟโตนิกส์ (Photonics) เป็นต้น 

“การเข้าจดทะเบียนยังต้องใช้เวลา  ขณะนี้มีการพูดคุยกันอยู่ประมาณ 2-3 ตัว อย่างไรก็ดี เกณฑ์ใหม่ที่ประกาศใช้สามารถดึงกิจการอื่น ๆ ที่เป็น New Economy แต่ขนาดกิจการอาจจะไม่ต้องใหญ่มาก เข้ามาก่อนก็ได้”

เปิดทาง 10 อุตฯ เป้าหมาย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาโครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy เติบโตอย่างรวดเร็ว และต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ 3 ปี (ปี 2569-2571) เพื่อเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศเข้าระดมทุนได้สะดวกขึ้นโดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพบริษัทจดทะเบียน และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนไทยเข้าถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

สำหรับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1.การเกษตรและอาหารขั้นสูง 2.เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 3.การต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ 4.การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 5.ยานยนต์สมัยใหม่ 6.การบินและโลจิสติกส์ 7.ดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 8.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 9.หุ่นยนต์ และ 10.การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม 

“อัสสเดช” เชื่อม 3 จิ๊กซอว์

นายอัสสเดชกล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นการต่อ “3 จิ๊กซอว์” สำคัญ ได้แก่ 1.ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีหน้าที่ปรับหลักเกณฑ์รับหลักทรัพย์ให้รองรับลักษณะของธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ New Economy ที่มีโครงสร้างธุรกิจและวงจรการเติบโตแตกต่างจากบริษัทแบบดั้งเดิม โดยบริษัท New Economy บางแห่งอาจยังไม่มีกำไรในปัจจุบัน แต่มีขนาดกิจการ รายได้ หรือศักยภาพการเติบโตในอนาคตสูง จึงจำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ที่สามารถรองรับ

“การเปิดทางให้บริษัทบางประเภทเข้าตลาดได้ แม้ยังไม่มีกำไร ไม่ได้หมายความว่าการระดมทุนจะง่ายขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะความท้าทายจะย้ายมาอยู่ที่การประเมินมูลค่า บริษัทต้องสามารถอธิบายโมเดลธุรกิจ ศักยภาพการสร้างรายได้ แนวโน้มกำไร และโอกาสเติบโตในอนาคตให้กับนักลงทุนได้อย่างชัดเจน”

2.สำนักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างปรับกระบวนการและหลักเกณฑ์การอนุมัติ IPO ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ  และช่วยให้กระบวนการเข้าตลาดมีความรวดเร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการหารือถึงเป้าหมายที่จะทำให้ระยะเวลาหลัง ก.ล.ต. “นับหนึ่งไฟลิ่ง” จนถึงขั้นตอนพร้อมเสนอขายหุ้นอยู่ที่ประมาณ 100 วัน หรือราว 3 เดือนกว่า เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย

และ 3.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนบริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และเลือกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติ และบริษัทในอุตสาหกรรม New Economy ที่รัฐบาลต้องการดึงเข้ามาเป็นฐานการลงทุนใหม่ของประเทศ

ยกระดับตลาดหุ้นแข่งภูมิภาค

นายอัสสเดชกล่าวว่า หากเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนของไทยกับตลาดหุ้นสิงคโปร์และฮ่องกง ปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกันแล้ว แต่ไทยยังจำเป็นต้องเพิ่มแรงจูงใจให้กับบริษัทที่ต้องการเข้ามาระดมทุนในประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนจาก BOI

“ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดสุดท้าย ว่า BOI จะออกมาตรการในรูปแบบใด แต่จากการหารือเบื้องต้นหลักคิดคือสิทธิประโยชน์ที่จะใช้จูงใจให้บริษัทเข้าตลาดทุนควรเพิ่มจากสิ่งที่ได้รับอยู่แล้ว แต่หากสิทธิประโยชน์ใหม่ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากพอ ก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของบริษัทให้เลือกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้”

เมื่อทั้ง 3 ส่วนประกอบกันแล้ว คือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเกณฑ์รองรับธุรกิจใหม่ ก.ล.ต. มีกระบวนการอนุมัติที่รวดเร็วขึ้น และ BOI มีมาตรการจูงใจเพิ่มเติม ขั้นตอนถัดไปคือการเดินหน้าเชิงรุกเพื่อหาบริษัทเป้าหมาย การประกาศเกณฑ์ใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นบริษัท New Economy เข้าจดทะเบียนทันที แต่เป็นการเตรียมโครงสร้างด้านกฎเกณฑ์ให้พร้อม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการดึงบริษัทเป้าหมายเข้ามาใช้ตลาดทุน

ลุ้นเริ่มเห็นผลปีหน้า

นายอัสสเดชกล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจำนวน IPO ในตลาดหุ้นไทยลดลง ส่วนหนึ่งมาจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้อต่อผู้ประกอบการในการเสนอขายหุ้นดังนั้นหากทั้ง 3 จิ๊กซอว์มีความพร้อมในปีนี้ก็อาจเริ่มเห็นผลในรูปของบริษัทที่เข้าจดทะเบียนตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

ทั้งนี้หากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในไทยสามารถเชื่อมโยงไปสู่การลงทุนของบริษัทไทย และต่อยอดสู่การระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในระยะยาว อย่างธุรกิจ Data Center ก็ถือเป็นหนึ่งใน New Economy ทั้งนี้หากกฎเกณฑ์ที่เข้มขึ้นช่วยทำให้ Data Center ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยมีคุณภาพมากขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ ก็อาจทำให้ธุรกิจกลุ่มดังกล่าวมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากขึ้นด้วย

ลดเกณฑ์เปิดกว้างบริษัทต่างชาติ

นายอัสสเดชกล่าวว่า อีกส่วนหนึ่งของเกณฑ์ใหม่คือการปรับเงื่อนไขสำหรับบริษัทต่างประเทศที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกและทำให้ไทยแข่งขันกับตลาดอื่นได้มากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทจากประเทศที่เดิมไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่สำนักงาน ก.ล.ต.ยอมรับ (Unrecognized Country) ซึ่งภายใต้เกณฑ์เดิมหากต้องการทำ Secondary Listing ในประเทศไทย อาจต้องเสนอขายหุ้นหรือเพิ่มทุนในสัดส่วนสูงกว่าบริษัทที่มาจากประเทศที่ได้รับการยอมรับ อาจต้องขายหุ้นเพิ่มทุนประมาณ 15%  ทำให้การเข้ามาทำ Secondary Listing ในประเทศไทยมีความน่าสนใจลดลง

“การปรับเกณฑ์ใหม่จึงมุ่งทำให้เงื่อนไขใกล้เคียงกับกลุ่ม Recognized Country มากขึ้น โดยบางกรณีลดเงื่อนไขเพิ่มทุนลงมาอยู่ที่ประมาณ 5% เพื่อให้อุปสรรคด้านกฎเกณฑ์ลดลง และเปิดทางให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถออกไปแสวงหาบริษัทเป้าหมายจากประเทศต่าง ๆ ได้กว้างขึ้น”

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนยังคงต้องผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน ผลประกอบการ การกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) และการเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนด

เปลี่ยนโฉมตลาดหุ้นไทย

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนกล่าวว่า การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ถือเป็นการปรับประตูขาเข้าตลาดหุ้นครั้งสำคัญ เป็นการเปลี่ยนโฉมตลาดหุ้นไทย ท่ามกลางการค้าโลกซับซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะได้ประโยชน์จากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ และทำให้การขับเคลื่อนประเทศเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยเปิดทางให้ธุรกิจ New Economy เข้าถึงตลาดทุนได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีช่องทางพิเศษ (Special Track) รองรับ

“การลดข้อจำกัดด้านขนาดบริษัทและระยะเวลาการดำเนินงาน พร้อมปรับเงื่อนไขรายได้ให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ New Economy มากขึ้น รวมทั้งจะไม่เน้นดูผลกำไร เพราะบริษัทที่ผลดำเนินงานยังขาดทุนก็สามารถเข้าจดทะเบียนได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปถึง 3,000 ล้านบาท”

นอกจากนี้เกณฑ์ใหม่จะเปิดกว้างเรื่องที่มาของบริษัทต่างประเทศมากขึ้น อย่างบริษัทที่อยู่ในเขตการค้า หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษก็เข้ามาได้ จากเดิมที่ไม่ได้ จะให้เฉพาะที่เป็นประเทศ อย่างไรก็ดี บริษัทเหล่านี้ก็ต้องมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในไทยด้วย

ลดมาร์เก็ตแคป BOI-EEC 60%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกณฑ์ใหม่บริษัท New Economy ที่เข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์มูลค่าหุ้นตามราคาตลาด (Market Capitalization Test) ใน SET เดิมกำหนดมูลค่าขั้นต่ำ 7,500 ล้านบาท แต่เกณฑ์ใหม่ลดเหลือ 5,000 ล้านบาท สำหรับบริษัทที่ไม่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI/EEC  และเหลือ 3,000 ล้านบาท สำหรับบริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI/EEC ที่เข้าเงื่อนไขช่องทางพิเศษ มูลค่าบริษัทลดลง 60% จากเกณฑ์เดิม

ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai จากเดิมกำหนดมูลค่าบริษัทขั้นต่ำ 2,000 ล้านบาท ปรับเกณฑ์เหลือ 1,500 ล้านบาท สำหรับบริษัททั่วไป และ 1,000 ล้านบาท สำหรับบริษัทจาก BOI/EEC อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ฐานะการเงินยังคงไว้ โดยบริษัทที่จะเข้า SET ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท และทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ส่วนบริษัทที่จะเข้า mai ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท และทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

ลด Track Record เหลือ 1 ปี

อีกจุดสำคัญ คือ การลดระยะเวลาการมีผลการดำเนินงาน (Track Record) จากเดิมบริษัท New Economy ต้องมีผลการดำเนินงานอย่างน้อย 3 ปีสำหรับ SET และ 2 ปีสำหรับ mai เกณฑ์ใหม่กำหนดให้บริษัทที่ไม่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI/EEC ต้องมี Track Record เหลือ 2 ปี ขณะที่บริษัท BOI/EEC ใช้เพียง 1 ปี เปิดทางให้ธุรกิจใหม่ที่อยู่ในช่วงเร่งขยายตัวสามารถเข้าถึงตลาดทุนได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม การได้รับการส่งเสริมจาก BOI หรือ EEC ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ Special Track เข้าตลาดหุ้นได้ทันที บริษัทต้องเริ่มมีรายได้เชิงพาณิชย์จากธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมในอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้วก่อนยื่นคำขอ เพื่อยืนยันว่ามีการดำเนินธุรกิจจริง ไม่ใช่มีเพียงโครงการหรือแผนลงทุนในอนาคต

ผ่อนเกณฑ์รายได้ธุรกิจใหม่

นอกจากนี้อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังปรับเกณฑ์ด้านรายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของบริษัท New Economy มากขึ้น สำหรับบริษัทที่จะเข้า SET เดิมต้องมีรายได้จากการดำเนินงานรวมไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจ New Economy ต้องมากกว่า 50% ของรายได้รวม หรือมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และเติบโตไม่น้อยกว่า 20% จากปีก่อน

เกณฑ์ใหม่ปรับให้ยืดหยุ่นขึ้น โดยเปลี่ยนมาให้ความสำคัญว่า “New Economy ต้องเป็นธุรกิจหลักของบริษัท” กล่าวคือในปีล่าสุดธุรกิจ New Economy ต้องเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นของบริษัท และต้องมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 30% ของรายได้จากการดำเนินงานรวม  ซึ่งช่วยเปิดทางให้บริษัทที่มีธุรกิจหลายประเภทสามารถเข้าเกณฑ์ได้มากขึ้น แม้รายได้จาก New Economy จะยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด 

11 ก.ย. BOI เคาะเพิ่มสิทธิ

ขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า จากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับหลักเกณฑ์รองรับมาตรการ BOI to IPO แล้ว ในส่วนของบีโอไอได้เตรียมเสนอมาตรการสิทธิประโยชน์ต่อบอร์ดบีโอไอในวันที่ 11 กันยายน 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นการให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  ทั้งนี้ ในการประชุมจะหารือกันถึงเรื่องขยายสิทธิประโยชน์ตัวภาษี สิทธิที่จะได้รับจากการหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มเติม 

เร่งสร้างอีโคซิสเต็มรองรับ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ถือเป็นการวาง “โครงสร้างพื้นฐานด้านกฎเกณฑ์” เพื่อรองรับบริษัทในอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเข้ามาเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจประเทศในระยะยาว จุดสำคัญจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวน IPO ในระยะสั้น แต่เป็นการทำให้ตลาดทุนไทยพร้อมรองรับบริษัทในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ก่อนที่บริษัทเหล่านี้จะตัดสินใจไประดมทุนในต่างประเทศ

“ที่ผ่านมาหากบริษัทเทคโนโลยีหรือธุรกิจสมัยใหม่ต้องการระดมทุน แต่ตลาดทุนไทยไม่มีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม บริษัทอาจเลือกตลาดต่างประเทศ เช่น Nasdaq หรือสิงคโปร์แทน การมีเกณฑ์ที่ชัดเจนจึงทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นหนึ่งในทางเลือก”

สำหรับ Investment Cycle รอบใหม่ มองว่า 5 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงเริ่มต้นของการสร้างองค์ประกอบต่าง ๆทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน และธุรกิจใหม่ ตลาดทุนจึงต้องเตรียมช่องทางระดมทุนให้พร้อมไปพร้อมกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IPO