”พิพัฒน์” สั่งพับคำว่า “แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC” สร้างความสบายใจทุกฝ่าย รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำ
“พิพัฒน์” สั่งพับคำว่า “แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC” หวังสร้างความสบายใจทุกฝ่าย ยืนยันเดินหน้าเชื่อม 2 ฝั่งทะเล ยึด “ระนอง-ชุมพร” จุดยุทธศาสตร์
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) และร่างพระราชบัญญัติ SEC ว่า เพื่อสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่าย ต่อจากนี้ไปจะไม่มีการใช้คำว่า โครงการแลนด์บริดจ์ และ พ.ร.บ SEC อีกต่อไป
ซึ่งทิศทางที่ชัดเจนทั้งหมด ยังต้องรอผลสรุปอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ไปดำเนินการศึกษาในรายละเอียดเชิงลึก
นอกจากนี้ยังต้องรอข้อมูลสำคัญจากการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำข้อมูลการหารือเกี่ยวกับส่วนประกอบของท่าเรือ ทั้งระบบราง และเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทยมาพิจารณาอย่างละเอียด
ส่วนทำเลที่ตั้งของท่าเรือฝั่งอันดามันนั้น จะต้องพิจารณาจากความเหมาะสม โดยในส่วนของท่าเรือระนองเดิมที่มีการใช้งานมานานกว่า 20 ปี พบว่าในปัจจุบันมีข้อจำกัดและไม่เหมาะสมในทางกายภาพสำหรับการพัฒนาเป็นท่าเรือขนาดใหญ่พื้นหลังท่าเรือก็ไม่มีความพร้อม หากรัฐบาลจะไปลงทุนเพิ่มในจุดเดิม ก็อาจจะสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็นเหมือน 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในฝั่งอันดามัน หากดูความพร้อมจากจังหวัดต่างๆ ทั้งสตูล ตรัง กระบี่ ภูเก็ต หรือพังงา ต่างก็มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และสิ่งแวดล้อม ทำให้สุดท้ายแล้ว จังหวัด “ระนอง” และ “ชุมพร” ก็ยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนาโครงการเชื่อมโยงนี้
นายพิพัฒน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผลการชี้ขาดว่าจะเป็นจังหวัดใด รวมถึงรูปแบบการลงทุนว่ารัฐบาลจะดำเนินการเองหรือให้เอกชนร่วมทุนนั้น ยังต้องรอผลการศึกษาอย่างรอบด้านจากทั้งกระทรวงคมนาคมและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทุกมิติ ทั้งรูปแบบการลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้โครงการเดินหน้าไปได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด