เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

‘อินไซด์’ 24 ชั่วโมง ปม ‘ฮอร์มุซ’ ก่อน ‘ทรัมป์’ กลับลำไม่เก็บต๋ง 20%

18 ก.ค. 2569 | 11:05น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

กล่าวได้ว่าในขณะนี้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่สหรัฐและอิหร่านได้ลงนามกันไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ล่มสลายและ “ถูกฉีก” ไปแล้วเรียบร้อย ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว เมื่ออิหร่านได้ใช้อาวุธโจมตีเรือพาณิชย์ต่าง ๆ ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือเหล่านั้นไม่แล่นตามเส้นทางอิหร่านกำหนด เป็นเหตุให้สหรัฐตอบโต้ด้วยการถล่มเป้าหมายจำนวนมากในอิหร่าน ซึ่งรอบนี้ไม่ใช่การตอบโต้พอหอมปากหอมคอ แต่เป็นการถล่มใหญ่หนักหน่วง เสมือนสงครามเต็มรูปแบบกลับมาอีกครั้ง

การกลับมาถล่มอิหร่านอย่างจริงจังอีกรอบ แน่นอนว่ามันคือ “ค่าใช้จ่าย” มหาศาลของสหรัฐอเมริกา และดูเหมือนว่าสหรัฐยังไม่มีวิธีที่ชัดเจนในการออกจาก “หล่ม” สงครามครั้งนี้ จากเดิมที่ตั้งเป้าจะจบภารกิจภายใน 4-5 สัปดาห์ แต่นี่ล่วงเลยมา 4 เดือนกว่าแล้ว ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ทำให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ ๆ ก็ประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ว่า มีแผนจะจัดเก็บ “ค่าผ่านทาง” จากเรือสินค้าทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20% เพราะจากนี้ไปสหรัฐคือ “ผู้พิทักษ์” ช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์บ่นมาตลอดว่า สหรัฐไม่จำเป็นต้อง “ปกป้อง” ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญจากอ่าวเปอร์เซียเลย เพราะสหรัฐมีน้ำมันของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ประเทศที่ได้รับประโยชน์เป็นหลักคือเอเชียต่างหาก ซึ่งการบ่นของทรัมป์เป็นการตำหนิว่าประเทศเอเชียเหล่านี้ไม่ได้ช่วยออกค่าใช้จ่ายอะไรเลยทั้งที่เป็นผู้รับประโยชน์

ทันทีที่ทรัมป์ประกาศจัดเก็บค่าผ่านทางขึ้นมา ก็ถูกต่อต้านจากทุกฝ่ายทันที ทั้งจากประเทศพันธมิตร ทั้งจากผู้ประกอบการเดินเรือ ทั้งจากองค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติที่ระบุว่า “ผิดกฎหมาย” ระหว่างประเทศ

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ประกาศดังกล่าวของทรัมป์สร้างความ “ตกตะลึง” ให้กับประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรสหรัฐ ตลอดจนบรรดา “ผู้ช่วย” และที่ปรึกษาของเขา เพราะจะเป็นการขัดกับจุดยืนของสหรัฐที่มีมาตลอดนับจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซและประกาศเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งสหรัฐย้ำมาตลอดว่าการทำแบบนั้นของอิหร่านผิดกฎหมายและสหรัฐไม่อาจยอมรับได้ แต่การที่ทรัมป์จะมาทำแบบนั้นเสียเอง ก็เท่ากับสร้างความชอบธรรมให้กับอิหร่านที่ต้องการเป็นผู้บริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซและเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือทุกลำ

บรรดาที่ปรึกษาเคยเตือนทรัมป์มาหลายครั้งว่าไม่ควรเสนอแนวคิดนี้ แต่การที่สหรัฐยังไม่สามารถ “ปิดจ็อบ” อิหร่านได้ตามเป้าหมายและยืดเยื้อมาเกิน 4 เดือนแล้วทำให้ทรัมป์หงุดหงิด ทำให้ในที่สุดต้อง “โพล่ง” ประกาศไอเดียนี้ออกมา

ภายในทำเนียบขาว หลังจากทรัมป์ประกาศออกมา บรรดาผู้ช่วยของเขาต่างเร่งรีบจัดทำรายละเอียดว่าใครจะเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียม และวิธีการจัดเก็บจะทำอย่างไร ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ในคณะรัฐบาลเห็นว่าผู้ขนส่งสินค้าควรเป็นคนจ่าย แต่พอช่วงบ่ายทรัมป์ทำให้ทุกอย่างยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อเขาระบุว่าคนที่ต้องจ่ายคือประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย

ด้วยเหตุนั้น ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม บรรดาประเทศรอบอ่าว ทั้งซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) บาห์เรน คูเวต ต่างเร่งรีบต่อสายโทรศัพท์หาทรัมป์ เพื่อโน้มน้าวให้ยกเลิกแนวคิดนี้ ซึ่งประสบความสำเร็จ เมื่อทรัมป์ยอมถอยไม่เก็บค่าผ่านทาง โดยเขาอ้างว่าประเทศรอบอ่าวได้เสนอว่าจะเข้าไปลงทุนมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐแทนเพื่อเป็นการชดเชยให้สหรัฐ ซึ่งตนก็เห็นด้วยว่าเป็นแนวคิดที่ดี

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งเปิดเผยว่า เนื่องจากอิหร่านละเมิดข้อตกลงเรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์จึงเตรียม“ทุกแนวทาง” เอาไว้ และตั้งใจแน่วแน่ว่าสหรัฐควรได้รับเงินคืนมาชดเชยหลังจากปกป้องเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาหลายปี ซึ่งในที่สุดประเทศรอบอ่าวได้เสนอว่าจะลงทุนในสหรัฐเป็นการตอบแทน ซึ่งทรัมป์เห็นว่าเป็นวิธีที่ “น่าชื่นชอบ”

ทั้งหมดนี้คือ “อินไซด์” 24 ชั่วโมง ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศกลับลำ ไม่เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์มีแนวคิดจะเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายนเขาก็พูดว่าเนื่องจากสหรัฐเป็นผู้ชนะในสงครามอิหร่าน ดังนั้นสหรัฐควรเก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ และก็เคยขู่ว่าจะตั้งด่านเก็บค่าผ่านช่องแคบถ้าอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงสันติภาพถาวร แต่แนวคิดดังกล่าวถูกบรรดาที่ปรึกษาคัดค้าน เพราะจะทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้น เพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เคยกล่าวเอาไว้อย่างชัดเจนเมื่อปลายเดือนมิถุนายนว่า ไม่มีประเทศใดได้รับอนุญาตให้เก็บค่าธรรมเนียมบนทางน้ำสากลทุกแห่งบนโลกนี้ กฎหมายระหว่างประเทศระบุเอาไว้อย่างนั้น

นอกจากนั้น ปลายเดือนพฤษภาคม สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ซึ่งดูแลการแซงก์ชั่นอิหร่าน ก็เคยกล่าวเอาไว้อย่างแข็งกร้าวว่า สหรัฐจะ “ไม่อดทน” ต่อประเทศใดก็ตามที่คิดจะเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ ซึ่งรัฐมนตรีคลังกล่าวเรื่องนี้หลังจากมีข่าวว่าอิหร่านจะร่วมมือกับโอมานในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซและจะมีการเก็บค่าธรรมเนียม โดยเบสเซนต์เตือนโอมานว่า สหรัฐจะเล่นงานอย่างแข็งกร้าวต่อใครก็ตามที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมในการเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ

ดังนั้นหากทรัมป์ไม่ยอมถอยก็เท่ากับทำลาย “จุดยืน” ที่รัฐมนตรีสำคัญในรัฐบาลสหรัฐประกาศมาโดยตลอด

การประกาศเก็บค่าผ่านฮอร์มุซของทรัมป์ครั้งนี้ ทำให้อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสล้อเลียน โดยโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า “ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวถูกต้องอย่างแน่นอน ใครก็ตามที่ให้การปกป้อง คุ้มครองเรือพาณิชย์ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยควรได้รับเงินชดเชยสำหรับบริการนี้ อิหร่านเป็น “ผู้พิทักษ์” ช่องแคบนี้มาโดยตลอด และจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป แต่การเก็บ 20% นั้นมากไปหน่อย อิหร่านจะเก็บในราคายุติธรรม”