เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
Tech กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
World เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
News อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
Automotive BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
Automotive โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
ปลดล็อกตลาดหุ้นไทยดึง IPO ลดเงื่อนไข-เปิดช่องพิเศษ 10 อุตฯใหม่
Finance ปลดล็อกตลาดหุ้นไทยดึง IPO ลดเงื่อนไข-เปิดช่องพิเศษ 10 อุตฯใหม่
เปิดฐานะการคลังประเทศผ่านงบ 70 กวาดเงินนอกงบประมาณ 3.9 ล้านล้าน
Politics เปิดฐานะการคลังประเทศผ่านงบ 70 กวาดเงินนอกงบประมาณ 3.9 ล้านล้าน
ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รอ CP คอนเฟิร์มเดินรถ “แอร์พอร์ตลิงก์” ต่อ 4 เดือน “พิพัฒน์”ยัน 1 ต.ค.ไม่หยุดวิ่ง
Politics รอ CP คอนเฟิร์มเดินรถ “แอร์พอร์ตลิงก์” ต่อ 4 เดือน “พิพัฒน์”ยัน 1 ต.ค.ไม่หยุดวิ่ง
“ไทยเที่ยวไทยพลัส” ปรับเกณฑ์รัฐอุดหนุนค่าที่พัก 1,500 บาท/สิทธิ เพิ่มมูลค่าคูปองสูงสุดถึง 2,000
Politics “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ปรับเกณฑ์รัฐอุดหนุนค่าที่พัก 1,500 บาท/สิทธิ เพิ่มมูลค่าคูปองสูงสุดถึง 2,000
ดูทั้งหมด

กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.

09 ก.ย. 2569 | 07:31น.

สภาพัฒน์ เผยเกณฑ์ใช้น้ำ-ไฟธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ เล็งให้ผลิตแหล่งพลังงานเฉพาะ กรมโยธาฯจัดโซนนิ่งทั่วประเทศ จัดให้อยู่โซน “สีม่วง” เขตอุตสาหกรรม ส่วนพื้นที่พาณิชย์-เกษตร อนุโลมได้กรณีมีขนาดเล็ก-กลาง แต่ต้องไม่อยู่ใกล้ชุมชน พร้อมกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาคาร ทั้งเนื้อที่ว่าง ความปลอดภัย พร้อมดึงเข้าบัญชีโรงงาน ด้าน กทม.รวมดาต้า เซ็นเตอร์เข้าผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับใหม่

ความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้า เซ็นเตอร์ หรือบอร์ดดาต้า เซ็นเตอร์ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดส่งข้อมูลดาต้า เซ็นเตอร์ที่ประกอบกิจการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้างหรือก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอน ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการในวันที่ 11 กันยายนนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอให้คณะกรรมการทราบต่อไปนั้น

ควบคุมไฟฟ้า-คลังน้ำมัน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวว่า หลักเกณฑ์ต้องกำหนดว่าประเทศไทยต้องการดาต้า เซ็นเตอร์ประเภทไหน และควรมีการออกแบบอย่างไร ซึ่งจะต้องมีระบบคลาวด์ และ AI

การพิจารณาต้องดูในหลายมิติ ทั้งเรื่องการใช้น้ำ ใช้ไฟ และผลกระทบ รวมถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงจะต้องช่วยกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศด้วย แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องดูเรื่องรายละเอียด

ส่วนแผนสำรองไฟฟ้าและพลังงาน นายดนุชากล่าวว่า เรื่องระบบไฟฟ้ากระทรวงพลังงานจะเป็นผู้พิจารณาซึ่งอาจมีเกณฑ์ว่าดาต้า เซ็นเตอร์ ต้องใช้ไฟจำนวนเท่าใด หรือกำหนดให้ทำโรงไฟฟ้าเฉพาะ หรือทำ Solar Farm เอง อาจจะต้องกำหนดที่ 50% หรือเป็นจำนวนเท่าใด ต้องมากำหนดกันอีกครั้งจากกำลังการใช้ทั้งหมด

เมื่อถามถึงการควบคุมระบบสำรองน้ำมัน เพื่อใช้ในการปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เลขาฯ สภาพัฒน์ระบุว่า เรื่องนี้กระทรวงพลังงานจะเป็นผู้เสนอ แต่ตามหลักความจริงห้างสรรพสินค้าทุกวันนี้สำรองน้ำมันดีเซลไว้อยู่แล้ว แต่กรณีที่เกิดปัญหาเมื่อไม่นานมานี้เพราะทำไม่ดีจนเกิดรั่วไหล ส่วนจะสำรองปริมาณเท่าใดนั้นต้องกำหนดเกณฑ์ออกมาให้ชัดเจน

กรมโยธาฯ จัดโซนนิ่งทั่วประเทศ

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กำลังรวบรวมข้อมูลภาพรวมของดาต้า เซ็นเตอร์ว่าตั้งอยู่พื้นที่ไหนและผังเมืองกำหนดเป็นพื้นที่อะไร เสนอให้ สศช.วันที่ 11 กันยายนนี้ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางให้บอร์ดดาต้า เซ็นเตอร์พิจารณาแก้กฎหมายผังเมืองและควบคุมอาคารต่อไป

นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยให้กรมตั้งคณะทำงานศึกษาข้อดีและข้อเสียโครงการดาต้า เซ็นเตอร์ รวมถึงกำหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้ง เนื่องจากดาต้า เซ็นเตอร์มีหลายขนาดและหลายประเภท มาตรการทางด้านผังเมืองจะนำนิยาม “ดาต้า เซ็นเตอร์” กำหนดไว้ในกิจการการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวม ครอบคลุมทั้งประเภทที่ให้บริการแก่บุคคลอื่นหรือเพื่อใช้เอง

Advertisement

เพื่อควบคุมกิจการดาต้า เซ็นเตอร์ขนาดเล็ก-กลาง ซึ่งมีผลกระทบต่ำ ให้ดำเนินการได้ในที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย (สีเหลือง) พาณิชยกรรม (สีแดง) พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมบางส่วน (สีเขียว) และอุตสาหกรรม (สีม่วง) โดยมีเงื่อนไขเรื่องอัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมดิน (BCR) และระยะถอยร่น ส่วนดาต้า เซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งมีผลกระทบหลายด้าน จะให้ดำเนินการได้ในพื้นที่เฉพาะที่กำหนดให้เท่านั้น 

ตั้งพื้นที่สีม่วง-ห่างชุมชน 

“ในแง่ผังเมืองมองว่าพื้นที่เหมาะสมตั้งดาต้า เซ็นเตอร์ คือ สีม่วง เพราะไม่อยู่ใกล้ชุมชน แต่ต้องมีระบบน้ำและไฟฟ้าพร้อม ส่วนพื้นที่อื่น ๆ เช่น พื้นที่สีเหลือง สีส้ม อาจตั้งได้บางส่วนแต่ต้องไม่อยู่ในชุมชน ขณะที่พื้นที่สีเขียวอาจตั้งได้ เพราะอยู่ไกลชุมชน และมีแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่วนพื้นที่สีแดงอาจมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย ยังต้องหารือกับบอร์ดดาต้า เซ็นเตอร์ต่อไป”

นายพงษ์นรากล่าว อีกว่า ส่วนกฎหมายควบคุมอาคารกรมเป็นผู้ออกกฎหมาย แต่การออกใบอนุญาตเป็นหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งกรมกำลังยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้เป็นอาคารดาต้า เซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดนิยามประเภทอาคาร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้างอาคาร กำหนดเพิ่มเติมให้อาคารดาต้า เซ็นเตอร์เป็นประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ

กำหนดเงื่อนไขตั้งอาคาร

ปัจจุบันการขออนุญาตก่อสร้างอาคารดาต้า เซ็นเตอร์ ขออนุญาตเป็นประเภทสำนักงาน อาคารพาณิชยกรรม หรืออาคารคลังสินค้า เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะพิจารณาตามวัตถุประสงค์ และลักษณะ รูปทรง สัดส่วนของอาคารจากแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาต

กรณีอาคารมีพื้นที่น้อยกว่า 10,000 ตร.ม. หรือไม่เข้าข่ายอาคารสูง ต้องให้มีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัย เนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมาย ส่วนอาคารมีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องมีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัย เนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมาย ที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร แต่ต้องดูกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นต้น

นายพงษ์นรากล่าวอีกว่า สำหรับอาคารดาต้า เซ็นเตอร์ที่ประกอบกิจการอยู่ในปัจจุบันกว่า 30-40 แห่งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีอีซี กรมร่วมกับท้องถิ่นและ กทม. ตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนโดยรอบ รวมถึงข้อมูลใบอนุญาตก่อสร้าง หากมีปัญหาจะให้ท้องถิ่นออกคำสั่งปรับปรุงแก้ไขหรือห้ามใช้อาคาร โดยเร่งตรวจสอบให้เสร็จวันที่ 12 กันยายนนี้ 

กทม.คุมโซนที่อยู่อาศัย

ด้านนายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. กล่าวว่า ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ ที่อยู่ระหว่างรับฟังความเห็น 90 วัน จะนำเรื่องดาต้า เซ็นเตอร์มาพิจารณาด้วย เพื่อจัดโซนนิ่งใหม่ เบื้องต้นคงให้ตั้งในพื้นที่สีม่วง ส่วนพื้นที่อื่น ๆ เช่น สีแดง สีน้ำตาล อาจจะให้ทำได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขที่เข้มข้นมากขึ้น เช่น ขนาดไม่ใหญ่ มีระยะถอยร่น มีระบบน้ำ ไฟฟ้า และไฟเบอร์ออปติกรองรับ 

“ที่สำคัญเมื่อไปตั้งแล้วต้องมีลูกค้ารองรับด้วย ส่วนพื้นที่สีเหลืองอาจไม่เหมาะสมเพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัย ขณะที่พื้นที่สีเขียว เช่น หนองจอก บางขุนเทียน อาจอยู่ไกลเกินไป อย่างไรก็ตาม กทม.พร้อมปรับผังเมืองรองรับ แต่ต้องรอเกณฑ์ที่ชัดเจนจากบอร์ดดาต้า เซ็นเตอร์ก่อน นอกจากนี้ผังเมืองเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ยังมีกฎหมายอื่น ๆ อีก” 

ดึงเข้าระบบบัญชีโรงงาน

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมบอร์ดดาต้า เซ็นเตอร์ได้ระบุว่าจะเพิ่มบัญชีดาต้า เซ็นเตอร์ เป็นประเภทโรงงานอุตสาหกรรมอีกประเภทหนึ่ง เป็นโรงงานลำดับที่ 108 และต่อไปต้องตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งถ้ากำหนดแบบนี้จะทำให้การดำเนินการต่าง ๆ เร็วขึ้น เช่น ด้านผังเมือง เพราะสามารถเพิ่มบัญชีดังกล่าวแนบท้ายในกฎหมายได้เลย แต่ต้องให้กรมโรงงานฯ ไปดูคำนิยามของโรงงานประกอบด้วย 

แนะควบคุม “สารหล่อเย็น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ปัจจุบันยังไม่กำหนดให้ธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ต้องทํา EIA เนื่องจาก กทม.ระบุว่าเป็นอาคารโกดังที่วางเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่หลายคนมองว่าไม่ได้ผลิตสิ่งอันตรายรั่วไหลออกมาสู่สิ่งแวดล้อมนัก อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านการทำระบบไฟฟ้า และระบบทำความเย็นใน Data Center จากบริษัท Vertiv ซึ่งเคยระบุว่า ดาต้า เซ็นเตอร์ต้องออกแบบกระบวนการทำความเย็นโดยเฉพาะ ด้วยระบบปิด ใช้สารทำความเย็น ทดแทนน้ำ และป้องกันการรั่วไหลอย่างรัดกุม แต่ “สารหล่อเย็น”มีทั้งแบบหมดสภาพการใช้งานได้ หรือบางแบบจำเป็นต้องนำออกมากำจัดภายนอกอยู่ดี

ตรวจสอบ-วัดค่าสม่ำเสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันระบบทำความเย็นภายในดาต้า เซ็นเตอร์ใช้สารที่มีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ส่วนแรกคือภายในอาคารใช้แอร์และพัดลมใช้สารรุ่นใหม่ อย่าง HFO-HFO-blends เช่น R-454B ซึ่งยังไม่มีการระบุวันเวลาเสื่อมสภาพ ใช้หมุนวนในระบบปรับอากาศของห้องเซิร์ฟเวอร์ได้ตลอดอายุ เว้นแต่มีปัญหาเรื่องการรั่วไหลตามข้อต่อ จึงต้องทั้งผสมผสานระบบระบายความร้อนทั้งแบบอากาศและของเหลวควบคู่กัน วางผังพัดลม Chiller ไว้ภายนอกอาคารเพื่อลดความเสี่ยงในการรั่วไหล รวมถึงดึงลมธรรมชาติและความชื้นมาช่วย

ทั้งหมดนี้ต้องทำแบบวงจรปิดอย่างรัดกุม (Close Loop) เพื่อไม่ให้สารรั่วไหล และที่สำคัญคือต้องวัดค่าประเมินระบบ คำนวณผลกระทบรวมทั้งจากการรั่วไหลของก๊าซเรือนกระจกโดยตรง และปริมาณคาร์บอนที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งานของเครื่อง

ส่วนที่ 2 คือ สารหล่อเย็นแบบ Direct 2 Chip ยิงตรงเข้าแผงวงจร มีระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายราว 3-5 ปี และส่วนที่ 3 คือ สารหล่อเย็นแบบของเหลวรักษาสภาพชิป หรือ Immersion Cooling ที่ใช้การจุ่มแผงวงจรลงของเหลวโดยตรง สารส่วนนี้ใช้เวลา 10-20 ปีในการหมดสภาพ สารหล่อเย็นเหล่านี้ต้องตรวจสอบและรายงานผลเข้มงวดและโปร่งใส ด้วยมีอันตรายและมักรั่วไหลตามข้อต่อ ต้องกำจัดตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ไทยมีกฎหมายคุม 2 ฉบับ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของประเทศไทย มีข้อกำหนดที่จะเกี่ยวกับสารหล่อเย็นที่ใช้ในดาต้า เซ็นเตอร์ 2 ฉบับ โดยเฉพาะเมื่อมีการซ่อมบำรุงหรือกำจัดของเหลวเสื่อมสภาพจากระบบหล่อเย็น Direct To Chip คือ 

พ.ร.บ.วัตถุอันตราย (กรมโรงงานอุตสาหกรรม) กล่าวคือ สารหล่อเย็นเคมีสำเร็จรูปส่วนใหญ่จัดเป็นวัตถุอันตราย การเก็บสำรองสารเคมีใหม่ การถ่ายเทสารเคมีเก่าที่เสื่อมสภาพเพื่อเตรียมทำลาย จะต้องทำบันทึก ครอบครอง และแจ้งต่อนายทะเบียนตามกำหนด

และ 2.ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว: ของเหลวหรือน้ำยาหล่อเย็นเสื่อมสภาพจากดาต้า เซ็นเตอร์ ถือเป็น “กากอุตสาหกรรมอันตราย” (Hazardous Waste) ห้ามทิ้งลงท่อระบายน้ำสาธารณะเด็ดขาด การขนย้ายไปทำลายภายนอกดาต้า เซ็นเตอร์ต้องใช้บริการบริษัทรับบำบัดที่มีใบอนุญาตประเภท 105 หรือ 106 และต้องรายงานผ่านระบบ e-Government (ระบบกำกับการขนส่งกากอุตสาหกรรม-Manifest System)