บีวายดี กำลังพิจารณาแนวทางการขยายกิจการในอินเดีย เนื่องจากดีมานด์ที่มากขึ้น ปี 2025 ยอดขายโต 88% อีกทั้งยอดจองรถอีวีจำนวนมาก ซึ่งอาจเกินโควตาที่อนุญาตให้นำเข้าไม่เกิน 2,500 คันต่อรุ่น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บีวายดี (BYD) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน กำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อขยายธุรกิจในอินเดีย รวมถึงการประกอบรถยนต์ในประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากสำหรับรถอีวี
แหล่งข่าวระบุว่า บีวายดีกำลังประเมินแนวทางการประกอบรถในอินเดีย และดำเนินการขอใบรับรองความปลอดภัย รวมถึงข้อกำหนดทางกฎหมายภายในประเทศ สำหรับรถรุ่นต่าง ๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านโควตาการนำเข้ารถ
แม้ก่อนหน้านี้อินเดียจะเคยปฎิเสธแผนของบีวายดี ในการสร้างโรงงานประกอบรถยนต์อย่างเต็มรูปแบบ แต่ขณะนี้ บีวายดีกำลังพิจารณาแนวทางการนำเข้าชิ้นส่วนแบบกึ่งสำเร็จรูปและประกอบรถในอินเดีย ซึ่งเป็นแนวทางที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า อีกทั้งยังง่ายต่อการขออนุมัติทางกฎหมาย
ดีมานด์ของรถบีวายดีที่แข็งแกร่งในอินเดีย กระตุ้นให้บริษัทต้องประเมินแนวทางการนำเข้ารถมากขึ้น โดยแหล่งข่าวระบุว่า ร้านดีลเลอร์บีวายดีมียอดจองหลายร้อยคัน แตกต่างจากเทสลา (Tesla) ของสหรัฐ ซึ่งต้องเสนอส่วนลดสำหรับรถบางรุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย
การพิจารณาแนวทางครั้งนี้ ชี้ให้เห็นทั้งโอกาสและอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่บีวายดีกำลังเผชิญอยู่ ในตลาดรถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งอย่างอินเดีย อีกทั้งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งกำลังทุ่มการลงทุนไปที่อินเดียมากขึ้น ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและจีนที่เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว หลังทั้งสองฝ่ายเผชิญกับภาษีนำเข้าของสหรัฐ เมื่อปี 2025
การกระจายตลาดออกนอกประเทศมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับบีวายดี เนื่องจากอัตราการเติบโตภายในประเทศจีนชะลอตัวลง ท่ามกลางการลดเงินอุดหนุนซื้อรถอีวีและการแข่งขันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งมอบ ไปยังตลาดนอกจีนเกือบ 25% ในปีนี้
ในปี 2025 ยอดขายรถบีวายดีในอินเดีย เพิ่มขึ้นประมาณ 88% หรือราว 5,500 คัน แม้ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบที่จำกัดการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป จำนวนไม่เกิน 2,500 คันต่อรุ่น
บีวายดียังคงเติบโตในตลาดรถอินเดีย แม้จะเผชิญภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์สำเร็จรูปสูงสุดถึง 110% เนื่องจากราคาที่ต่ำกว่าเทสลา อาทิ รถ BEV รุ่น Sealion 7 ซึ่งขายได้ 2,200 คัน ในปี 2025 มีราคาระหว่าง 4.9 – 5.5 ล้านรูปี (ราว 1.6 – 1.8 ล้านบาท) ต่ำกว่า Tesla Model Y ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 6 ล้านรูปี (ราว 2 ล้านบาท) อีกทั้ง การนำเข้าแบบถอดประกอบหรือกึ่งสำเร็จรูป จะช่วยลดอัตราภาษีลงเหลือ 30% จากเดิม 70%
อย่างไรก็ดี รถ e-SUV รุ่น Atto 3 และรถ e–MPV รุ่น eMax7 รวมถึงรถ BEV รุ่น Sealion 7 และ Seal sedan ของบีวายดี ได้รับการอนุมัติให้สามารถนำเข้าเกินโควตา 2,500 คันได้