โมเดลเอไอ Claude แฮ็กข้อมูล 3 บริษัท ซ้ำรอย ChatGPT แหกคุกเข้าอินเตอร์เน็ต
Anthropic เผย โมเดลเอไอ Claude ของตนหลุดออกจากการทดสอบระบบปิด ทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและเข้าถึงระบบของบริษัทภายนอก 3 องค์กร ขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่าง OpenAI ก็เพิ่งรายงานเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน เน้นย้ำถึงความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพิ่มมากขึ้น
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ แอนโทรปิก (Anthropic) กล่าวว่า บริษัททำการตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่า ‘Claude’ โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของบริษัท ได้แฮ็กเข้าระบบของบริษัท 3 แห่งระหว่างทำการทดสอบ ขณะที่สัปดาห์ก่อนหน้า บริษัทคู่แข่งอย่าง โอเพ่นเอไอ (OpenAI) ก็เพิ่งรายงานเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน
แอนโทรปิก เปิดเผยในวันที่ 30 ก.ค. 2026 ว่า จากการตั้งค่าที่ผิดพลาดทำให้ Claude สามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้ระหว่างการทดสอบที่ควรจะเป็นระบบปิด ส่งผลให้เกิดการเข้าถึงระบบขององค์กร 3 แห่งโดยไม่ได้รับอนุญาต
บริษัทพบการแฮ็กนี้ หลังทำการตรวจสอบย้อนหลัง 141,006 เซสชันการทดสอบ เนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา โอเพ่นเอไอเปิดเผยถึงความผิดพลาดระหว่างการทดสอบความปลอดภัย ทำให้โมเดล ‘ChatGPT’ แฮ็กโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทสตาร์ทอัพเอไอ Hugging Face
แอนโทรปิกเริ่มตรวจบันทึกการประเมินเมื่อวันที่ 23 ก.ค. และระงับการประเมินด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งหมดเมื่อพบหลักฐานที่ชี้ว่า Claude อาจเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ก่อนจะพบเหตุการณ์การแฮ็กทั้ง 3 เหตุการณ์ภายในวันที่ 24 ก.ค. และแจ้งองค์กรที่ได้รับผลกระทบให้ทราบเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ซึ่ง 2 องค์กรไม่ทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน และกำลังพยายามติดต่อองค์กรที่ 3 อยู่
เหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งในกรณีของแอนโทรปิกและโอเพ่นเอไอ บ่งชี้ว่าความสามารถที่เพิ่มขึ้นของเอไอกำลังคุกคามความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น ตามที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างหวาดกลัวมานาน และแม้แต่นักพัฒนาแถวหน้าเอง ก็อาจคาดไม่ถึงว่าโมเดลเอไอของตนจะฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้
“Claude บุกรุกโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทด้วยเทคนิคพื้นฐาน เช่น รหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่ายและระบบที่ไม่ต้องยืนยันตัวตน (Unauthenticated Endpoints)” รายงานระบุ
บริษัทระบุว่า การบุกรุกระบบเกี่ยวข้องกับโมเดล 3 รุ่นคือ Claude Opus 4.7, Claude Mythos 5 และโมเดลวิจัยภายใน โดยเกิดขึ้นในระหว่างการทดสอบที่เรียกว่า “capture-the-flag” ที่มอบหมายให้โมเดลต่าง ๆ ค้นหาข้อมูลที่ซ่อนอยู่ภายในเครือข่ายจำลองที่ไม่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ดี ด้วยการสื่อสารที่ผิดพลาดกับบริษัทพันธมิตรห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัย Irregular ทำให้ระบบเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะ
“การค้นพบนี้ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมโมเดลเอไอที่เข้มงวดมากขึ้นทั้งในการทดสอบภายในแบบปิดและภายนอก เนื่องจากเอไอมีความสามารถมากขึ้นในการดำเนินการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโลกแห่งความเป็นจริง” แอนโทรปิกกล่าว
ในกรณีของโอเพ่นเอไอ บริษัทกล่าวว่า ในการทดสอบระบบปิดบนสภาพแวดล้อมที่ไม่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต มีเอเจนต์ตัวหนึ่งหลุดออกจากการควบคุมและเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต บุกรุกไปในระบบ LLM ของ Hugging Face เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทดสอบ โดยเกิดจากการทำงานของระบบเอไอแบบอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบ
“เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ทางไซเบอร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถทางไซเบอร์ที่ล้ำสมัย” โอเพ่นเอไอกล่าว
เคธี่ มูสซูริส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Luta Security กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นลางบอกเหตุของการละเมิดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยโมเดลเอไอในปัจจุบัน เหมือนกับปลาหมึกที่ฉลาดที่สุดในโลก ซึ่งสามารถหลบหนีได้อย่างคล่องแคล่ว มีแขนที่สามารถจับยึดได้ไม่จำกัด และสามารถแทรกตัวผ่านไปได้ทุกที่
“ห้องปฏิบัติการและผู้ประเมินของรัฐบาลจำเป็นต้องควบคุม ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลแก่ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบหากเอไอสามารถหลบหนีออกจากสภาพแวดล้อมแบบปิดได้อีกครั้ง โดยควรทำก่อนที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลที่สาม” มูสซูริสกล่าว