เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
Automotive โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
SD กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
ดูทั้งหมด

การเมืองฝรั่งเศสระอุ! 4 แสนคนลงถนนระลอกใหม่ ท้าทาย ‘มาครง’ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

25 ต.ค. 2569 | 09:32น.
Protesters face the police during an authorised demonstration organised by a labour union in Marseille, France, October 24, 2026, as part of nationwide protests led by the "Yellow Vests" movement and joined by high school and university students. REUTERS/Manon Cruz

สถานการณ์ความขัดแย้งในฝรั่งเศสยกระดับความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังประชาชนและนักเรียนนักศึกษากว่า 400,000 คน ออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องงบประมาณการศึกษาและปัญหาวิกฤตค่าครองชีพพุ่งสูง ชุมนุมบานปลายจนปะทะรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ กลายเป็นแรงกดดันมหาศาลท้าทายอำนาจของ ‘เอ็มมานูเอล มาครง’ ในช่วงเดือนสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง

สำนักข่าวต่างประเทศ Business Mirror รายงานว่า บรรยากาศทางการเมืองและสังคมในประเทศฝรั่งเศสกลับมาตึงเครียดอย่างหนัก หลังจากกลุ่มมวลชนมหาชนมากกว่า 400,000 คน ได้กระจายกำลังออกมารวมตัวประท้วงครั้งใหญ่ในกว่า 289 จุดทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องการเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา และปัญหาวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้การเคลื่อนไหวในช่วงเริ่มต้นจะเป็นไปอย่างสงบ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำของวันเสาร์ การชุมนุมในหลายพื้นที่กลับบานปลายกลายเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ปราบปรามจลาจล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจุดสิ้นสุดการเดินขบวนทางตะวันออกของกรุงปารีส

ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมที่สวมหน้ากากอำพรางใบหน้าเริ่มขว้างปาสิ่งของและจุดพลุดอกไม้ไฟเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ตำรวจต้องตอบโต้อย่างหนักด้วยการยิงแก๊สน้ำตา ยิงระเบิดคลื่นเสียง และฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อกระชับพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสระบุว่า มีผู้ถูกจับกุมแล้วเกือบ 1,000 รายทั่วประเทศ และคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก โดยรัฐบาลได้ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหารรวมกว่า 70,000 นาย พร้อมสนับสนุนด้วยเฮลิคอปเตอร์และรถเกราะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปล้นสะดมและทำลายร้านค้าซ้ำรอยแบบสัปดาห์ก่อนหน้า

โค้งสุดท้ายของ ‘มาครง’ ก่อนเลือกตั้งใหญ่

การลุกฮือของประชาชนที่ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งเดือน โดยมีจุดเริ่มต้นจากการประท้วงของกลุ่มนักเรียนมัธยมเรียกร้องเพิ่มบุคลากรครูและงบประมาณ กำลังกลายเป็นบททดสอบความมั่นคงทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ในช่วงเดือนสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ก่อนที่ชาวฝรั่งเศสจะลงคะแนนเสียงเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งในเดือนพฤษภาคมปีหน้า

สถานการณ์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นเดิมพันทางการเมืองที่สูงมาก สำหรับการแข่งขันเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมาถึง

ฝ่ายขวาจัด (National Rally) นำโดย มารีน เลอ แปน (Marine Le Pen) ได้ออกมากล่าวโจมตีรัฐบาลของมาครงอย่างเผ็ดร้อนว่าล้มเหลวในการปกป้องประชาชน พร้อมกระตุ้นให้ผู้ชุมนุมเปลี่ยนความโกรธแค้นให้กลายเป็นคะแนนเสียงสนับสนุนเธอ

ฝ่ายซ้ายจัด (Far-Left) ฌ็อง-ลุก เมเล็องชง (Jean-Luc Mélenchon) ผู้สมัครประธานาธิบดีปีกซ้าย ได้ประกาศยกระดับการสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของตำรวจที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ จนทำให้นักเรียนเยาวชนหลายคนต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียอวัยวะ

สตรีทไฟร์พุ่งหลายเมืองใหญ่

ความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองหลวงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ เหตุการณ์ปะทะได้บานปลายไปในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ในเมืองมาร์เซย์ (Marseille) และลียง (Lyon) เกิดเหตุเผาไหม้บนท้องถนนหลายจุด เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตาเข้าควบคุมสถานการณ์ในเมืองลียง, เกลร์มง-แฟร็อง, สตราสบูร์ก และบอร์โด ขณะที่ในเมืองนีซ (Nice) และน็องต์ (Nantes) ต้องใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุม

นอกจากนี้ ในศูนย์กลางเมืองนีซ ยังเกิดเหตุกลุ่มขวาจัดรุกฮือเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม ส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุมในพื้นที่ดังกล่าว 11 ราย

ขณะเดียวกัน ในเมืองออร์เลอ็อง (Orléans) ทางตอนใต้ของกรุงปารีส ประชาชนหลายพันคนได้ร่วมเดินขบวนประท้วงต่อต้านฝ่ายขวาจัดอย่างสงบ ในขณะที่พรรค National Rally ของเลอ แปน กำลังจัดงานประชุมใหญ่ระยะเวลา 2 วันขึ้นในเมืองเดียวกัน

จุดเล็กๆ จากโรงเรียน สู่ขบวนการประท้วงระดับชาติ

จากจุดเริ่มต้นเมื่อเดือนก่อน ซึ่งเป็นเพียงการประท้วงปัญหาขาดแคลนบุคลากรครูในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีส เหตุการณ์ได้ขยายตัวเป็นขบวนการระดับชาติอย่างรวดเร็ว โดยดึงดูดทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และแรงงานที่กำลังเดือดร้อนจากราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูง

เบเนดิคต์ ปิตติยง (Bénédicte Pittion) ครูวัย 46 ปี ซึ่งลงถนนประท้วงร่วมกับ การ็องซ์ (Garance) ลูกสาววัย 16 ปี เป็นครั้งแรก กล่าวเปิดใจว่า

เยาวชนที่ออกมาประท้วงไม่เคยได้รับการรับฟัง และในฐานะผู้ปกครองและครู ฉันต้องยืนหยัดเคียงข้างพวกเขา

ขณะที่ลูกสาวของเธอยอมรับว่ารู้สึกกลัวอย่างมากหลังเห็นความรุนแรงในสัปดาห์ก่อน แต่รู้สึกว่าการไม่ออกมาประท้วงจะเท่ากับยอมยกชัยชนะให้รัฐบาล

แม้ประธานาธิบดีมาครงจะได้เข้าพบกับตัวแทนนักเรียนมัธยมเมื่อวันศุกร์ และรับปากว่าจะปฏิรูประบบการรับเข้ามหาวิทยาลัย แต่ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงยืนยันว่าจะปักหลักประท้วงต่อไป จนกว่ารัฐบาลจะประกาศมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมา

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด รัฐบาลสั่งห้ามจัดการชุมนุมในหลายเมืองใหญ่ อาทิ ลียง, นีซ และมงเปอลีเย ขณะที่ในกรุงปารีส ทางการได้บีบให้ขบวนประท้วงต้องเดินขบวนอยู่เฉพาะบริเวณชานเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกีดกันไม่ให้มวลชนเข้าใกล้ใจกลางเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟร์

ซูมายา อาเบด (Soumaya Abed) พยาบาลวัย 58 ปี สวมเสื้อกั๊กสีแดงของสหภาพแรงงาน CGT กล่าวแสดงความแค้นเคืองว่า รัฐบาลพยายามจะกดดันและขัดขวางกลุ่มผู้ประท้วง “แต่พวกเขาจะไม่สามารถหยุดยั้งเคลื่อนไหวนี้ได้ และไม่สามารถหยุดยั้งนักเรียนจากการเรียกร้องเงื่อนไขการศึกษาที่ดีขึ้นในโรงเรียนได้”

ขณะเดียวกัน สหภาพแรงงานต่างๆ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งห้ามชุมนุมของรัฐบาลอย่างหนัก โดยระบุว่าเป็นก้าวที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

ความเหลื่อมล้ำ – วิกฤตความยากจนที่พุ่งสูง

เสียงสะท้อนจากผู้ชุมนุมหลายคนไม่ได้มีเพียงแค่ประเด็นเรื่องโรงเรียน แต่ยังรวมถึงความโกรธแค้นต่อปัญหาความยากจนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจภายใต้การบริหารของมาครง

กามีย์ เชสนิเยร์ (Camille Chesnier) วัย 27 ปี เปิดเผยว่า แม้เธอจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์และปริญญาโท แต่ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหางานทำได้

“มีผู้คนจำนวนมหาศาลที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับฉัน แต่พวกเขาไม่มีอภิสิทธิ์ และต้องจบลงด้วยการเป็นคนไร้บ้านหรืออาศัยอยู่ในตึกร้าง ซึ่งพูดตรงๆ เลยนะว่ามันยากลำบากมาก”

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) ระบุว่า ราคาพลังงานในฝรั่งเศสเมื่อเดือนกันยายนพุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนถึง 21.3% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อโดยรวมปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 3.1% ยิ่งเพิ่มภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

เปิดข้อเรียกร้อง 10 ประการของกลุ่มนักเรียนและแรงงาน

กลุ่มนักเรียนนักศึกษาและสหภาพแรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องร่วม 10 ประการต่อรัฐบาล ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. เพิ่มที่เรียนในระดับอุดมศึกษาอีก 250,000 ที่นั่ง
  2. ยกเลิกระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแบบเดิม (Parcoursup)
  3. เพิ่มจำนวนบุคลากรครูและซ่อมแซมปรับปรุงอาคารโรงเรียนและมหาวิทยาลัย
  4. อุดหนุนเงินทุนการศึกษาเพิ่มอีก 200 ยูโร (ราว 7,800 บาท) ต่อเดือน
  5. ควบคุมและกำหนดค่าเช่าหอพักของรัฐบาลให้คงเดิมไว้

หลุยส์ เลอดูส์-ชาตาร์ด (Louis Ledoux–Xatard) ผู้ชุมนุมในกรุงปารีส สะท้อนความกังวลว่า

เมื่อมองดูประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา เราไม่อยากจบลงด้วยการเป็นแบบพวกเขา ที่ประชากรส่วนหนึ่งมีทุกอย่าง แต่คนอีกส่วนกลับไม่เหลืออะไรเลย ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องออกมาเดินประท้วงบนท้องถนนมากมายขนาดนี้ก่อนอายุ 30

ร้านค้าปิดตึกแน่นหนา งานศิลปะระดับโลกโดนตัดจบ

ความเสี่ยงจากเหตุจลาจลทำให้บรรยากาศในกรุงปารีสตกอยู่ในความหวาดกลัว เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารต้องวางกำลังอารักขาอย่างเข้มงวดใต้ประตู Arc de Triomphe ขณะที่เจ้าของร้านค้าทั่วกรุงปารีสต่างเร่งนำแผ่นไม้มาปิดทับกระจกหน้าร้าน

อัครัม อาห์เมด (Akram Ahmed) ผู้รับเหมาวัย 34 ปี ที่กำลังนำแผ่นไม้ไปปิดหน้าร้านแว่นตาแถวสถานีรถไฟ Saint-Lazare เล่าว่า “เจ้าของร้านโทรหาผมเมื่อคืนด้วยความสิ้นหวัง การทำสิ่งนี้ของผมคือผมกำลังช่วยชีวิตเขาไว้”

นอกจากนี้ งานแสดงศิลปะร่วมสมัยระดับโลกอย่าง Art Basel ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานที่ทรงอิทธิพลที่สุด ซึ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าชมในวันศุกร์ ก็ต้องถูกผู้จัดงานประกาศยกเลิกโปรแกรมในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ทั้งหมด เนื่องจากภัยคุกคามจากเหตุความไม่สงบ

การชุมนุมประท้วงครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเรียกร้องนโยบายทั่วไป แต่เป็นการสั่นคลอนเสถียรภาพทางการเมืองของฝรั่งเศสอย่างรุนแรง ในช่วงนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมาถึง