UN เตือน ‘สแกมเมอร์อาเซียน’ พัฒนารูปแบบสู่บริษัท คาดปีเดียวกวาดเงินเกือบแสนล้านดอลลาร์
UNODC เตือนว่า เครือข่ายอาชญากรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสแกมเมอร์ออนไลน์ กำลังรวมตัวกันและพัฒนาไปสู่รูปแบบบริษัทมากขึ้น โดยมีการทำงานแบ่งกันเป็นระบบเชื่อมโยงกัน คาดว่ามูลค่าความเสียหาย ปี 2025 อยู่ที่ 8.83 หมื่นล้าน-1.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า เครือข่ายอาชญากรในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เคยอยู่แบบกระจัดกระจาย กำลังรวมตัวกันพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจภาคบริการในระดับอุตสาหกรรม โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินร่วมกันเพื่อเลี่ยงกฎหมาย และพร้อมกระจายตัวไปทั่วโลก
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ วันที่ 21 ก.ค. 2026 โดยชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายอาชญากรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเปลี่ยนจากการขายสินค้า เช่น ยาเสพติด ไปสู่การขายบริการ รวมถึงออนไลน์สแกมเมอร์ที่มีรากฐานเชื่อมโยงกับจีน ทิ้งร่องรอยน้อย และยากต่อการยึดหรือระบุตัวผู้กระทำผิดได้เพียงรายเดียว
เดลฟีน ชานซ์ ผู้แทนระดับภูมิภาคของ UNODC ในอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกกล่าวว่า สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่นี้คือการที่กลุ่มอาชญากรรมต่าง ๆ ซึ่งเคยถูกจำกัดอยู่ในกรอบของภูมิศาสตร์และสาขาความเชี่ยวชาญในด้านอาชญากรรมของตน กำลังเปลี่ยนรูปแบบการตลาดไปสู่การทำงานผิดกฎหมายหลายแห่งพร้อมกัน
“รูปแบบการทำงานของกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ มีลักษณะคล้ายแฟรนไชส์ของบริษัท ลองนึกภาพแผนกเฉพาะทางด้านการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การลักลอบขนคนเข้าเมือง และการรวบรวมข้อมูล ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันผ่านเครือข่ายบริการเดียวกัน” ชานซ์กล่าว
UNODC คาดว่า ในปี 2025 เพียงปีเดียว ทั่วทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เกิดเสียหายที่เกิดจากการฉ้อโกงเหล่านี้อยู่ที่ระหว่าง 8.83 หมื่นล้าน-1.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.9 ล้านล้านบาท-3.8 ล้านล้านบาท) มากกว่า GDP ของบางประเทศในภูมิภาค
นอกจากนี้ UNODC ยังระบุว่า เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างต่าง ๆ รวมไปถึงแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัล ตลอดจนสัมปทานในการดำเนินงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
UNODC ระบุว่ามีเหยื่อที่ถูกหลอกจากอาชญากรรมออนไลน์ทั่วโลก และเหยื่อการค้ามนุษย์ในการหลอกลวงให้มาทำงานในขบวนการสแกมเมอร์อย่างน้อย 80 ประเทศทั่วโลก โดยเครือข่ายการสรรหาใช้ศูนย์กลางการขนส่งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา อีกทั้งกำลังมองหาตลาดใหม่ ๆ และเหยื่อจากนอกภูมิภาคเอเชียมากขึ้นเรื่อย ๆ
โฆษณารับสมัครงานลวงที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย มุ่งเป้าไปที่การสรรหาผู้มีทักษะภาษาเยอรมัน โปแลนด์ ดัตช์ สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส สวีเดน นอร์เวย์ และอังกฤษ
UNODC กล่าวว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติออนไลน์สแกมเมอร์ ทำงานในระดับอุตสาหกรรมทั่วพื้นที่ชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษในเมียนมา กัมพูชา และลาว โดยเลือกสถานที่จากเขตอำนาจศาล เพื่อหาพื้นที่ที่มีการปกครองและกฎระเบียบอ่อนแอ
แม้จะเกิดการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมในบางพื้นที่ไปแล้ว แต่เครือข่ายเหล่านั้นก็เพียงแค่ย้ายที่ตั้งและกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ตามรายงานของ UNODC ระบุว่า มีการปราบปราบออนไลน์สแกมเมอร์ในหลายพื้นที่ รวมถึง เคเค ปาร์ก (KK Park) และชเวก๊กโก (Shwe Kokko) ในเมียนมา แต่การปราบปรามดังกล่าวกลับกระตุ้นให้มิจฉาชีพย้ายฐานไปยังพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงปอยเปต สีหนุวิลล์ บาเวต ในกัมพูชา ที่พัฒนาควบคู่กันไปกับพื้นที่อื่น ๆ อยู่ก่อนหน้า
“แนวทางการต่อต้านอาชญากรรมแบบบุกทลายเครือข่ายนั้นใช้ไม่ได้ผลแล้ว เราจำเป็นต้องจัดการกับปัจจัยขับเคลื่อนทุกประการ รวมถึงการป้องกันและการติดตามเส้นทางการเงินด้วย” ชานซ์กล่าว