‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
จากกรณีที่นายบวรทัต เป็งสุข หรือ ‘ฮลุน โซโล่’ นักท่องเที่ยวชาวไทยวัย 27 ปี ซึ่งหายตัวไปนานกว่าสองสัปดาห์หลังจากเดินทางไปประเทศจอร์เจียคนเดียว ถูกพบเสียชีวิตในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี ชื่อของ ‘จอร์เจีย’ ที่มีธรรมชาติสวยงาม ทุ่งหญ้าเขียวขจี และเทือกเขาคอเคซัสตั้งตระหง่า ก็กลับสู่ความสนใจของประชาชนชาวไทยอีกครั้ง
“ประชาชาติธุรกิจ” พาเปิดประตู เจาะภาคการท่องเที่ยวจอร์เจีย หนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำหรับที่กวาดรายได้กว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 1.34 แสนล้านบาท) ว่าท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ยังแฝงอะไรไว้อีกบ้าง
ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศจอร์เจีย (GNTA) ระบุว่า จอร์เจียเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยผสมผสานวัฒนธรรมโบราณ มรดกทางประวัติศาสตร์ เข้ากับความงดงามทางธรรมชาติอย่างลงตัว โดยมีเทือกเขาคอเคซัส (The Caucasus Mountains) ทางเหนือ ทำหน้าที่เป็นพรมแดนกั้นระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย ขณะที่ทางตะวันตกเองก็มีทะเลดำ (Black Sea) ที่มีความระยิบระยับเป็นเอกลักษณ์
ด้วยจุดยุทธศาสตร์ของประเทศที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างยุโรปและเอเชีย เป็นหนึ่งในระเบียงการค้าตะวันออก-ตะวันตก (East–West Middle Corridor) ทำให้กิจการการขนส่ง คลังสินค้า และการบริหารเส้นทางคมนาคม ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจชิ้นสำคัญที่เติบโตตามปริมาณการค้าและการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน
เท่านั้นยังไม่พอ จอร์เจียยังเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์การทำไวน์เก่าแก่ยาวนานกว่า 8,000 ปี ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดไวน์โลก (Cradle of Wine) ดึงดูดนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและนักชิมจากทั่วโลก บทความรีวิวการท่องเที่ยวของชาวไทย ล้วนนิยามว่าจอร์เจียคือ ‘สวิตเซอร์แลนด์ราคาประหยัด’ ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศคล้ายกับสวิตเซอร์แลนด์ แต่มีค่าครองชีพที่ประหยัดกว่า ทั้งค่าอาหารและค่าโรงแรม อีกทั้งยังมีนโยบายฟรีวิซ่า ทำให้เหมาะแก่การท่องเที่ยว

ชื่อเสียงของประเทศจอร์เจีย ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง โดยกรุงทบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของจอร์เจีย ได้รับการจัดอันดับเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 ของโลก ในปี 2026 ตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากแบบสำรวจประกอบกับการตีความของนิตยสารเพิ่มเติม โดยระบุว่า บนถนนเส้นรุสตาเวลีใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ ต่างประดับประดาด้วยสถานปัตยกรรมที่โดดเด่น ผสมผสานศิลปะทั้งเก่าแก่และร่วมสมัยของจอร์เจีย รัสเซีย ตะวันออก และยุโรปเข้าไว้ด้วยกัน
เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ The Independent ของอังกฤษ ซึ่งระบุว่า จอร์เจียเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดประจำปี 2026 โดยกำลังดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวยุโรปเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีสายการบินราคาประหยัดบินตรงจากกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ ไปยังกรุงทบิลิซี เปิดใหม่เมื่อปี 2025
The Independent เน้นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกรุงทบิลิซี คือ สวนสาธารณะสีเขียว ถนนที่ปูด้วยหินในย่านเมืองเก่า บ่อน้ำแร่กำมะถันที่มีชื่อเสียง และมหาวิหารโบราณจำนวนมาก รวมถึงอารามเกลาติ (Gelati Monastery) ในเมืองคูไตซี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO)
การท่องเที่ยว 4 พันล้านดอลลาร์

จากรายงานของ Georgia’s Tourism Market Watch โดยสถาบันวิจัยของธนาคารเพื่อการลงทุน Galt & Taggart ในจอร์เจีย ระบุว่า ในปี 2025 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจอร์เจียยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างรายได้ 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.54 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.47 แสนล้านบาท)
ข้อมูลยังแสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในช่วงปลายปี เฉพาะในเดือน ธ.ค. 2025 จอร์เจียมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.4 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งชาติจอร์เจีย (NBG) ระบุว่า ตลอดทั้งไตรมาสที่ 4/2025 รายได้จากนักท่องเที่ยวจากประเทศในสหภาพยุโรปสูงถึง 145.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.8 พันล้านบาท)
หมายความว่า นักท่องเที่ยวยุโรปที่กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ กับภาคการท่องเที่ยวจอร์เจีย หลังจากการเปิดเส้นทางบินตรงโลว์คอสจากกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ ไปยังกรุงทบิลิซี เมืองหลวงของจอร์เจีย
ทั้งนี้ในรายงานของ Galt & Taggart ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน ม.ค. 2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. 2026 ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ในภูมิภาค รวมถึงความไม่มั่นคงในอิหร่านอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านคิดเป็น 2.7% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดของจอร์เจียระหว่างเดือน ม.ค. – ก.ย. 2025
ขณะที่รายงานไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 Galt & Taggart ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 อยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.69 หมื่นล้านบาท) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลง 32.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่าน อย่างไรก็ดี การลดลงเหล่านี้ได้รับการชดเชยบางส่วนจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้าน มาริอัม โคสโรชวิลี ผู้ก่อตั้งบริษัทนำเที่ยวและตัวแทนจัดการท่องเที่ยวท้องถิ่น Ria Travel Georgia ให้สัมภาษณ์ในรายการ Business Morning ของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ BMGTV ว่า ภาคการท่องเที่ยวจอร์เจียได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 แม้ว่าความสนใจจากตลาดอย่างจีนและอินเดียจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
“น่าเสียดายที่จอร์เจียกำลังดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงได้น้อยลง” โคสโรชวิลีกล่าว โดยอ้างถึงช่องว่างในด้านคุณภาพการบริการและโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่านักท่องเที่ยวจากจีนและอินเดียจะเพิ่มมากขึ้น แต่โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มที่เน้นงบประมาณจำกัด ดังนั้นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดพัฒนาแล้วในยุโรปควรเป็นเป้าหมายสำคัญในระยะยาวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจอร์เจีย
รัฐดันฟรีวีซ่า-ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเข้มแข็ง

ด้านนโยบายภาครัฐ จอร์เจียเป็นประเทศที่มีนโยบายฟรีวีซ่าที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยให้สิทธิพลเมืองจากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และไทย สามารถเดินทางเข้าประเทศและยู่พำนักโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสูงสุด 365 วัน หรือ 1 ปีเต็ม
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศที่ต้องขอวีซ่า จอร์เจียมีระบบ e-Visa Portal ที่ให้การขอวีซ่าดำเนินได้ผ่านระบบออนไลน์โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานทูต ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเตรียมเอกสารเดินทาง อีกทั้งใช้เวลาพิจารณาเพียงไม่กี่วันทำการ
อย่างไรก็ดี ภายใต้กฎหมายใหม่ด้านการท่องเที่ยวซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2026 กำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าสู่จอร์เจีย ต้องมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 30,000 ลารีจอร์เจีย (ราว 3.8 แสนบาท) อ้างอิงจากพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งชาติของจอร์เจีย (Law of Georgia “On Tourism”)
นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐของจอร์เจีย ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศจอร์เจีย (GNTA) สำนักงานป่าไม้แห่งชาติ (NFA) และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) และองค์กรพัฒนาเอกชน จัดทำ แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศจอร์เจีย 2020-2030 (Ecotourism Strategy for Georgia 2020-2030) โดยมุ่งผลักดันการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของประเทศจอร์เจียให้เติบโตอย่างยั่งยืน
แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ขับเคลื่อนผ่านการบูรณาการระบบเศรษฐกิจและสังคม 3 เสาหลัก ได้แก่ 1) ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม คือ การอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ ป่าไม้ และวิถีชีวิตดั้งเดิม 2) ระบบเศรษฐกิจ คือ การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน SMEs และการจ้างงานในท้องถิ่น และ 3) ระบบสังคมและการเมือง คือ การมีส่วนร่วมของชุมชน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตโดยไม่ทำลายรากฐานของประเทศ
พื้นที่อันตราย ออสเซเตียใต้และอับคาเซีย

แม้จอร์เจียจะมีธรรมชาติที่สวยงามและผลักดันการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี เว็บไซต์กลางของรัฐบาลอังกฤษ และประเทศอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลียและแคนาดา ได้ประกาศคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ โดยให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบางพื้นที่ของจอร์เจียที่รัสเซียยึดครอง ได้แก่ ออสเซเตียใต้ (South Ossetia) และอับคาเซีย (Abkhazia) รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่อยู่ติดกับเส้นแบ่งเขตการปกครองของสองพื้นที่ที่ได้กล่าวไป
ตามกฎหมายสากลและมติของสหประชาชาติ (UN) ทั้งอับคาเซียและออสเซเตียใต้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนประเทศจอร์เจีย แต่ทั้งสองพยายามแยกตัวออกจากจอร์เจียตั้งแต่ช่วงการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในทศวรรษ 1980 อีกทั้งเคยเกิดสงครามเต็มรูปแบบ รวมถึง สงครามรัสเซีย-จอร์เจียในปี 2008
ปัจจุบัน มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกรวมถึงรัสเซีย ที่ให้การรับรองสถานะความเป็นประเทศของดินแดนเหล่านี้ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวถูกเรียกว่า ‘ดินแดนที่ถูกรัสเซียยึดครอง’ (Russian-occupied regions) และมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกทหารรัสเซียจับกุม ในข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดที่ตกค้างและที่ยังไม่ทำงาน
แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวไทยจะยังไม่ได้สรุปผลสอบสวนการเสียชีวิต โดยอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับพื้นที่อันตรายดังกล่าว แต่เรื่องเศร้าครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวัง มีสติ และดูแลความปลอดภัยของตนเองให้ดีตลอดทุกการเดินทาง
อ้างอิง : GNTA, Galt & Taggart, Georgia Today