เผยผลสอบเบื้องต้นเครื่องบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สตกหลุมอากาศ

เครื่องบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ
สภาพภายในห้องโดยสารเครื่องบินของสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ321 หลังเกิดเหตุตกหลุมอากาศเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2024 (จัดหาภาพโดย REUTERS)

กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์เผยผลสอบเบื้องต้นเครื่องบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ชี้ตกหลุมอากาศแรง ระดับความสูงลดลงเร็ว ทำผู้โดยสารบาดเจ็บจำนวนมาก

จากกรณีครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-300ER ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines) เที่ยวบิน SQ321 บรรทุกผู้โดยสารพร้อมลูกเรือรวม 229 คน ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรงเหนือประเทศเมียนมา ทำให้ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บหลายสิบคน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2024 นั้น 

ล่าสุด วันที่ 29 พฤษภาคม 2024 มติชนรายงานว่า กระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์แถลงผลการสอบสวนเบื้องต้นกรณีดังกล่าวแล้ว ผลการสอบสวนบ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงและระดับความสูงที่ลดลง 54 เมตรอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าวเกิดการบาดเจ็บจำนวนมาก 

“เครื่องบินได้ประสบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในค่า G (แรงโน้มถ่วง) ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้โดยสารที่ไม่ได้คาดเข็มขัดลอยขึ้นกลางอากาศได้” กระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ระบุ และว่าอัตราเร่งในแนวตั้งได้เปลี่ยนจากลบ 1.5G เป็นบวก 1.5G ภายใน 4 วินาที ซึ่งน่าจะส่งผลให้ผู้โดยสารที่ลอยขึ้นกลางอากาศตกกลับลงมา โดยอ้างข้อมูลที่ได้จากกล่องบันทึกทางการบินและกล่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน

กระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ระบุต่อว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของค่า G ในช่วง 4.6 วินาที ส่งผลให้ระดับความสูงลดลง 178 ฟุต (54 ม.) จาก 37,362 ฟุต เป็น 37,184 ฟุต ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเป็นเหตุให้ลูกเรือและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ

Advertisment

รายงานเบื้องต้นระบุว่า เมื่อเครื่องบินเผชิญกับการสั่นสะเทือนเล็กน้อย ก็มีระดับความสูงเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้มีคำสั่งการ ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเหวี่ยงเครื่องบินให้ลดต่ำลง นักบินประสบกับความเร็วของเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นและตอบสนองโดยการใช้เบรกความเร็วของเครื่องบิน

“ขณะควบคุมความเร็วของเครื่องบิน ได้ยินว่านักบินคนหนึ่งแจ้งว่าได้เปิดสัญญาณรัดเข็มขัดนิรภัยแล้ว” รายงานระบุ

ทั้งนี้ ทีมสอบสวนเหตุการณ์นี้ประกอบด้วยทีมสอบสวนของสิงคโปร์ ตัวแทนจากบริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินของสหรัฐ คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) และองค์การบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ระบุว่า การสอบสวนต่อเหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไป

ด้านสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สระบุว่า รับทราบรายงานดังกล่าว และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวน ทางสายการบินยังแจ้งในวันอังคารที่ 28 พฤษภาคมด้วยว่า มีผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าว 42 คนที่ยังคงอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้โดยสาร 26 คนที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

Advertisment