ฮอนด้าจ่อย้ายไลน์ผลิต มอเตอร์ไซค์อีวี UC3 สู่เวียดนาม ก.ย.นี้
ฮอนด้าเวียดนามเผย เตรียมโอนย้ายการผลิตจักรยานยนต์อีวี UC3 จากไทยสู่โรงงานเวียดนาม โดยผลิตในปริมาณจำกัด ภายในเดือน ก.ย. 2026 พร้อมคาดว่า แนวโน้มการใช้รถจักรยานยนต์อีวีในเขตเมืองของเวียดนามจะยังเพิ่มขึ้น หลังรัฐเริ่มบังคับใช้โครงการนำร่องเขตควบคุมมลพิษต่ำ ซึ่งจำกัดช่วงเวลาการใช้รถน้ำมัน เมื่อ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ฮอนด้า มอเตอร์ เวียดนาม วางแผนเริ่มผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รุ่น UC3 อย่างเร็วที่สุดภายในเดือนกันยายน 2026 ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า แนวโน้มการใช้รถจักรยานยนต์อีวีในเขตเมืองของเวียดนามจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางซายากะ อาราอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ฮอนด้า มอเตอร์ เวียดนาม กล่าวว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ ฮอนด้าจะเริ่มผลิต UC3 ที่โรงงานในจังหวัดฟู้โถ ห่างจากกรุงฮานอยไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร โดยเป็นการถ่ายโอนการผลิตจากโรงงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่เปิดตัว UC3 เป็นประเทศแรก ไปสู่โรงงานในเวียดนาม โดยมีปริมาณการผลิตจำกัด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. เวียดนามเริ่มโครงการนำร่องเขตควบคุมมลพิษต่ำ (LEZ) ในกรุงฮานอย โดยจำกัดการใช้รถน้ำมันช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ในถนนวงแหวนรอบที่ 1 ตามแผนพัฒนานโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายในปี 2030
“แนวโน้มการใช้รถอีวีในหมู่ลูกค้าชาวเวียดนามกำลังก้าวไปข้างหน้ามากกว่าที่คาดไว้ โดยดีลเลอร์พบเจอลูกค้าที่มองหารถจักรยานยนต์อีวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” อาราอิกล่าว พร้อมเสริมว่า การเปลี่ยนไปใช้สกูตเตอร์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากสงครามอิหร่าน
สำหรับ UC3 วางจำหน่ายในเวียดนามแล้วเมื่อเดือน ก.ค. 2026 ที่ผ่านมา โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 80 ล้านดอง (ราว 1 แสนบาท) แม้จะต่ำกว่าราคาในไทยซึ่งเริ่มต้นที่ 132,600 บาท แต่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์กลับกล่าวกันในโซเชียลมีเดียว่า มีราคาแพงเกินไป และจะเป็นอุปสรรคสำคัญหากต้องการมุ่งเป้าไปที่ตลาดมวลชน
อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อเวียดนามมักประเมินรถจักรยานยนต์จากคุณค่าที่สังเกตได้ง่าย เช่น ประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายระหว่างใช้งาน ความทนทาน และราคาขายต่อ ขณะที่ UC3 ถูกวางตำแหน่งให้มีคุณสมบัติทางเทคโนโลยี ตั้งแต่หน้าจอ TFT และการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ไปจนถึงระบบกุญแจอัจฉริยะและโหมดช่วยถอยหลัง แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวให้ผู้ซื้อยอมรับราคาที่สูงกว่าราคาเฉลี่ยได้
ทั้งนี้ ฮอนด้าฝากความหวังในการชิงส่วนแบ่งการตลาดรถจักรยานยนต์ในเวียดนามไว้กับรถโมเดลใหม่ที่เตรียมจะวางจำหน่ายในปีหน้า โดยอาราอิกล่าวว่า รถจักรยานยนต์อีวีที่ขายดีที่สุดนั้น กระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาต่ำกว่า 30 ล้านดอง (ราว 38,000 บาท) ซึ่งนี่คือช่วงราคาที่บริษัทตั้งเป้าเอาไว้สำหรับโมเดลนั้น ๆ
ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ยอดขายรถจักรยานยนต์ของฮอนด้าในส่วนของโมเดลน้ำมัน ยังคงมีดีมานด์ที่แข็งแกร่ง ขณะที่โมเดลอีวี มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 2.50-2.65 ล้านคันต่อปี ลดลงประมาณ 20% จากจุดสูงสุดที่เคยทำได้
แม้จะไม่มีตัวเลขแยกสำหรับอีวี แต่ในเดือน มิ.ย. 2026 รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น มียอดขายเพิ่มขึ้น 4.7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า อยู่ที่ 172,299 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 86% ตามข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถจักรยานยนต์แห่งเวียดนาม (VAMM)
ในด้านผู้ผลิตรถอีวีสัญชาติเวียดนามอย่าง วินฟาสต์ (VinFast) เมื่อปี 2025 มียอดขายรถจักรยานยนต์อีวีภายในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 400,000 คัน และในไตรมาสแรกของ 2026 มียอดสั่งซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 143,136 คัน หรือเพิ่มขึ้น 219% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025
“มีแนวโน้มที่ผู้ซื้อบางรายยังอาจเก็บรถจักรยานยนต์น้ำมันไว้ แต่หันมาซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาจับต้องได้เพิ่มอีกคัน นั่นทำให้ผู้ซื้อมียานพาหนะในครอบครองเพิ่มขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเรากำลังดึงดีมานด์ล่วงหน้ามาใช้ และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า สิ่งนี้จะกระทบต่อแนวโน้มตลาดอย่างไรบ้าง” อาราอิกล่าว
ทั้งนี้ ดีลเลอร์ฮอนด้าต่างกำลังเร่งติดตั้งสถานีชาร์จสำหรับ UC3 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวที่ใช้มาตรฐานการชาร์จแบบ CHAdeMO โดยอาราอิหวังว่า จะมีการติดตั้งในสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงศูนย์การค้าด้วย และหากบริษัทรถอื่น ๆ นำมาตรฐานนี้ไปใช้ด้วย ก็จะเป็นผลดีต่อไป
อ้างอิงเพิ่มเติม : Vietnam+, Vient Nam News, Vietnam.vn