เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
บัตรเครดิต หนึ่งในเครื่องมือทางการเงินของใครหลายคน ที่ไม่ได้เป็นแค่บัตรที่ใช้จ่ายแล้วรอจ่ายเดือนถัดไป แต่หลายคนเลือกใช้บัตรเครดิตเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูง ที่เริ่มมองหาประสบการณ์ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของตนเอง
ล่าสุด วีซ่า (Visa) ประกาศพลิกโฉม Visa Infinite (วีซ่า อินฟินิท) บัตรระดับสูงสุดของ Visa สู่รูปแบบใหม่ในเอเชียแปซิฟิก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ การใช้จ่าย และการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ที่ความยืดหยุ่นและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น
‘กำลังซื้อสูง’ โตต่อเนื่อง-นิยาม ‘พรีเมี่ยม’ เปลี่ยนไป
กลุ่มผู้บริโภคผู้มีกำลังซื้อ หนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังเติบโตต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีคาดการณ์ว่าจำนวนครัวเรือนกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ร้อยละ 8 จนถึงปี 2573
ขณะที่ภูมิภาคนี้มีสัดส่วนบุคคลผู้มีความมั่งคั่งสุทธิสูงเป็นพิเศษ (Ultra-High-Net-Worth Individuals: UHNWI) เกือบร้อยละ 31 ของจำนวนประชากรกลุ่มดังกล่าวทั่วโลก
ขณะเดียวกัน นิยามของ “ความพรีเมี่ยม” สำหรับผู้บริโภคผู้มีกำลังซื้อกำลังเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการแสดงสถานะเพียงอย่างเดียว สู่การมองหาประสบการณ์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ สะท้อนตัวตน และมีความหมายมากยิ่งขึ้น สะท้อนจากผลวิจัยของวีซ่าพบว่า ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการสัมผัสและดื่มด่ำกับวัฒนธรรมท้องถิ่น (Cultural Immersion) มากกว่าความหรูหราในรูปแบบเดิม สะท้อนถึงแนวโน้มการแสวงหาประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและตอบโจทย์ความเป็นตัวเองมากขึ้น
แบ่ง 3 ระดับ ตอบไลฟ์สไตล์แต่ละกลุ่ม
การเปลี่ยนแปลงของ Visa Infinite ในครั้งนี้ Visa จัดโครงสร้างบัตรแบ่งเป็น 3 ระดับ โดยแต่ละระดับออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะของกลุ่มลูกค้าผู้มีกำลังซื้อแต่ละกลุ่ม พร้อมมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมภายใต้ระบบสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงอย่างครบวงจร
โดยบัตร Visa Infinite รูปแบบใหม่ทั้ง 3 ระดับ แบ่งเป็นดังนี้
Visa Infinite (บัตรหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์) มอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน ควบคู่กับสิทธิพิเศษด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ
Visa Infinite Privilege ต่อยอดประสบการณ์ดังกล่าวด้วยสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมการเข้าถึงประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรเป็นพิเศษ
Visa Infinite Private (บัตรระดับสูงสุดของกลุ่ม) เป็นบัตรที่เปิดให้บริการเฉพาะผู้ได้รับเชิญเท่านั้น (Invitation-only) ออกแบบสำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสุทธิสูงเป็นพิเศษ (Ultra-High-Net-Worth Individuals: UHNWI) พร้อมบริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคลและสิทธิ์ในการเข้าถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาได้ยากและรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์แต่ละบุคคลโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ บัตร Visa Infinite ทั้ง 3 ระดับ ยังมีนวัตกรรมการชำระเงินอัจฉริยะของวีซ่าเป็นรากฐานสำคัญ อาทิ วงเงินการทำรายการที่สูงขึ้น ระบบอนุมัติธุรกรรมอัจฉริยะ การออกบัตรเพื่อรองรับการใช้งานข้ามพรมแดน และระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
อัพเกรดประสบการณ์
ในแง่สิทธิพิเศษ บัตร Visa Infinite ให้สิทธิพิเศษครอบคลุมในทุกด้านของการใช้ชีวิต ทั้งการท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร และไลฟ์สไตล์
ขณะที่บัตรระดับ Visa Infinite Privilege และ Visa Infinite Private นอกจากมอบสิทธิพิเศษที่มีในระดับ Visa Infinite แล้ว ยังมอบสิทธิ์การเข้าถึงที่เหนือระดับยิ่งขึ้น การออกแบบประสบการณ์ที่เฉพาะบุคคลมากขึ้น และการยกระดับการยอมรับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ
โดยสิทธิประโยชน์หลัก ประกอบด้วย บริการวางแผนการเดินทางแบบส่วนตัวจาก Essentialist Private Travel Planning การเข้าถึงคลับสมาชิกส่วนตัวระดับโลก และสิทธิพิเศษด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ ALL Accor+ Explorer, Banyan Group, Trip.com และ Harrods
ขณะที่ Visa Infinite Private ยกระดับประสบการณ์ให้เหนือขึ้นอีกขั้น ด้วยบริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge) ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล พร้อมสิทธิ์การใช้บริการช่องทางพิเศษ ณ สนามบิน (Airport Fast Track) ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น
สำหรับ Visa Infinite โฉมใหม่ Visa ตั้งใจถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรให้สอดคล้องกับความสนใจและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่ โดยออกแบบให้เหนือกว่าสิทธิประโยชน์ในรูปแบบเดิม เพื่อมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย มีเอกลักษณ์ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
ตั้งแต่ Infinite Tastes: Beyond the Menu โปรแกรมประสบการณ์ด้านอาหารที่นำโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ เปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรได้สัมผัสเรื่องราว เบื้องหลังงานฝีมือ และวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวงการอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จนถึง Visa Destinations แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกที่นำเสนอเส้นทางการเดินทางและประสบการณ์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษตามความสนใจของนักเดินทาง พร้อมสิทธิ์เข้าถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Visa ระบุว่า ประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ ซึ่งมีอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตสูงกว่าผู้ถือบัตรกลุ่มอื่นเกือบ 3 เท่า โดยเฉพาะในหมวดการเดินทาง ความบันเทิง และการค้าปลีก
ขณะเดียวกัน ความต้องการด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาวะ ตลอดจนบริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคลก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคผู้มีกำลังซื้อราว 90% มองหาประสบการณ์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ขณะที่ 84% คาดหวังบริการและประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อมการดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล
แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า วีซ่ามีบทบาทในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ระดับพรีเมียมสำหรับผู้บริโภคผู้มั่งคั่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาอย่างยาวนาน เมื่อความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับโลกมากยิ่งขึ้น เราจึงเดินหน้าต่อยอดแนวทางดังกล่าว
“Visa Infinite โฉมใหม่ ผสานความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย นวัตกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตรของวีซ่า เพื่อมอบคุณค่าที่แตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้มั่งคั่งในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น” แอนโทนี วัตสัน กล่าว