WHO ชี้สถานการณ์ “โควิด-19” ยังคงตัว ญี่ปุ่น-กัมพูชายังเฝ้าระวัง 2 เรือสำราญ

WHO ชี้สถานการณ์ “โควิด-19” ยังคงตัว ญี่ปุ่น-กัมพูชายังเฝ้าระวัง 2 เรือสำราญ

ซีเอ็นเอ็นรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือ “โควิด-19” ในวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 1,383 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 64,435 คน และมีรายงานผู้เสียชีวิตในญี่ปุ่นเป็นรายแรกเมื่อวานนี้ เป็นหญิงชราชาวญี่ปุ่นวัย 80 ปี นับว่าเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 3 นอกประเทศจีน หลังจากมีผู้เสียชีวิตในฟิลิปปินส์และฮ่องกงมาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสในประเทศจีนช้าลงจาก 240 รายในวันก่อนหน้านี้เหลือเพียง 116 รายในวันนี้ แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า สถานการณ์โดยรวมยังคง “ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในรูปแบบของการเสียชีวิตและการติดเชื้อไวรัส” ทั้งนี้จำนวนการติดเชื้อที่ไม่คงตัวเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ของทางการจีน ตามรายงานของบีบีซี

WHO ชี้สถานการณ์ “โควิด-19” ยังคงตัว ญี่ปุ่น-กัมพูชายังเฝ้าระวัง 2 เรือสำราญ

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาได้แสดงความชื่นชมรัฐบาลจีนในการรับมือกับโรคระบาด พร้อมทั้งระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนในการรับมือ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้แสดงความกังวลต่อการแพร่ระบาดในเกาหลีเหนือ ซึ่งมีพรมแดนติดกับจีนแต่ยังคงไม่มีการรายงานกรณีใด ๆ ออกมาอย่างเป็นทางการ

ด้านนักเศรษฐศาสตร์ของรอยเตอร์สประเมินว่าผลกระทบจากโควิด-19 จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจจีนอย่างหนัก โดยมีการปรับลดคาดการณ์ความเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ พร้อมทั้งระบุว่า โรคระบาดจะส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนในไตรมาส 1/2020 เติบโตช้าที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินในปี 2007 ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากยังมองว่า เศรษฐกิจจีนเสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในระยะสั้นด้วย

นอกจากนี้เมื่อวานนี้ทางการจีนยังได้สั่งปลดนายเจียง เฉาเหลียง เลขานุการพรรคคอมมิวนิสต์พรรคคอมมิวนิสต์มณฑลหูเป่ย์ และนายหม่า กั๋วเฉียง เลขานุการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองอู่ฮั่นออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความล่าช้าในการควบคุมและรับมือโรคระบาด

WHO ชี้สถานการณ์ “โควิด-19” ยังคงตัว ญี่ปุ่น-กัมพูชายังเฝ้าระวัง 2 เรือสำราญ

ส่วนสถานการณ์บนเรือสำราญไดมอนด์ ปรินเซส (Diamond Princess) ซึ่งเทียบท่าที่ญี่ปุ่น กำลังอยู่ในระหว่างการกักกันเพื่อเฝ้าระวังผู้โดยสาร 3,700 คน โดยมีการยืนยันว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 218 คน โดยเจ้าหน้าที่จะอนุญาตผู้ป่วยและผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปสามารถขึ้นฝั่งเพื่อรับการรักษาพยาบาลได้

ส่วนเรือสำราญเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม (MS Westerdam) ที่ได้รับการอนุญาตให้เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ของกัมพูชา หลังจาก 5 ประเทศไม่อนุญาตให้จอดเทียบเรือก่อนหน้านี้ โดยเรือเวสเตอร์ดัมมีผู้โดยสาร 1,455 คน และลูกเรืออีก 802 คน

WHO ชี้สถานการณ์ “โควิด-19” ยังคงตัว ญี่ปุ่น-กัมพูชายังเฝ้าระวัง 2 เรือสำราญ

ในช่วงเช้าของวันนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกัมพูชาได้เข้าไปทำการตรวสอบคัดกรองผู้ป่วยบนเรือ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชาได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมผู้โดยสาร โดยมีการกล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งมอบดอกไม้และจับมือทักทายผู้โดยสารด้วย

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ