Skip to content

อิหร่านขู่ชิงโจมตีก่อน ปรามสหรัฐ-ยิวแทรกแซง ประท้วงสัปดาห์ที่ 3 ตายกว่า 500 ศพ

12 ม.ค. 2569 | 00:32น.
อิหร่านขู่ชิงโจมตีก่อน ปรามสหรัฐ-ยิวแทรกแซง ประท้วงสัปดาห์ที่ 3 ตายกว่า 500 ศพ
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 12 ม.ค. 2026 เวลา 00.32 น. และอัพเดตล่าสุดเวลา 10.00 น.

อิหร่านขู่สหรัฐและอิสราเอล โดยระบุอาจใช้สิทธิชิงโจมตีก่อน ขณะที่ทรัมป์พิจารณาทางเลือกทางทหารตอบโต้ ในสถานการณ์ที่การประท้วงจากปัญหาเศรษฐกิจไม่ดีเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย และถูกจับกว่า 10,000 คน 

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ทางการอิหร่านเตือนสหรัฐและอิสราเอลไม่ให้เข้าแทรกแซงการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศในอิหร่าน ขณะเดียวกัน ก็แสดงท่าทีประนีประนอมกับผู้ประท้วง ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สามและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 500 ราย

สถานการณ์ในคืนวันเสาร์ที่ 10 มกราคมเป็นคืนที่สามของการประท้วงที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วประเทศ หลังจากที่เรซา ปาห์ลาวี บุตรชายที่ลี้ภัยของอดีตกษัตริย์ชาห์แห่งอิหร่าน เรียกร้องให้ยึดใจกลางเมืองและประท้วงหยุดงาน นับตั้งแต่ความไม่สงบเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเตือนรัฐบาลอิหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ให้ยิงใส่ผู้ประท้วง โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับทางเลือกใหม่สำหรับการโจมตีทางทหาร

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งสนับสนุนเสรีภาพในการประท้วงในอิหร่านได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับทางเลือกต่าง ๆ สำหรับการโจมตีทางทหารในอิหร่าน รวมถึงเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหาร และกำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะอนุมัติการโจมตี ซึ่งยืนยันตามรายงานของเดอะ นิวยอร์กไทมส์ก่อนหน้านี้

ด้านรัฐบาลอิสราเอลประสานงานกับสหภาพยุโรป (อียู) อย่างใกล้ชิด อิสราเอลกำลังจับตาสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน อีกทั้งกำลังเฝ้าติดตามโอกาสที่สหรัฐจะเข้าแทรกแซงอิหร่าน หลังนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อพูดคุยถึงโอกาสที่สหรัฐจะแทรกแซงอิหร่าน แต่อิสราเอลยังไม่ได้ส่งสัญญาณออกมาว่าจะเข้าแทรกแซงอิหร่านในตอนนี้ แต่เนทันยาฮูเตือนว่าอิหร่านจะเจอกับผลกระทบอย่างร้ายแรงหากโจมตีอิสราเอล

กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (Iran Human Rights Group) ในกรุงออสโลของนอร์เวย์กล่าวเมื่อ 11 มกราคมที่ผ่านมาว่า ยืนยันการเสียชีวิตของผู้ประท้วงอย่างน้อย 192 คน รวมถึงบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 9 คน ในขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนในสหรัฐ (Human Rights Activists News Agency) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนถึง 116 ราย โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตจากกระสุนจริงหรือกระสุนปืนอัดลม กระทั่งล่าสุดเมื่อ 12 มกราคม รายงานมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 500 ราย และผู้ถูกจับกุมกว่า 10,000 คน

แม้นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านแสดงท่าทีประนีประนอมในการให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยแสดงความเสียใจต่อครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ โดยกล่าวว่าการประท้วงต้องได้รับฟังและต้องแก้ไขข้อกังวลของผู้ประท้วง

อย่างไรก็ตาม เปเซชเคียนกล่าวหาว่าสหรัฐและอิสราเอลนำผู้ก่อการร้ายจากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งเขาอ้างว่าได้จุดไฟเผามัสยิดและตลาด รวมถึงลงมือตัดหัวบางคน และเผาบางคนทั้งเป็น ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านคนอื่น ๆ มีท่าทีที่แข็งกร้าวมากกว่านั้น

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวในคำแถลงที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐกล่าวว่า ในกรณีที่สหรัฐโจมตีทางทหาร ทั้งดินแดนที่ถูกยึดครองและศูนย์บัญชาการทหารและการขนส่งของสหรัฐจะตกเป็นเป้าหมายของอิหร่านในการโจมตีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ย้ำว่าอิหร่านสามารถชิงโจมตีก่อนเพื่อป้องกันตัวเอง โดยไม่ต้องรอตอบโต้หลังจากถูกโจมตี

ภาพจากเมืองต่าง ๆ ในอิหร่านชี้ให้เห็นว่า ประชาชนหลายแสนคน รวมถึงผู้สูงอายุจำนวนมากกำลังฝ่าฝืนคำเตือนอย่างเข้มงวดจากทางการที่ให้หลีกเลี่ยงการออกมาบนท้องถนน แม้ว่าจะมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ และมีการจำกัดการสื่อสารอย่างเข้มงวดที่ทำให้ไม่สามารถโทร.ออกและส่งข้อความได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคมที่ผ่านมาก็ตาม

การประท้วงปะทุขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในกรุงเตหะราน เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ไม่ดีขึ้น แต่ได้ขยายตัวกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศนับตั้งแต่ปี 2022 โดยในครั้งนั้นผู้ประท้วงโกรธแค้นจากชนวนเหตุการเสียชีวิตของนางสาวมาห์ซา อามินี ในระหว่างที่ถูกตำรวจศีลธรรมควบคุมตัว เนื่องจากไม่สวมฮิญาบตามระเบียบ จนลุกลามกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ

รายงานจากวิดีโออื่น ๆ ที่รายงานว่ามาจากทางตะวันตกของกรุงเตหะรานในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 มกราคม 2026 แสดงให้เห็นผู้ประท้วงหลายพันคนแออัดอยู่บนท้องถนน โบกไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือในความมืด ขณะที่ไฟในเมืองยังคงดับอยู่ ท่ามกลางเสียงนกหวีดและการตะโกนว่า “ความตายแด่เผด็จการ” มีผู้พบเห็นรถบรรทุกกำลังลุกไหม้ในเมืองมาชาด ขณะที่ภาพวิดีโอที่อ้างว่าถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ (11 มกราคม 2026) แสดงให้เห็นอาคารที่ทำการของหน่วยงานภาษีรัฐถูกไฟไหม้เสียหายอย่างหนักในชั่วข้ามคืนทางตะวันออกของกรุงเตหะราน

อัยการสูงสุดของอิหร่านเตือนเมื่อวันที่ 10 มกราคมว่า จะมีการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วและตั้งข้อหาประหารชีวิตต่อผู้ถูกควบคุมตัว หลังจากที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวเมื่อวันก่อนว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงจะไม่ยอมทนต่อการอาละวาดทำลายทรัพย์สินหรือผู้ที่ทำหน้าที่เป็นทหารรับจ้างให้กับต่างชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประท้วง สหรัฐ อิหร่าน