ร้านอาหารปารีสถูกปล้นเจ้าของหนีตาย สูญธุรกิจที่สร้างมาหลายปี
เจ้าของร้าน La Barrique ในปารีส เล่าเหตุถูกทำร้ายและปล้นทรัพย์สิน ก่อนร้านถูกเผาเสียหาย ระบุมีเด็กอยู่ในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ยืนยันเหตุไฟไหม้ร้านระหว่างการประท้วงค่าครองชีพในฝรั่งเศส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาลีน หลี่ (Aline Li) เจ้าของร้านอาหาร La Barrique ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส เล่าถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุบุกเข้าทำร้าย ปล้นทรัพย์สิน และจุดไฟเผาร้าน จนธุรกิจที่สร้างมาหลายปีได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ร้านอาหารแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนนโบเรอแปร์ ใกล้จัตุรัสสาธารณรัฐในกรุงปารีส ถูกจุดไฟเผาระหว่างเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมต่อต้านค่าครองชีพสูงในฝรั่งเศส
SleeplessBKK รายงานว่า อาลีนเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ปลอดภัย เธอและคนในร้านอีกประมาณ 6-7 คน ตัดสินใจปิดร้านและดึงประตูเหล็กม้วนลง เพื่อป้องกันอันตราย
แต่หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำเสาและแท่งเหล็กมาทุบทำลายประตูเพื่อบุกเข้ามาภายในร้าน ระหว่างความชุลมุน เธอถูกตีบริเวณศีรษะจนเลือดออกและล้มลง ก่อนตัดสินใจหนีออกมาพร้อมกับคนในร้าน โดยไม่สามารถนำทรัพย์สินติดตัวออกมาได้
อาลีนระบุว่า หลังจากทุกคนหลบหนีออกมา กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขนทรัพย์สินออกจากร้าน ก่อนจุดไฟเผาจนอาคารและสิ่งของภายในได้รับความเสียหาย ทำให้เธอสูญเสียสิ่งที่ลงทุนลงแรงสร้างมาหลายปี
อีกประเด็นที่เธอเล่าคือ ในกลุ่มผู้ที่บุกเข้ามามีเด็กซึ่งเธอระบุว่าอายุประมาณ 12 ปี รวมถึงเด็กผู้หญิงที่นำถุงผ้ามาใส่สิ่งของออกจากร้าน
ผู้เห็นเหตุการณ์และนักการเมืองท้องถิ่นเรียกร้องให้ตำรวจติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ขณะที่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่ระบุมูลค่าความเสียหายของร้าน จำนวนผู้ถูกจับกุม หรือกำหนดเวลาที่กิจการจะกลับมาเปิดให้บริการ
ประท้วงปารีส
เหตุโจมตีร้าน La Barrique เป็นส่วนหนึ่งของความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยการเคลื่อนไหวรวมตัวของนักเรียน นักศึกษา สหภาพแรงงาน และกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ที่เรียกร้องค่าครองชีพและคุณภาพบริการสาธารณะ โดยเฉพาะสภาพโรงเรียนและทรัพยากรด้านการศึกษา กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมทั่วประเทศประมาณ 550,000 คน ในจำนวนนี้ราว 110,000 คนเป็นคนพื้นที่
บางพื้นที่ควบคุมได้ และบางพื้นที่เกิดการปะทะ การเผาทรัพย์สิน และการปล้นร้านค้า โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสสาธารณรัฐในกรุงปารีส ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำผลักดันกลุ่มคนที่ขว้างปาดอกไม้ไฟ ก้อนหิน และสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่เหตุรุนแรงยังเกิดขึ้นในเมืองอื่น เช่น ลียง มาร์แซย์ และบอร์โดซ์
สถานการณ์ในปารีสยังไม่สงบลงทั้งหมดในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม โดยช่วงเย็นยังมีการรวมตัวและเกิดเพลิงไหม้ใกล้จัตุรัสสาธารณรัฐ ตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระงับเหตุ ส่วนสถานีโทรทัศน์ TF1 รายงานว่ามีการปะทะกับเจ้าหน้าที่และการฉวยโอกาสปล้นร้านค้ารอบจัตุรัสอีกครั้ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมว่า รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส เผย ยอดจับกุมทั่วประเทศอยู่ที่ 2,400 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บเกือบ 1,000 นาย ส่วนในปารีสมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตหนึ่งรายหลังเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นระหว่างเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เรียกร้องให้สถานการณ์กลับสู่ความสงบ พร้อมประณามการทำลายทรัพย์สิน แต่ยอมรับว่าผู้ชุมนุมโดยสันติมีข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมและไม่ควรถูกเหมารวมกับผู้ก่อความรุนแรง รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยระบุว่าจะเปิดทางให้ผู้ว่าราชการใช้มาตรการห้ามการชุมนุมหากจำเป็นต่อการคุ้มครองอาคารสาธารณะและร้านค้า
ด้านผลกระทบทางธุรกิจ ยูโรนิวส์รายงานว่า ร้านค้าที่ถูกโจมตีมีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสินค้าหรู บาร์ และกิจการรายย่อย อเล็กซองดร์ บอมปาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคาร์ฟูร์ ระบุว่า ร้านค้าในเครือได้รับผลกระทบรวม 50 แห่ง และประเมินว่าค่าซ่อมแซมจะสูงกว่า 10 ล้านยูโร โดยพนักงานของผู้ประกอบการแฟรนไชส์หลายสิบคนจะต้องเข้าสู่ระบบพักงานหรือลดเวลาทำงานชั่วคราว
ทางการกรุงปารีสระดมเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดเกือบ 1,000 คน เก็บกวาดเศษกระจกและซากสิ่งของ พร้อมฟื้นฟูถนนและพื้นที่สาธารณะตั้งแต่คืนหลังเกิดเหตุ ขณะเดียวกันได้ประกาศตั้งหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับผู้ประกอบการที่ร้านค้าเสียหาย โดยการประเมินความเสียหายของเมืองยังดำเนินอยู่
หน่วยช่วยเหลือดังกล่าวจะสนับสนุนการประเมินความเสียหายและช่วยผู้ประกอบการดำเนินเรื่องเอกสารและประกันภัย ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญต่อการซ่อมแซมร้านและกลับมาเปิดกิจการ หลังเจ้าของธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องเผชิญทั้งทรัพย์สินที่สูญหายและการหยุดให้บริการจากเหตุรุนแรงครั้งนี้