Skip to content

‘ทรัมป์’ ไม่พอใจอย่างรุนแรง อิสราเอลถึงขั้นทิ้งระเบิดกลางกาตาร์ ไล่ล่าฮามาส

10 ก.ย. 2568 | 07:43น.
‘ทรัมป์’ ไม่พอใจอย่างรุนแรง อิสราเอลถึงขั้นทิ้งระเบิดกลางกาตาร์ ไล่ล่าฮามาส

‘ทรัมป์’ แสดงความไม่พอใจอย่างมาก จากการที่อิสราเอลถล่มทางอากาศโจมตีกรุงโดฮา เพื่อตามล่าผู้นำฮามาส

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า กรณีอิสราเอลโจมตีเพื่อไล่ล่าฮามาสในประเทศกาตาร์ ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐไม่พอใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอลต่อสาธารณชน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวย้ำถึงความเสี่ยงที่สงครามในฉนวนกาซาขยายวง ซึ่งอาจเลวร้ายลงก่อนที่จะดีขึ้น

เมื่อ 9 ก.ย. เวลาท้องถิ่น ทรัมป์กล่าวว่าเขาทราบเรื่องการโจมตีช้าเกินไปที่จะหยุดยั้งอิสราเอลได้ ทำให้มีเวลาน้อยที่จะแจ้งเตือนกาตาร์ก่อน เจ้าหน้าที่ที่นั่นกล่าวว่าสหรัฐออกประกาศเตือนเรื่องนี้ในขณะที่ระเบิดตกลงมาแล้ว

“ผมขอบอกเลยว่า ผมรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้มาก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมเสริมว่าเขาคาดว่าจะแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณชนเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิบัติการนี้ในวันรุ่งขึ้น “ผมรู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับทุกแง่มุม-เราสามารถนำตัวประกันกลับมาได้ แต่ผมรู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

นับเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอลต่อสาธารณะที่หาได้ยากของทรัมป์ และเกิดขึ้นภายหลังจากที่อิสราเอลเพิ่งเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสันติภาพ

นอกจากนี้ ผู้นำยุโรปประณามการโจมตีครั้งนี้ ว่าเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาที่กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการยุติสงคราม และการปล่อยตัวประกันที่ถูกฮามาสจับตัวไว้ ในขณะเดียวกัน ฮามาสกล่าวว่าผู้นำของพวกเขารอดชีวิตจากการโจมตี ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทันที

ทรัมป์ซึ่งเป็นคนกลางระหว่างสองพันธมิตรทั้งอิสราเอลและกาตาร์กล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับทั้งเนทันยาฮูและผู้นำกาตาร์หลังจากการโจมตี และเขารับรองกับกาตาร์ว่าการโจมตีเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

ทรัมป์กล่าวว่าเนทันยาฮูบอกเขาระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ว่า “เขาต้องการสร้างสันติภาพ ผมเชื่อว่าเหตุการณ์อันเลวร้ายนี้อาจเป็นโอกาสสำหรับสันติภาพ”

ความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ทำให้หลายคำถามไม่ได้รับคำตอบ

ผู้นำสหรัฐไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ว่าการกระทำฝ่ายเดียวของเนทันยาฮูจะเจอผลร้ายตามมา หรือมีข้อเรียกร้องใหม่ ๆ จากอิสราเอลหรือไม่ แม้ว่าสหรัฐจะกล่าวว่าการโจมตีไม่ได้ส่งเสริมเป้าหมายของอิสราเอลหรือสหรัฐในการยุติความขัดแย้งที่กำลังจะยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 3

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นหลังจากมีรายงานการโจมตีของอิสราเอล ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียตพุ่งขึ้น 2.3% สู่ระดับ 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนที่จะปรับลดลง

สำหรับเหตุการณ์กองทัพอิสราเอลได้พุ่งเป้าโจมตีผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮามาส รวมถึงนายคาลิล อัล-ฮัยยา หัวหน้ากลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และฮามาสอ้างว่ารวมถึงทีมเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซาของกลุ่มฮามาสที่กำลังพำนักอยู่ในกรุงโดฮาด้วย เมื่อวันที่ 9 กันยายน ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งในกรุงโดฮา

ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากในย่านคาตารา ในกรุงโดฮา อิสราเอลได้ออกมายืนยันการโจมตีดังกล่าว บอกว่าเป็นการโจมตีแบบพุ่งเป้าเพื่อสังหารผู้นำอาวุโสของฮามาส ซึ่งมีการใช้อาวุธแบบพุ่งเป้าและใช้ข้อมูลข่าวกรองเพื่อลดอันตรายต่อพลเรือน

ฮามาสกล่าวว่าสมาชิก 5 คนของกลุ่มถูกสังหารในการโจมตีครั้งนี้ รวมถึงบุตรชายของคาลิล อัล-ฮัยยา ผู้นำกาซาของฮามาสที่ลี้ภัยและเป็นผู้เจรจาระดับสูงของฮามาส โดยระบุว่าอิสราเอลล้มเหลวในสิ่งที่ฮามาสเรียกว่าความพยายามลอบสังหารทีมเจรจาหยุดยิง

“กาตาร์ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้การโจมตีอย่างโจ่งแจ้งครั้งนี้ และจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อตอบโต้” ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อัลธานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ และนายกรัฐมนตรีกล่าวกับผู้สื่อข่าว และบอกอีกว่าอิสราเอลสังหารสมาชิกกองกำลังความมั่นคงภายในของกาตาร์หนึ่งรายในการโจมตีครั้งนี้ และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน

แดน ชาปิโร อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอลกล่าวว่า รัฐอ่าวอาหรับหลายแห่งจะขอคำยืนยันหลักรับประกันความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกจากสหรัฐ หากไม่ได้รับ รัฐเหล่านี้จะเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในดินแดนของพวกเขา

“และหากพวกเขารู้สึกว่าไม่สามารถได้รับคำยืนยันเหล่านั้น อาจนำไปสู่ความห่างเหินในความสัมพันธ์ด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐกับประเทศเหล่านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐ และอาจไม่เป็นประโยชน์ต่ออิสราเอลเช่นกัน” ชาปิโร ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิจัยอาวุโสของสภาแอตแลนติก (Atlantic Council) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดกล่าว

กาตาร์เป็นหุ้นส่วนความมั่นคงของสหรัฐ และเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และเป็นหนึ่งในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทรัมป์เดินทางเยือนประเทศนี้ในเดือนพฤษภาคม และกาตาร์ได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในสหรัฐตลอดทศวรรษหน้า กาตาร์ยังมีบทบาทไกล่เกลี่ยการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบในฉนวนกาซา และส่งตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปในการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 กลับประเทศ

กวิลล์ ท็อดแมน นักวิจัยอาวุโสประจำโครงการตะวันออกกลาง ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศในกรุงวอชิงตันกล่าวว่า การกระทำฝ่ายเดียวของอิสราเอลแสดงให้เห็นว่าเนทันยาฮูกล้าเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแสวงหาสิ่งที่เขามองว่าเป็นผลประโยชน์ของอิสราเอล การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเขาค่อนข้างยอมรับความเสี่ยงต่อผลกระทบจากสหรัฐได้

“เขารู้สึกว่าเขาสามารถดำเนินการอย่างเด็ดขาดและในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรงจากสหรัฐ” ท็อดแมนกล่าว