FlyDubai สอบสวน เหตุระทึกขวัญแทงกัปตัน-แจ้งสัญญาณฉุกเฉิน เจอจี้เครื่องบิน ?
สายการบิน FlyDubai และหน่วยงานทางการอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกำลังสอบสวนสาเหตุที่นักบินผู้ช่วยของเครื่องบินสายการบินก่อเหตุแทงนักบินบาดเจ็บสาหัสจนต้องแจ้งสัญญาณจอดฉุกเฉิน ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจี้เครื่องบิน กัปตันขัดขืนและผู้โดยสารชาวอินเดียผนึกกำลังควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ช่วยป้องกันโศกนาฎกรรมเครื่องบินตกได้อย่างหวุดหวิด
บลูมเบิร์ก (ฺBloomberg) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ทางการกำลังสอบสวนสาเหตุที่นักบินผู้ช่วยของเครื่องบินที่บรรทุกผู้โดยสารกว่า 170 คนมุ่งหน้าสู่กรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลก่อเหตุแทงนักบินที่เป็นเพื่อนร่วมงานและพยายามทำให้เครื่องบินตกเมื่อ 30 กันยายน 2026 ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่าเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง
ผู้โดยสารและลูกเรือบุกเข้าไปในห้องนักบินของเครื่องบินสายการบิน FlyDubai ซึ่งขึ้นบินจากดูไบ และสามารถควบคุมเครื่องบินให้กลับมาทรงตัวได้สำเร็จ หลังจากที่เครื่องบินดิ่งลงต่ำกว่า 14,000 ฟุต (ราว 4.3 กิโลเมตร) ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ด้วยความเร็วเกือบเท่าความเร็วเสียง
ต่อมาเครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดฉุกเฉินที่เมืองทาบุก ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผู้ก่อเหตุที่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อกำลังถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสอบปากคำ
“พวกเขาช่วยป้องกันหายนะครั้งใหญ่เอาไว้ได้” เนทันยาฮูกล่าวในการแถลงข่าวในวันเดียวกัน
เนทันยาฮูระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า นักบินที่ถูกแทงคือ กัปตันสมิต มัชชาร์ (Smit Machchhar) ชาวอินเดีย
“ผมขอชื่นชมกัปตันสมิต มัชชาร์ นักบินชาวอินเดีย สำหรับความกล้าหาญอันน่าทึ่งของเขา” เนทันยาฮูระบุในโพสต์
“แม้จะถูกแทงและได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ต่อสู้ขัดขืน เปิดประตูห้องนักบิน และช่วยให้ผู้โดยสารและลูกเรือสามารถสยบผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมกลางอากาศที่อาจเกิดขึ้น”
ด้านนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ยกย่องมัชชาร์ว่าเป็น “วีรบุรุษ” ในโพสต์บน X โดยระบุว่า ความกล้าหาญของเขาช่วยชีวิตผู้คนนับร้อยและป้องกันโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่
สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ X ว่า มัชชาร์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองทาบุกและกำลังได้รับการรักษาทางการแพทย์ที่จำเป็น ขณะนี้กำลังรอข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอาการของเขาอย่างละเอียด แต่มีรายงานว่าอาการคงที่
การลงจอดอย่างระทึกขวัญในจุดที่ห่างจากจุดหมายปลายทางเดิมหลายร้อยไมล์ หลังเหตุการณ์เครื่องบินดิ่งลงอย่างน่าหวาดเสียวในช่วงเวลาประมาณสองชั่วโมงหลังจากเริ่มออกเดินทาง ซึ่งข้อมูลจาก Flightradar24 ระบุว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ลำดังกล่าวดิ่งลง ก่อนจะกลับมาเชิดหัวขึ้นและส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ตามด้วยสัญญาณแจ้งเหตุ “การแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” (unlawful interference) ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจี้เครื่องบิน
เว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า หลังจากบินเข้าสู่น่านฟ้าจอร์แดนได้เพียงครู่เดียว เที่ยวบินนี้ได้บินวนกลับ 180 องศา ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สู่เมืองทาบุก
ภาพถ่ายที่ไม่ได้รับการยืนยันของเครื่องบินหลังจากลงจอดในซาอุดีอาระเบียแสดงให้เห็นว่าหางเสือบนแพนหางแนวตั้งหายไป ซึ่งเป็นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อพื้นผิวการบินถูกขยับอย่างรุนแรงเกินไปที่ความเร็วสูง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่เนทันยาฮูกำลังหาเสียงเลือกตั้งใหม่ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 29 ตุลาคม 2026 หรือในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชน 10 ล้านคน การพยายามจี้เครื่องบินครั้งนี้อาจช่วยดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังลังเลให้หันมาสนับสนุนเขาได้ แม้ว่าคู่แข่งรายสำคัญของเขาก็ให้คำมั่นสัญญาเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเช่นกัน และยังคงต่อสู้กับอิหร่านและกองกำลังพันธมิตรของอิหร่านต่อไป
เนทันยาฮูกล่าวว่าผู้โดยสารเกือบทั้งหมดบนเที่ยวบินดังกล่าวเป็นชาวอิสราเอล และผู้ที่เข้าไประงับเหตุการณ์นั้นแสดงให้เห็นถึงไหวพริบและความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยม
“พวกเขาช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมาย” เขากล่าว
สายการบินระบุในแถลงการณ์ว่า ยังไม่ทราบสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ และเรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างเป็นทางการ
ขณะที่เที่ยวบินพิเศษที่ส่งไปรับผู้โดยสารได้เดินทางกลับถึงกรุงเทลอาวีฟพร้อมกับผู้โดยสารทั้งหมดแล้ว
ต่อมา สายการบินFlyDubai ระบุว่าจะระงับเที่ยวบินของ FlyDubai ที่เดินทางเข้าและออกจากอิสราเอลชั่วคราวในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินอยู่
ส่วนหนึ่งของการสอบสวนจะรวมถึงการตรวจสอบเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินและเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “กล่องดำ” อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้ทำหน้าที่บันทึกการสื่อสารภายในห้องนักบินและข้อมูลสำคัญด้านการบิน ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอบสวนสามารถระบุสาเหตุที่อาจนำไปสู่การตกของเครื่องบินได้ สำหรับกรณีนี้ ข้อมูลการสื่อสารภายในห้องนักบินถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
โดยปกติแล้ว เครื่องบินรุ่น 737 MAX 8 ของสายการบิน FlyDubai สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 174 คน การเข้ามาระงับเหตุการณ์ของผู้โดยสารและลูกเรือน่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง เหตุการณ์นี้คงถูกจัดว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางอากาศครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี
เหตุการณ์ที่นักบินจงใจทำให้เครื่องบินตก (pilot suicide) นั้นเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ในปี 2015 เครื่องบินแอร์บัส A320 ของสายการบิน Germanwings ประสบอุบัติเหตุตกในเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส หลังจากนักบินคนหนึ่งขังตัวเองไว้ในห้องนักบินและบังคับเครื่องบินพุ่งชนภูเขา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 150 คนเสียชีวิต และเที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายสาบสูญไปในปี 2014 นั้น ก็เป็นอีกกรณีที่หลายฝ่ายเชื่อกันว่าเป็นความตั้งใจของนักบินที่จะทำให้เครื่องบินตก แม้ว่าจะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้เนื่องจากไม่เคยมีการค้นพบซากเครื่องบินก็ตาม
เที่ยวบินสายการบิน Air India ที่ประสบอุบัติเหตุตกเมื่อปี 2025 ระหว่างเดินทางจากเมืองอัห์มดาบาดไปยังสนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตบนเครื่อง 241 คนและบนพื้นดินอีก 19 คนนั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการกระทำของนักบินเช่นกัน แม้ว่ารายงานสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องนักบินจะยังไม่ออกมาก็ตาม
เมืองทาบุกตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบีย ใกล้กับพรมแดนประเทศจอร์แดน FlyDubai ระบุว่าทีมงานกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาขั้นตอนต่อไป
เหตุการณ์การจี้เครื่องบินกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลต่างๆ ได้จัดทำระเบียบปฏิบัติและกฎข้อบังคับระหว่างประเทศเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางอากาศ ทั้งนี้ อิสราเอลถือเป็นประเทศที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการบินที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากเหตุการณ์พยายามจี้เครื่องบินและเหตุจี้เครื่องบินที่เกิดขึ้นจริงหลายครั้งในช่วงทศวรรษ 1970
FlyDubai ซึ่งเป็นสายการบินในเครือเดียวกับเอมิเรตส์ (Emirates) เริ่มให้บริการเที่ยวบินระหว่างเทลอาวีฟและดูไบเมื่อช่วงปลายปี 2020 และได้ขยายการดำเนินงานจนปัจจุบันมีเที่ยวบินให้บริการถึง 70 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของสายการบิน โดยในขณะนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวของชาวอิสราเอล
อิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลงนามในข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตให้เป็นปกติเมื่อปี 2020 แต่ซาอุดีอาระเบียไม่ได้ลงนามและไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล
เหตุการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านการบินทั่วโลก ในภูมิภาคที่เคยบอบช้ำจากความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้อิสราเอลต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบนักบินที่จะบินเข้ามายังประเทศ ดังกล่าว