ทรัมป์วางแผนเก็บภาษีภาพยนตร์ต่างประเทศ 100% ยกระดับสงครามการค้าสู่วงการฮอลลีวูด
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศแผนเรียกเก็บภาษี 100% กับภาพยนตร์ที่ผลิตในต่างประเทศเมื่อ 4 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นการขยายนโยบายการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นไปยังเซ็กเตอร์ด้านบันเทิงด้วยเป็นครั้งแรก
ในโพสต์บนทรูท โซเชียล ประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่า ตนเองได้สั่งให้กระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าเริ่มกระบวนการจัดเก็บภาษีภาพยนตร์ต่างชาติทันที ซึ่งทรัมป์ต้องการให้สร้างภาพยนตร์ในอเมริกาอีกครั้ง โดยอ้างว่าภาพยนตร์อเมริกันกำลังจะตาย ถือเป็นภัยความมั่นคง
ไม่ชัดเจนว่าภาษีดังกล่าวจะได้ผลอย่างไร หรือผลงานดังกล่าวจะได้รับการประเมินมูลค่าอย่างไร เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บภาษี ซึ่งในปัจจุบันภาพยนตร์หลายเรื่องจากสตูดิโอฮอลลีวูดเกี่ยวข้องกับการผลิตทั่วโลก รวมถึงสถานที่ถ่ายทำในต่างประเทศและงานหลังการผลิตที่สามารถทำได้ทุกที่ในโลก
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่จีนเคลื่อนไหวเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อลดจำนวนภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในจีนลงเล็กน้อย เพื่อเป็นการตอบโต้การขึ้นภาษีอย่างก้าวร้าวของทรัมป์ ซึ่งหน่วยงานบริหารภาพยนตร์จีนกล่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ว่าข้อจำกัดดังกล่าวจะลดความนิยมของผู้ชมในประเทศที่มีต่อภาพยนตร์อเมริกันลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐจะมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก แต่ภาพยนตร์ต่างประเทศได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยภาพยนตร์ได้รับการยกย่องอย่างสูง ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์เกาหลีใต้เรื่อง Parasite หรือชนชั้นปรสิต ได้รับรางวัลออสการ์ถึงสี่รางวัล รวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2020