เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘ศุภจี’ วางเป้านี้ เร่งปิดดีล FTA-ภาษีสหรัฐ ‘ปกรณ์’ ลุยแก้ กม. เอื้อการลงทุน

22 มิ.ย. 2569 | 12:46น.
'ศุภจี' วางเป้าเร่งปิดดีล FTA - ภาษีสหรัฐฯ 'ปกรณ์' ลุยแก้ กม. เอื้อการลงทุน

'ศุภจี' วางเป้าเร่งปิดดีล FTA - ภาษีสหรัฐฯ 'ปกรณ์' ลุยแก้ กม. เอื้อการลงทุน

‘ศุภจี’ แถลงหลังถก กรอ. วางเป้าปี’69 เร่งปิดดีล FTA ยุโรป แคนาดา อังกฤษ และภาษีสหรัฐ 4 ปีกระจายการค้าถึงกลุ่ม SME เพิ่ม พร้อมอัพเกรดท่องเที่ยวไทย ‘ปกรณ์’ ลุยแก้ กม.ลำดับรอง เอื้อการลงทุน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1 ในด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนว่า เป้าหมาย 4 ปีจากนี้ เมื่อโลกการค้ามีการเปลี่ยนแปลงมาก ฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำคือการเป็นศูนย์กลางการค้าเสรี

ฉะนั้นต้องเร่งความตกลง FTA ที่ต้องเร่งปิดให้ได้ในช่วง 4 ปี โดยในปี 2569 ต้องเร่งปิดให้ได้หลายตัว อาทิ ตลาดยุโรป ข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเปิดการเจรจาอยู่ เช่น แคนาดา อังกฤษ เพื่อให้การส่งออกของไทย ไม่ต้องพึ่งพากลุ่มประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ฉะนั้น 4 ปีนี้ ต้องทำให้การส่งออกของประเทศไทย มีความสมดุลทั้งในประเทศคู่ค้าเดิม และกระจายตัวไปยังผู้ประกอบการ SME ตัวเล็ก ๆ ชุมชนด้วยมากขึ้น นอกเหนือจากผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อทำให้เกิดการกระจายตัวของรายได้

ส่วนการเกษตร ระยะสั้นต้องแก้ปัญหาในเรื่องผลผลิตที่มีเกินมาก และให้ตรงกับตลาด ส่วนระยะยาวจะต้องมีการแก้ในเรื่องระบบโครงสร้าง อาทิ ยกระดับผลผลิตให้ตรงกับความต้องการตลาด รวมถึงต้องมีการแปรรูปสินค้าเกษตร และต้องเปิดตลาดใหม่ให้มากขึ้น รวมถึงต้องวางตัวของประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยทางด้านสินค้าเกษตร และมีความมั่นคงทางด้านอาหารของภูมิภาคและโลก ซึ่งตั้งเป้าว่าจะดำเนินการภายใน 4 ปี

ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว ต้องการผลักดันให้ภาคการท่องเที่ยวไทย เป็นการท่องเที่ยวมูลค่าสูง แต่การแก้ปัญหาต้องทำมากกว่ากลุ่มงานภาคการท่องเที่ยวของ ททท. กระทรวงท่องเที่ยว แต่คนที่จะทำให้การท่องเที่ยวไทยมีความยั่งยืนได้ จะต้องบูรณาการหลายหน่วยงานของภาครัฐ เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยและสะดวกสบาย รวมถึงนำเศรษฐกิจมูลค่าสูงเติมเข้าไป เช่น บริการสุขภาพ อาหาร เศรษฐกิจชุมชน

นางศุภจีระบุว่า 4 ปีจากนี้ เราจะไม่มองในเรื่องปริมาณของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องโฟกัสเรื่องคุณภาพเพื่อทำให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แถลงด้านการปลดล็อกภาครัฐเพื่อเอื้อการลงทุนและฟื้นเศรษฐกิจว่า บทบาทผมใน กรอ. เป็นทั้งกองกลางและกองหลัก

สำหรับการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เบื้องต้นได้หารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ไปแล้ว เพื่อทำให้ภาคเอกชนดำเนินการได้สะดวก และสร้างรายได้เข้าประเทศให้มากขึ้น

หลัก ๆ จะมีการแก้ไขกฎหมายลำดับรอง รองลงมาเป็นการแก้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้การบริการภาครัฐมีความสะดวกมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาการทุจริต

ส่วนการเดินหน้าโครงการก่อสร้างที่มีปัญหา เช่น การแก้ปัญหาโครงการล่าช้า นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและยิ่งได้ตรงขึ้น

ส่วนการแก้ปัญหาทุจริต นายปกรณ์กล่าวว่า กฎหมายไทย ประมาณ 90% เป็นกฎหมายที่เน้นอนุญาต ฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำคือจะลดกระบวนการและขั้นตอน คือการแก้กฎหมายลำดับรอง ที่เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขการขออนุญาตต่าง ๆ จากนั้นก็จะทำเรื่องการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีโครงสร้างรองรับอยู่แล้ว และปัจจุบันคือ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ ขณะนี้ฉบับการแก้ไขรอประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา

รองนายกฯปกรณ์ย้ำว่า การแก้ไขกฎหมายลำดับรองรอง คนที่รู้ดีที่สุดคือภาคเอกชน ซึ่งเราจะรับฟังภาคเอกชนให้มาก ซึ่งจะทำให้การทำงานของภาครัฐและเอกชนเป็นไปทางเดียวกันและอำนวยความสะดวกประชาชนด้วย

พร้อมย้ำว่าต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องการทุจริต ทำให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งภาพรวมถือเป็นการยิงทีเดียวได้สามตัวเลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

FTA เอฟทีเอ ภาษีสหรัฐ