เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
Business ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
ดูทั้งหมด

CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย

05 ก.ย. 2569 | 11:16น.

CPAXT ปิดดีลซื้อหุ้น 100% ใน The Food Purveyor มูลค่า 1.6 พันล้านริงกิต หรือราว 1.31 หมื่นล้านบาท เสริมทัพ Lotus’s Malaysia รวมเครือข่ายกว่า 120 สาขา นักวิเคราะห์มองเป็นกลาง คาดเริ่มหนุนกำไรอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569

หลังจากเมื่อเดือนมีนาคม 2569 เกิดดีลใหญ่การซื้อกิจการค้าปลีกในอาเซียน โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) เข้าซื้อหุ้นในกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทธุรกิจค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ Village Grocer B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant รวม 50 สาขา ในประเทศมาเลเซีย โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียนของบริษัทมาเลเซีย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุความคืบหน้าการเข้าซื้อกิจการว่า ตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เรื่อง การเข้าซื้อหุ้นสามัญในกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศมาเลเซีย โดย Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 100 เป็นผู้เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว รายละเอียดปรากฏตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น

บัดนี้ บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่าคู่สัญญาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement) และธุรกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องแล้ว ส่งผลให้การเข้าซื้อหุ้นสามัญในกลุ่มบริษัทแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 และ The Food Purveyor Sdn. Bhd. มีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัทฯ

เหตุผลเชิงกลยุทธ์สำคัญ ของดีลนี้คือการผสานจุดแข็ง (Synergy) ของสองโมเดลค้าปลีก ทั้งการเสริมแกร่งเซกเมนต์พรีเมียม เข้าถึงฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงในเขตเมืองและย่านรายได้สูงของมาเลเซีย ผ่านความเชี่ยวชาญของ TFP ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตระดับบน

และการขยายอาณาจักรค้าปลีก ซึ่งโลตัส (Lotus’s) ในประเทศมาเลเซียมีความแข็งแกร่งด้านไฮเปอร์มาร์เก็ตและเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปอยู่แล้วจำนวน 70 สาขา เมื่อนำมาควบรวมกับซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมของ TFP อีก 50 สาขา

ส่งผลให้ CPAXT มีเครือข่ายสาขารวมกันทันที กว่า 120 สาขาทั่วประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันตามแผนระยะยาวเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำค้าส่ง-ค้าปลีกในระดับภูมิภาคอาเซียน

สำหรับ The Food Purveyor (TFP) มีจุดเริ่มต้นที่เติบโตมาจากร้านขายของชำขนาดเล็ก (Sundry Store) ของตระกูล Ong ในย่าน Gombak ประเทศมาเลเซีย ช่วงทศวรรษ 1950 ก่อนจะยกระดับธุรกิจสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่แห่งแรกภายใต้แบรนด์ Pasaraya OTK ในปี 2540 จากนั้นในปี 2547 ได้บุกเบิกตลาดค้าปลีกระดับบนด้วยการเปิดตัวซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมแบรนด์ Village Grocer สาขาแรกที่ Bangsar Village ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนได้รับการร่วมทุนจากกลุ่ม Navis Capital ในปี 2557 และได้ควบรวมกิจการกับแบรนด์ Ben’s Independent Grocer (B.I.G.) ในปี 2560 สู่การจัดตั้งกลุ่มบริษัทภายใต้ชื่อ “The Food Purveyor” ในที่สุด

ปัจจุบัน TFP ก้าวขึ้นเป็นเชนซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมแถวหน้าของมาเลเซียที่มีเครือข่ายร้านค้ากว่า 50 สาขาในย่านเศรษฐกิจสำคัญ โดยบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์หลากหลายระดับ ได้แก่ แบรนด์พรีเมียม Village Grocer, เชนซูเปอร์มาร์เก็ตแนวไลฟ์สไตล์ Ben’s Independent Grocer (B.I.G.), ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับไฮเอนด์ BSC Fine Foods, แบรนด์พรีเมียมร่วมเครือข่ายอย่าง The Food Merchant, แบรนด์ย่านไลฟ์สไตล์ Leisure Grocer และแบรนด์ระดับชุมชนดั้งเดิมอย่าง Pasaraya OTK

นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ Bites Shop เพื่อบริการกลุ่มลูกค้าในยุคดิจิทัลอีกด้วย

มองความเห็นนักวิเคราะห์

ขณะที่ความเห็นของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ ให้มุมมองเกี่ยวกับดีลดังกล่าวแตกต่างกัน

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ดีลนี้เข้าซื้อหุ้น 100% ของ TFP มูลค่า 1.6 พันล้านริงกิต (ประมาณ 1.31 หมื่นล้านบาท)  แหล่งเงินทุนใช้เงินกู้ยืม 80% และกระแสเงินสดภายในบริษัท 20% ซึ่งหลังทำดีลแล้ว อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) ยังทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยที่ราว 0.4 เท่า  ขณะที่ระดับราคาเข้าซื้อคิดเป็น PE ประมาณ 28 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทค้าปลีกมาเลเซียซึ่งอยู่ที่ 32 เท่า

ในแง่การรวมงบและผลกระทบต่อกำไร เริ่มรวมงบการเงินของ TFP ตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป คาดว่าดีลนี้จะยังไม่ส่งผลบวกต่อกำไรในปี 2026 เนื่องจากมีต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายดีล  แต่จะเริ่มสร้างผลบวกต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027 ราว 160-260 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 2-3% ของกำไรสุทธิ CPAXT) คาดหนุนรายได้ B2C (กลุ่มค้าปลีก) เพิ่มขึ้น 4% หรือประมาณ 2% ของงบรายได้รวม

จุดเด่นธุรกิจ TFP ดำเนินซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมกว่า 50 สาขา ภายใต้แบรนด์ดังเช่น Village Grocer, B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant ครองส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมราว 30%

การรวมกับ Lotus’s Malaysia (70 สาขา) จะสร้างเครือข่ายร้านค้ากว่า 120 สาขาทั่วมาเลเซีย โดยตลาดพรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงถึง 10% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ดีกว่าตลาดทั่วไปที่โตเพียง 4% และคาดเกิด Synergy จากการจัดหาสินค้าร่วมกัน (Sourcing & Procurement) และการทำสินค้า Private-Label ร่วมกับ Lucky Frozen

บล.กรุงศรี ระบุว่า มูลค่าดีล 1.6 พันล้านริงกิต (~1.31 หมื่นล้านบาท) ใช้เงินกู้ 80% ส่งผลให้ Net D/E ขยับขึ้นเป็นไม่เกิน 0.4 เท่า (จากเดิม 0.37 เท่าในไตรมาส 2/2569) คาดหนุนรายได้ของ CPAXT ในปี 2027 คิดเป็น 4% ของธุรกิจค้าปลีก หรือ 2% ของยอดขายรวม

จุดเด่นคือ TFP มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงกว่า Lotus’s Malaysia ราว 2-4%

ทั้งนี้ มอง “เป็นกลาง” และคาดผลบวกต่อกำไรในช่วง 1-2 ปีแรกจะถูกจำกัดจากค่าใช้จ่ายธุรกรรมและภาระดอกเบี้ยจากการกู้ยืม แม้ TFP จะช่วยเจาะฐานลูกค้ากลุ่มระดับกลางถึงบน (Premium) ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่เติบโตแข็งแกร่ง (10% ต่อปี) แต่มีจุดที่ต้องระวังคือ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแผนการขยายสาขาและเป้าหมาย Synergy หลังดีลอย่างชัดเจน

บล.บัวหลวง ระบุว่า แง่โครงสร้างการเงินและการดำเนินงาน เงินกู้ยืม 80% ของดีลคิดเป็นจำนวนเงินราว 1.0 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้อัตรา Net IBD/E อยู่ในระดับต่ำที่ 0.4 เท่า  ดีลนี้คาดช่วยเพิ่มรายได้ให้กับ CPAXT ราว 2% ในปี 2027 โดยสินค้าพรีเมียมของ TFP จะส่งผลให้ GPM สูงกว่า Lotus’s Malaysia ราว 3-5 ppt

ขณะที่มุมมอง บล.บัวหลวง มอง “เป็นกลาง” ดีลนี้เป็นไปตามคาด แม้จะช่วยเพิ่มรายได้และ Margin Mix แต่กำไรปี 2026 จะยังไม่เห็นผลบวกอย่างมีนัยสำคัญจากดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายดีล

อย่างไรก็ดี เห็นโอกาสดีในการเกิด Synergy ด้านการร่วมจัดซื้อและการจัดหาวัตถุดิบ (Sourcing and Procurement)

บล.เคจีไอ ระบุว่า มูลค่าธุรกรรมสุทธิอยู่ที่ 1,597 ล้านริงกิต (ประมาณ 13,095 ล้านบาท) ใช้เงินกู้ยืมธนาคารสัดส่วน 80% คาดว่าจะเริ่มหนุนกำไรส่วนเพิ่ม (Accretion) ได้ตั้งแต่ปี 2027F เป็นต้นไป

มุมมองการควบรวม มอง “เป็นกลาง” ดีลนี้จะเพิ่มสัดส่วนยอดขาย TFP ราว 4% ของยอดขายค้าปลีกรวม ดีลนี้เข้าถูกทางเนื่องจากซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมในมาเลเซียโต 10% เทียบกับกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตที่โต 4%

ในด้าน Synergy นั้นทางบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยเฉพาะเจาะจง แต่การส่งผ่านความรู้ด้านซูเปอร์มาร์เก็ตจะช่วยหนุนธุรกิจมาเลเซียภาพรวมได้ดี

บล.พาย ระบุว่า มูลค่าธุรกรรมที่ 1,597 ล้านริงกิต (หรือคิดเป็นประมาณ 1.395 หมื่นล้านบาท) ซึ่งใช้เงินกู้ 80% และรักษาอัตรา Net D/E อยู่ที่ 0.4 เท่า ช่วยสร้างยอดขาย (B2C) ส่วนเพิ่มได้ 4% ในปี 2027

มุมมองกลยุทธ์ มอง “เป็นกลาง” แม้คาดว่ากำไรส่วนเพิ่มที่จะเกิดขึ้นในปี 2027 จะยังไม่สูงนัก  แต่ได้สิทธิ์แบรนด์ค้าปลีกพรีเมียมอันแข็งแกร่ง 50 สาขา มีแชร์ในกลุ่มพรีเมียมสูงถึง 30%  ตลาดกลุ่มเป้าหมายมีการเติบโตดีเฉลี่ย 8-10% ต่อปี ดีกว่าตลาดค้าปลีกรวมในมาเลเซียที่ขยายตัว 4-5%  คาดว่าจะเกิด Synergy ร่วมกับ Lotus’s มาเลเซียที่มีอยู่เดิมกว่า 70 สาขา

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองดีลนี้โดยประเมินว่าธุรกรรมซื้อ TFP จะช่วยเพิ่ม upside ให้กับประมาณการกำไรของ CPAXT เพียง “เล็กน้อยเท่านั้น” (marginal upside) โดยมองว่าค่าใช้จ่ายธุรกรรมและต้นทุนดอกเบี้ยในช่วงแรกจะเป็นแรงกดดันระยะสั้น