“ราชาแห่งกัญชา” ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย : FT
“ราชาแห่งกัญชา” ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย พาดหัวของไฟแนนเชียลไทม์ส (Financial Times : FT) สื่อเศรษฐกิจหัวใหญ่จากสหราชอาณาจักร (UK) พร้อมบรรยายใต้ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้คุมเกม (Kingmaker) ในการเมืองไทยมาหลายสิบปี
สื่ออังกฤษระบุว่า ภายหลังจากที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเลือกอดีตนักธุรกิจและนักการเมืองผู้มากประสบการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ “ราชากัญชา” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี นับเป็นผู้นำประเทศคนที่สามในรอบกว่าหนึ่งปี
อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมาจากครอบครัวที่เป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ ได้รับคะแนนเสียง 311 เสียงเกินคะแนนเสียง 247 เสียงที่สมาชิกรัฐสภาต้องการอย่างง่ายดาย
อนุทิน วัย 58 ปี เป็นนักอนุรักษนิยม ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเมืองไทยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เป็นที่รู้จักจากการสนับสนุนการยกเลิกกฎหมายกัญชา
คะแนนโหวตอย่างท่วมท้นส่งให้อนุทิน เข้ามาบริหารประเทศในสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เปราะบาง
ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี 5 คนถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยฝ่ายตุลาการ เศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพาการค้าและการท่องเที่ยวกำลังดิ้นรนเพื่อฟื้นคืนแรงขับเคลื่อน หลังจากการระบาดของโควิด-19 โดย GDP ขยายตัวเพียง 2.8 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สอง นอกจากนี้ยังเผชิญกับภาษีศุลกากร “ต่างตอบแทน” 19 เปอร์เซ็นต์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
การลงมติดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่แพทองธาร ชินวัตร ถูกขับออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าเธอมีความผิดฐานละเมิดจริยธรรม ก่อนหน้านี้ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ถูกศาลปลดออกจากตำแหน่งเช่นกันเนื่องจากละเมิดจริยธรรมเมื่อปีที่แล้ว
“การขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอนุทินจะไม่ยุติช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศไทยอย่างแน่นอน” เคน เมธิส โลหเตปานนท์ นักศึกษาปริญญาเอกและนักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าว
เขาเสริมว่า “รัฐบาลเสียงข้างน้อยมีน้อยมากในประเทศไทย ซึ่งอาจทำให้กระบวนการกำหนดนโยบายติดขัดมากขึ้น”
อนุทิน จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่มี สส.มากเป็นอันดับสามของรัฐสภา ได้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยความช่วยเหลือจากพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งได้เสียง สส. เป็นอันดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อนุทินได้ให้คำมั่นว่าจะยุบสภาภายในสี่เดือนและจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป
ประเทศไทยกำลังตกอยู่ใน “รูปแบบการเลือกตั้งซ้ำซากที่นำไปสู่วิกฤต” ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวและบอกอีกว่า ความวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป
สำหรับสาธารณชนไทย “สิ่งที่ทักษิณทำทำให้ตระกูลชินวัตรอ่อนแอลง” ขณะที่พฤติกรรมของแพทองธาร “ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง” ของตระกูลที่เคยทรงอิทธิพล อาจารย์ฐิตินันท์กล่าวและบอกอีกว่า “ชื่อเสียงของตระกูลกำลังเสื่อมถอยลงอย่างถึงที่สุด”
ขณะที่รอยตอร์ (Reuters) รายงานประวัติว่า อนุทิน วัย 58 ปี นักการเมืองอาวุโสที่เคยบริหารบริษัทก่อสร้างของครอบครัว เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเคยมีบทบาทนำในการรับมือโควิด-19 ในไทย
ในฐานะที่เขาเป็นรอยัลลิตส์อย่างเหนียวแน่น อนุทินถูกมองว่าเป็นพวกอนุรักษนิยม แม้ว่าเขาจะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองด้วยการเป็นผู้นำการรณรงค์ที่ประสบความสำเร็จในการยกเลิกกฎหมายกัญชาในประเทศ ซึ่งนำไปสู่การขยายตัวของร้านค้าปลีกกัญชาหลายพันแห่ง
อนุทินจะนำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งพรรคประชาชนที่โหวตให้ จะไม่เข้าร่วมรัฐบาล และจะเข้ามาบริหารประเทศที่เศรษฐกิจกำลังประสบปัญหาจากการบริโภคที่อ่อนแอ การปล่อยกู้ที่ตึงตัว และหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น