เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
ดูทั้งหมด

จบที่ 18 ปี ? Nike กำลังจะหลุด S&P 100 เตรียมแผนฟื้นธุรกิจครั้งใหญ่

09 ก.ย. 2569 | 14:34น.

ไนกี้หลุดดัชนี S&P 100 ในรอบ 18 ปี หลังมูลค่าตลาดร่วงลงอย่างหนักจากปัญหาทางการเงินและราคาหุ้นที่ต่ำสุดในรอบทศวรรษ CEO เร่งดันแผนพลิกธุรกิจ ฟื้นฟูแบรนด์-กำไร ลุ้นอาจจะยังพากลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

การหลุดออกจากดัชนี S&P 100 ของไนกี้ (Nike) สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในด้านของยักษ์ใหญ่แห่งวงการรองเท้าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ไนกี้ถูกถอดออกจากดัชนี Global S&P 100 ซึ่งเป็นสัญญาณถึงความย่อยยับหรือจุดเปลี่ยนของตำนานแบรนด์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนีดังกล่าวได้ประกาศว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายรายการโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับสมดุลรายไตรมาส บริษัทต่างๆ อย่าง Bloom Energy, Illumina และ Everpure พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ดัชนี S&P 500

ในขณะที่ไนกี้จะถูกลบออกจากดัชนี S&P 100 โดยในประกาศระบุว่า “การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีขึ้นเพื่อเพื่อให้มั่นใจว่า แต่ละดัชนีจะสามารถสะท้อนถึงช่วงมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ได้ดีขึ้น”

การหลุดออกจากดัชนี S&P 100 มักจะเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่อื่นๆ ส่งผลให้ร่วงลงจากกลุ่มหุ้นชั้นนำ (Blue-chip) ที่มีขนาดใหญ่และมั่นคงที่สุด 100 อันดับแรกของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ไนกี้จะยังคงอยู่ในดัชนี S&P 500 ที่มีความครอบคลุมมากกว่าต่อไป

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไนกี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อราคาหุ้น โดยในเดือนพฤษภาคม

ไอเอ็นซี (Inc.) ระบุว่า หุ้นของบริษัทผู้ผลิตรองเท้าแห่งนี้ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบกว่าทศวรรษ

Advertisement

เอลเลียต ฮิลล์ (Elliot Hill) ซีอีโอของบริษัท ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2024 ได้นำกลยุทธ์ “Win Now Strategy” มาใช้ ซึ่งเป็นแผนพลิกฟื้นธุรกิจเพื่อฟื้นฟูแรงขับเคลื่อนของแบรนด์ ปรับอัตรากำไรให้เสถียร และดึงดูดผู้บริโภคให้กลับมาอีกครั้ง โดยในเดือนเมษายน บริษัทเปิดเผยว่ากำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของแผนปฏิบัติการ Win Now นี้

ทั่วทั้งบริษัท เราได้ดำเนินขั้นตอนที่เด็ดขาดเพื่อเสริมสร้างรากฐานของเราให้แข็งแกร่ง ปรับปรุงความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อมอบการเติบโตที่มีกำไรอย่างยั่งยืนในระยะยาว” บริษัทระบุในแถลงการณ์ในขณะนั้น “นี่ไม่ใช่ทิศทางใหม่ แต่เป็นระยะถัดไปของงานที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว”

การถูกถอดออกจากดัชนีมีความหมายอย่างไร

ไนกี้เข้าสู่ดัชนี S&P 100 ในเดือนธันวาคม 2008 และดำรงอยู่ในดัชนีนี้มาอย่างต่อเนื่องตลอด 18 ปีที่ผ่านมา แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การถูกถอดออกในเดือนนี้ได้เปลี่ยนมุมมองอนาคตของบริษัทไป

การเป็นสมาชิกของดัชนีมักจะสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว มากกว่าจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

จอช เทฟส์ (Josh Taves) กรรมการผู้จัดการของ Post Oak Group กล่าวกับ Inc

ประเด็นที่สำคัญกว่าสำหรับนักลงทุนคือ ไนกี้จะสามารถเปลี่ยนความแข็งแกร่งของแบรนด์ให้กลับมาเป็นการเติบโตอย่างสม่ำเสมอได้หรือไม่”

ในรายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทเมื่อเดือนมิถุนายน รายได้ในไตรมาสที่สี่ของไนกี้อยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.44 แสนล้านบาท ซึ่งลดลงไป 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ โดยบริษัทได้เน้นย้ำถึงการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างรากฐานทางธุรกิจให้แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว

นี่ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้บริโภคที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ดังนั้นผมจึงยังไม่ตัดชื่อพวกเขาออกไป”

เทฟส์กล่าว

แต่การได้รับการยอมรับในแบรนด์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ นักลงทุนต้องการเห็นการปรับตัวที่ดีขึ้นของแนวโน้มยอดขาย อัตรากำไร และการบริหารจัดการ โดยเฉพาะในส่วนธุรกิจที่ไนกี้สูญเสียแรงขับเคลื่อนไป”

ตามข้อมูลจาก Motley Fool รายได้ของไนกี้เพิ่มขึ้น 9% ในรอบห้าปี แต่กำไรสุทธิของบริษัทลดลงอย่างมากเมื่อเวลาผ่านไป โดยแสดงให้เห็นถึงการลดลงเกือบ 30% ในไตรมาสที่สี่ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อห้าปีที่แล้ว

ไนกี้และทีมผู้บริหารจะยังคงมุ่งหน้าสู่เส้นชัยของกลยุทธ์ Win Now ต่อไปเพื่อฟื้นฟูบริษัท

แม้ว่าเราจะยังคงเผชิญกับปัจจัยลบด้านรายได้ แต่เราก็รู้สึกมีกำลังใจจากความก้าวหน้าในกลุ่มสินค้าสายสมรรถนะ (Performance) และมุ่งเน้นไปที่การทำงานอย่างสม่ำเสมอ การเพิ่มผลกำไร และการขยายผลสำเร็จเพื่อดึงศักยภาพทั้งหมดของเราออกมา”

ฮิลล์กล่าวในแถลงการณ์