Skip to content

Let It Be! หนังชีวประวัติ The Beatles 4 ภาค ฉายเมษา 2028

12 ก.พ. 2569 | 12:53น.
Let It Be! หนังชีวประวัติ The Beatles 4 ภาค ฉายเมษา 2028

Let It Be หนังชีวประวัติ The Beatles โปรเจ็กต์ยักษ์จากผู้กำกับออสการ์ แซม เมนเดส เตรียมพาผู้ชมย้อนยุคสู่ตำนาน Fab Four ผ่านภาพยนตร์ 4 เรื่องเชื่อมโยงกัน จุดขายอยู่ที่ลุก-ผม-เพลง-เพื่อน

AP News รายงานว่า โปรเจ็กต์ภาพยนตร์ชีวประวัติ The Beatles แบบ 4 ภาค กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และวางกำหนดเข้าฉายในเดือนเมษายน 2028 จากผู้กำกับ แซม เมนเดส (Sam Mendes) เจ้าของรางวัลออสการ์ ภาพยนตร์ชุดนี้ใช้ชื่อโครงการว่า The Beatles A Four-Film Cinematic Event และเพิ่งมีการปล่อยทีเซอร์เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ให้เห็นทิศทางงานสร้าง โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนลุกและทรงผม ที่เป็นองค์ประกอบภาพลักษณ์ยุคสมัย

รายงานระบุว่านักแสดงนำเป็นกลุ่มนักแสดงที่กำลังเป็นที่จับตาในเจเนอเรชั่นนี้ ประกอบด้วย Harris Dickinson รับบท John Lennon, Paul Mescal รับบท Paul McCartney, Barry Keoghan รับบท Ringo Starr และ Joseph Quinn รับบท George Harrison ภาพยนตร์ทั้ง 4 เรื่องจะเป็นหนังเชื่อมโยงกัน (Interconnected) ภายใต้เหตุการณ์และช่วงเวลาที่สัมพันธ์กัน

ในด้านการสื่อสารการตลาด ทีมงานใช้วิธีโปรโมตด้วยการซ่อนโปสต์การ์ดเผยภาพ First Look ของนักแสดงในลุก The Beatles ไว้ตามวิทยาลัยศิลปะการแสดงในเมืองลิเวอร์พูล บ้านเกิดของวง เพื่อให้นักศึกษาตามหา เป็นกระจกตีความสไตล์ยุค Swinging ’60s ผสานความโบฮีเมียน และความกรูฟ ที่เป็นลายเซ็นของวงในเชิงวัฒนธรรมพ็อป

ภายใต้ตารางถ่ายทำขนาดใหญ่ นักแสดงทั้งสี่จะทยอยแปลงโฉม ไปสู่ภาพจำของ Fab Four ผ่านองค์ประกอบทรงผมที่เป็นสัญลักษณ์ เช่น ทรงบาวล์คัตของพอล, ผมยาวพลิ้วสไตล์ฮิปปี้ของจอห์นและจอร์จ และทรงม็อปท็อปเซอร์ ๆ แบบริงโก พร้อมอธิบายว่า การเปลี่ยนรูปลักษณ์ เป็นส่วนประกอบที่พบได้บ่อยในหนังชีวประวัติและงานที่ถูกจับตาในฤดูกาลรางวัล โดยยกตัวอย่างกรณีการเปลี่ยนลุกของนักแสดงในโปรเจ็กต์อื่น ๆ เพื่อให้เห็นภาพบริบทในอุตสาหกรรม

กรอบเรื่องของ The Beatles ถูกวางไว้ให้เล่าทั้ง เรื่องดนตรี เรื่องความงาม และภาพลักษณ์ จุดขายยุคสมัย โดยย้อนถึงจุดเริ่มของทรง Mop-Top ที่เนี้ยบและมีหน้าม้าปัดไปด้านหน้า ของ Lennon และ McCartney ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากทรงผมวัยรุ่นฝรั่งเศสในช่วงนั้น และถูกตัดโดย Jurgen Vollmer เพื่อนของวง ก่อนที่ Leslie Cavendish จะเข้ามาดูแลงานผมให้วงต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ 1960s-1970s เพื่อกำหนดลุกที่หวานแต่เนี้ยบ เมื่อจับคู่กับสูทเข้าชุดกัน จึงดึงดูดฐานแฟนวัยรุ่นจำนวนมาก

เมื่อวงเติบโตเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ภาพลักษณ์ก็เปลี่ยนตามแรงขับทางวัฒนธรรมที่เสรีขึ้น โดยหลังยุคอัลบั้ม Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band สไตล์ทรงผมขยับจากทรงเห็ด ไปสู่ จอน หนวด และผมยาวพลิ้ว มากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่บทความมองว่าน่าสนใจว่าหนังจะเลือกนำเสนอ สเตจสไตล์ ของสมาชิกแต่ละคนในจุดใดบ้าง

สำหรับภาพ First look รายบุคคล ระบุว่า Barry Keoghan ปรากฏตัวในงานพรีเมียร์ที่ลอนดอนของภาพยนตร์ Crime 101 พร้อมทรงผมม็อปท็อปที่ดูยุ่งเล็กน้อย สื่อถึงลุกยุคแรกของ Ringo Starr และเห็นลอนธรรมชาติของเจ้าตัว พร้อมบอกว่าการถ่ายทำเริ่มในเดือนพฤศจิกายน ทำให้มีเวลาไว้ผมยาวขึ้นอย่างชัดเจนจากลุกก่อนหน้า และบทความให้เครดิตว่าเขาทุ่มเทกับบท ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้วิก

ด้าน Harris Dickinson ผู้แสดงจาก Babygirl และ Beach Rats รับบท John Lennon บทความระบุว่า จากภาพโปสต์การ์ดที่แสงค่อนข้างมืด พอเห็นว่าเขาถ่ายทอดทรงผมยาวแบบ Shag ซึ่งเป็นภาพจำของ Lennon และยังไม่มีเคราเต็ม จึงน่าจะเป็นช่วง Abbey Road Sessions และยุคของ Yoko Ono พร้อมย้ำว่าในปี 1970 Lennon เคยโกนศีรษะ ทำให้ยังต้องติดตามว่า Dickinson จะถ่ายทอดภาพจำของ Lennon ในหลายช่วงมากน้อยแค่ไหน

ส่วน Joseph Quinn ในบท George Harrison บทความชี้ว่าผมของ Harrison โดยธรรมชาติ หนาและมีวอลลุ่ม กว่าสมาชิกคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด จึงอาจมีการใช้วิกหรือเทคนิคเสริมผมในภาพที่ปรากฏ โดยลุกผมแสกกลางตกเป็นชั้น ๆ และเป็นลอน สอดรับกับภาพของ Harrison ตุ๊กตาแนวคิด Counterculture และพัฒนาสู่ลุกที่ยาวและดิบขึ้นในช่วงที่เขาไปทาง Spirituality และ Mysticism มากขึ้น พร้อมมีประโยคแซวจากเพื่อนร่วมงานเรื่องทูโทเรียลผมลอนชายหาด ของ Quinn

สำหรับ Paul Mescal ในบท Paul McCartney บทความระบุว่าแม้ McCartney จะเคยมีทรงมัลเล็ตและบางช่วงมีหนวด (รวมถึงหนวดปลอม) แต่ในความทรงจำของวัฒนธรรมพ็อป พอล มักถูกนิยามด้วย ทรงบาวล์คัต ภาพแรกจึงพาไปยังลุกยุคต้นที่มีหน้าม้าปัดไปด้านหน้าและผมด้านข้างแบบตัดกรรไกร และตั้งข้อสังเกตว่า Mescal น่าจะใช้วิก เพราะช่วงออกงานฤดูกาลรางวัลเขามีทรงผมต่างไปอย่างชัดเจน ก่อนปิดด้วยการกล่าวถึง Let It Be ในฐานะท่าทีเรื่องการดูแลตัวเองของ McCartney ที่ยอมรับผมหงอกสีเงินในช่วงหลัง

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Let It Be The Beatles ออสการ์