เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

ถอดรหัสนโยบายการค้า ‘ทรัมป์’ บนความ ‘ย้อนแย้ง’ ในตัวเอง

06 ส.ค. 2568 | 08:19น.
Protest against tariffs on Brazilian goods imposed by U.S. President Trump, in Sao Paulo
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

กล่าวกันว่าการกำหนดนโยบายใด ๆ เพื่อบังคับใช้ในประเทศหนึ่ง ๆ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เนื่องจากมีนโยบายน้อยมากที่สมบูรณ์แบบ โดยปราศจากต้นทุน ไม่มีผลกระทบเชิงลบใด ๆ เกิดขึ้นตามมา ดังนั้น สุดท้ายแล้วในกระบวนการกำหนดนโยบาย จึงมักกลายเป็นการปรับเปลี่ยนและบริหารจัดการ เพื่อให้แน่ใจว่า เป้าหมายที่ต้องการบรรลุถึงของนโยบายต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงกันได้ ไม่ขัดแย้งกัน หรือการบรรลุวัตถุประสงค์หนึ่ง กลายเป็นการทำให้ การบรรลุเป้าหมายอื่น ๆ ยากขึ้น หรือเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุ

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า นโยบายการค้าของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” เต็มไปด้วยความขัดแย้งซึ่งกันและกันอยู่ในตัวนโยบายเองเยอะมาก โดยเฉพาะเป้าหมายหลักสำคัญที่ทรัมป์ เคยประกาศเอาไว้ว่า นโยบายการค้าใหม่ที่ใช้อัตราภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือหลัก ต้องการบรรลุ ก็คือ การสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศโดยการเรียกเก็บภาษีนำเข้า, การลดการขาดดุลการค้าและการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ในระยะยาว หากทรัมป์ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมให้กับเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ก็หมายความว่า อเมริกาจำต้องนำเข้าสินค้าน้อยลง เพราะผลิตได้เองมากขึ้น ซึ่งหมายถึงว่า ภาษีนำเข้าจะลดน้อยลงตามไปด้วย ในทางตรงกันข้าม หากอเมริกายังเก็บภาษีนำเข้าได้ในปริมาณสูงมาก ก็เท่ากับว่า ยังจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าต่าง ๆ อยู่มาก ซึ่งเท่ากับว่า การขาดดุลการค้ายังคงสูงลิ่วอยู่เช่นเดิม ในขณะเดียวกัน การฟื้นฟูอุตสาหกรรมย่อมไม่ประสบผลสำเร็จ

ความย้อนแย้งในทำนองนี้ยังปรากฏให้เห็นในบางภาคส่วนของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกา ตัวอย่าง เช่น นโยบายการขึ้นอัตราภาษีการนำเข้าสินค้าภายใต้วาระ “อเมริกามาก่อน” ของทรัมป์ จะทำให้วัตถุดิบที่ต้องนำเข้าต่าง ๆ แพงขึ้น

ผลก็คือ อเมริกาไม่มีทางที่จะได้รับชัยชนะในการแข่งกันเป็นผู้นำ “เอไอ” ของโลก หรือแม้กระทั่งการฟื้นอุตสาหกรรมของประเทศ และการลดการขาดดุลการค้าอีกด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ รัฐบาลอเมริกัน ประกาศแผนปฏิบัติการเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และลดอุปสรรคของการพัฒนา เอไอในประเทศออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ในเวลาเดียวกันกลับประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทองแดงและผลิตภัณฑ์ทองแดง เป็น 50% ข่มขู่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มสำหรับสินค้าพวกเซมิคอนดักเตอร์ระดับก้าวหน้าเพิ่มอีก 25% โดยหวังจะกระตุ้นให้เกิดการผลิตทั้งทองแดงและเซมิคอนดักเตอร์ขึ้นภายในประเทศ

ปัญหาก็คือ ทรัมป์ไม่เคยมองข้อเท็จจริงที่ว่า การผลิตสินค้าเหล่านี้ในเชิงอุตสาหกรรมนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน ผลการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งของเอสแอนด์พี ระบุว่า กว่าเหมืองทองแดงเหมืองหนึ่งจะเริ่มต้นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้ จำเป็นต้องใช้เวลานานเกือบ 17 ปี ทำนองเดียวกัน การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ก็ต้องใช้เวลานานปีกว่าจะเริ่มต้นได้ สิ่งที่ทรัมป์ดำเนินการไปจึงกลายเป็นอุปสรรคหรือเครื่องคุมกำเนิดสำหรับการเป็นผู้นำโลกเอไอของสหรัฐอเมริกาด้วยซ้ำไป

ความขัดแย้งในตัวเองในนโยบายการค้าของทรัมป์ ยังเห็นได้ชัดในกรณีที่ทรัมป์ ต้องการให้มีการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตขึ้นภายในประเทศ แต่กลับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแทบทุกประเทศทั่วโลก โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ว่า ราวครึ่งหนึ่งของสินค้านำเข้าของสหรัฐอเมริกา เป็นสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อการผลิตภายในประเทศ และเท่ากับเป็นการทำให้ราคาสินค้าที่ผลิตในอเมริกาหลายอย่างแพงขึ้นโดยอัตโนมัติ และเป็นการทำลายขีดความสามารถในการลงทุนเพื่อสร้างอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกาลงโดยไม่รู้ตัว

อีกตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นความย้อนแย้งในตัวนโยบายการค้าของทรัมป์ได้ชัดเจน ก็คือ การเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาลงทุนภายในอเมริกา และการพยายามเพิ่มการส่งออกของอเมริกาด้วยการทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง การลงทุนในสหรัฐอเมริกาของประเทศอย่างญี่ปุ่น หรือสหภาพยุโรป ตามข้อตกลงการค้าที่ทรัมป์ชื่นชมนักหนานั้น ไม่ได้เป็นผลดีต่อการลดการขาดดุลการค้ากับประเทศนั้น ๆ ลงแต่อย่างใด

นักเศรษฐศาสตร์ยืนยันว่า ทุก ๆ ดอลลาร์ที่แต่ละประเทศขนเข้ามาเพื่อลงทุนในอเมริกานั้น ได้มาจากการขายสินค้า หรือไม่ก็ขายบริการให้กับสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น ซึ่งนั่นหมายความว่า การลงทุนยิ่งมากขึ้นเท่าใด การขาดดุลย่อมเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และในขณะเดียวกันการลงทุนดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้นโดยธรรมชาติ เพราะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ไม่มีวันที่จะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างที่รัฐบาลต้องการ

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของทรัมป์ ดูเหมือนจะประสบผลในการเจรจาการค้า ทำให้นานาประเทศทั่วโลก ยอมจำนนกับพิกัดอัตราภาษีศุลกากรใหม่ของทรัมป์ โดยไม่ได้โต้แย้งหรือตอบโต้ สาเหตุสำคัญที่เป็นเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงบ่งชี้ว่าควรเป็นเช่นนั้น แต่เป็นเพียงเพราะบรรดาประเทศเหล่านั้น ยังไม่มีทางเลือกที่ดีกว่าในการเข้าถึงตลาดสหรัฐอเมริกาในเวลานี้เท่านั้น

สิ่งที่ต้องคำนึงต่อไปก็คือ การยอมจำนนดังกล่าวนั้น ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่า สหรัฐอเมริกา หรือทรัมป์ จะประสบความสำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ตามวาระที่เคยวาดฝันเอาไว้แต่อย่างใด ตรงกันข้าม กลับเสี่ยงที่จะพังครืนลงมา เพราะความขัดแย้งในตัวเองของนโยบายเหล่านั้น

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยเชื่อว่า อีกไม่ช้าไม่นาน ทรัมป์จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่ว่า การบริหารจัดการความย้อนแย้งในตัวนโยบายของตนเอง ยุ่งยากและปวดหัวมากกว่าการกำหนดและบังคับใช้นโยบายเหล่านั้นในตอนแรกมากมายนัก