เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Beyond ESG : Thailand Transition
50 ประชาชาติธุรกิจ Beyond ESG : Thailand Transition
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
Finance ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
Economic ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
Tech คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
Economic แก้กฎหมายธุรกิจต่างด้าว ลดขั้นตอน-ทบทวน 3 กลุ่ม บัญชีท้าย
ดูทั้งหมด

กต. แถลง 6 ประเด็น พัฒนาการไทย-กัมพูชา ชี้กลไกทวิภาคีเดินหน้าอีกครั้ง

18 ก.พ. 2569 | 16:00น.

กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวประจำสัปดาห์ เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แบ่งเป็น 6 ประเด็น รวมถึงประเด็นกลไกทวิภาคี โดยคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC จะเดินหน้าอีกครั้ง หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ย้ำการดำเนินการต่าง ๆ ของไทยในพื้นที่ชายแดนสอดคล้องกับปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์

กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก ซึ่งกล่าวถึงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แบ่งเป็น 6 ประเด็นดังนี้

1.ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมสถานการณ์ชายแดนมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไทยเคารพและปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย โดยเคร่งครัด

จากการพบปะพูดคุยกับประเทศต่าง ๆ ทุกประเทศล้วนยินดีกับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้ข้อตกลงหยุดยิงมีความยั่งยืน อีกทั้งสนับสนุนให้สองฝ่ายเดินหน้าหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยตรง

2.กลไกทวีภาคีต่าง ๆ สามารถเดินหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปอีกครั้ง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย มีการติดต่อพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับฝ่ายทหาร ซึ่งมีช่องทางการสื่อสาร ทั้งในระดับสูงและระดับพื้นที่ชายแดน

ช่องทางการประสานงานเหล่านี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงแจ้งความห่วงใย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน ดังจะเห็นได้ว่า สองฝ่ายสามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ซึ่งเป็นโอกาสที่หน่วยทหารของทั้งสองฝ่ายในบริเวณชายแดน ได้ปรึกษาหารือกันในเชิงลึก เพื่อให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน แม้จะยังไม่สามารถหาข้อสรุปในผลลัพธ์การประชุมได้ แต่โดยรวมถือว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญ

สำหรับประเด็นเขตแดนทางบก คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission : JBC)  จะเดินหน้าอีกครั้ง หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

3.ไทยยังเดินหน้าต่อไป ในประเด็นที่พบการกระทำเข้าข่ายขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น กรณีกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งไทยมีพันธกรณีที่จะต้องรายงานและดำเนินการในกรอบอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ต่อไป ในฐานะที่ไทยเป็นรัฐภาคีที่มีความรับผิดชอบต่ออนุสัญญาดังกล่าว

4.ไทยประสงค์จะเห็นการหยุดยิงมีความยั่งยืน โดยไทยและกัมพูชาจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจ อีกทั้งรัฐบาลชุดใหม่จะพิจารณาแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศต่อไป

ในประเด็นนี้ ฝ่ายไทยมีความกังวลที่กัมพูชายังคงทำการยั่วยุ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลบิดเบือน กล่าวหาไทยและปล่อยข่าวเท็จกับประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบข่าว แถลงการณ์ รวมถึงถ้อยแถลงในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ โดยไทยได้ติดตาม ตอบโต้ และชี้แจงข้อเท็จจริงมาตลอด

การกระทำเหล่านี้ของกัมพูชาไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ตกลงกันในปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ โดยเป็นการลดทอนความพยายามเดินหน้าต่อไปและไม่เอื้อต่อความพยายามสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น ฝ่ายไทยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากช่องทางการประสานงาน ระหว่างศูนย์ข่าวสารสองฝ่าย ในการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ซึ่งจะเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์มากกว่า

อีกทั้งไทยยังเรียกร้องให้กัมพูชาดูแลกำลังพลตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด ไม่ให้กระทำการยั่วยุต่าง ๆ ที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของการหยุดยิง

5.รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยสำคัญที่สุดเสมอมา และพร้อมปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของไทยอย่างเต็มที่ โดยในด้านการทูต กระทรวงเดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการต่าง ๆ ของไทยในพื้นที่ชายแดนสอดคล้องกับปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์

ในสัปดาห์นี้ คณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสำรวจผลกระทบด้านมนุษยธรรมเป็นครั้งที่ 3 สะท้อนถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

อีกทั้งตั้งแต่วันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่นครเจนีวา โดยจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้นานาประเทศมั่นใจถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ และการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี ที่ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

6.รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าจับมือกับนานาชาติ เพื่อปราบปรามเครือข่ายออนไลน์สแกม ซึ่งเป็นภัยคุกคามระดับโลกอย่างเต็มที่ ทั้งในระดับทวิภาคี อาเซียน และระดับโลก โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศในเรื่องดังกล่าว และผลักดันอย่างเต็มที่ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AMM Retreat) ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนมกราคม 2026

ในระดับทวิภาคี ยังต้องการร่วมมือกับกัมพูชาในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมนี้อย่างเด็ดขาด เพราะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนไทยอย่างมาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กัมพูชาจะให้ความร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่และเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตามเจตนารมณ์ที่รัฐบาลกัมพูชาแถลงต่อสาธารณะ

 

ในวันเดียวกัน รอยเตอร์ (Rueters) รายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังไทยกำลังทำการครอบครองดินแดนกัมพูชา ภายหลังการสู้รบตามแนวชายแดนเมื่อปีที่แล้ว แม้จะมีปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ของทรัมป์ก็ตาม

ในสัปดาห์นี้ มาเนตเดินทางไปยังวอชิงตัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของทรัมป์ และกล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศครั้งแรก หลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากบิดา คือ ฮุน เซน เมื่อปี 2023 โดยระบุว่า หวังว่าหน่วยงานใหม่นี้ จะมีบทบาทลดความตึงเครียดในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความเปราะบาง

แม้บอร์ดสันติภาพจะถูกสร้างขึ้นเพื่อกำกับดูแลแผนสันติภาพในฉนวนกาซา แต่ทรัมป์ระบุว่า อาจมีบทบาทที่กว้างขวางขึ้น

มาเนตกล่าวกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังไทยยังคงรุกล้ำเข้าไปในดินแดนกัมพูชาหลายพื้นที่ เกินกว่าเส้นเขตแดนที่ไทยอ้างสิทธิฝ่ายเดียว โดยทหารไทยทำการวางตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามในดินแดนที่ไทยยอมรับมานานแล้วว่าเป็นดินแดนของกัมพูชา และทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไม่สามารถกลับบ้านได้

มาเนตย้ำว่า นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเป็นการละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพดินแดน

“วิธีเดียวที่จะตรวจสอบได้คือ การใช้กลไกทางเทคนิคที่มีอยู่ โดยอิงจากสนธิสัญญาและข้อตกลงทั้งหมดที่มี โดยหวังว่าประเทศไทยจะเห็นด้วย และอนุญาตให้ JBC เริ่มทำงานโดยเร็วที่สุด” มาเนตกล่าว

นอกจากนี้ มาเนตยังกล่าวว่า ไทยอ้างการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นเหตุผลให้ไม่สามารถเริ่มงานกำหนดเขตแดนได้ โดยตอนนี้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว หวังว่าประเทศไทยจะเริ่มดำเนินการอย่างน้อยในระดับเทคนิค เริ่มวัด เริ่มกำหนดเขตแดนในพื้นที่ที่มีปัญหา เพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ