เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
เปิดข้อมูล 4 เทรนด์ชำระเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครองสัดส่วน 44% ของมูลค่าธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ ขณะที่ E-wallet เติบโต 207% สวนทางบัตรเครดิตที่ลดลง 33% ด้าน BNPL ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ความกังวลเรื่องความปลอดภัยและการฉ้อโกงยังเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซไทย
รายงานวิเคราะห์พฤติกรรมการชำระเงินดิจิทัล Xendit Ecommerce Payments Momentum Report 2026 ซึ่ง Xendit ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงิน จัดทำร่วมกับบริษัทวิจัยตลาด Cube ผ่านการสำรวจผู้บริโภค 6,000 คน และผู้บริหาร 25 คน ใน 6 ประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมผู้บริโภคไทย 1,000 คน) เปิดเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการชำระเงินอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ผลการศึกษาพบว่า ระบบโอนเงินแบบเรียลไทม์ PromptPay ครองสัดส่วนถึง 44% ของมูลค่าธุรกรรมอีคอมเมิร์ซทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในกลุ่ม 6 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำการศึกษา โดยปัจจุบัน PromptPay มียอดผู้ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 74 ล้านราย
เมื่อพิจารณาในฝั่งผู้บริโภค พบว่าคนไทยเลือกใช้การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นช่องทางชำระเงินออนไลน์หลักสูงถึง 55% ของการซื้อสินค้า ตามด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัล (E-wallet) 48% และบัตรชำระเงิน 30% โดยผู้บริโภคชาวไทย 61% ระบุว่าใช้การโอนเงินผ่านธนาคารสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของธุรกรรมทั้งหมด นับเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในภูมิภาค
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามพรมแดนในภูมิภาคคาดว่าจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในปี 2570 ซึ่งจะรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของไทยที่มีสัดส่วนประมาณ 15% ของยอดขายรวม
ขณะที่พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตผ่านแพลตฟอร์มชำระเงินชะลอตัวลงชัดเจน โดยปริมาณการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในไทยลดลง 33% ในช่วงเดือนมกราคม 2568 ถึงเมษายน 2569 ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในภูมิภาค
สวนทางกับช่องทางดิจิทัลใหม่อย่าง E-wallet (เช่น TrueMoney และ ShopeePay) เติบโตสูงถึง 207% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ขณะที่บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later: BNPL) กลายเป็นทางเลือกยอดนิยม โดยผู้บริโภคไทย 37% ใช้บริการ BNPL สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของธุรกรรม ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค
ทั้งนี้ รายงานคาดการณ์ว่าหน่วยงานกำกับดูแลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเพิ่มความเข้มงวดของกฎเกณฑ์สินเชื่อผู้บริโภคในปี 2570
ส่วนการชำระเงินปลายทาง (Cash on Delivery: COD) มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคไทย 45% ระบุว่าใช้บริการ COD น้อยลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดที่มีการลดใช้ COD สูงที่สุดในภูมิภาค และปัจจุบัน COD มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของมูลค่าอีคอมเมิร์ซรวม
โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลคือ โปรโมชันส่วนลดและเงินคืน (Cashback)
กังวลความปลอดภัย-การฉ้อโกง
ความกังวลด้านความปลอดภัย กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการปิดการขาย โดยผู้บริโภคไทย 33% ที่เคยยกเลิกการซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ระบุสาเหตุหลักว่า ความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการชำระเงิน
ขณะเดียวกัน ในมุมของผู้ประกอบการ แม้ปัจจุบันมีผู้บริหารเพียง 8% ที่จัดว่าการฉ้อโกงเป็นความกังวลหลัก แต่กว่า 48% คาดการณ์ว่าปัญหาการฉ้อโกงจะทวีความรุนแรงขึ้นและกลายเป็นข้อกังวลสำคัญทางธุรกิจภายใน 5 ปีข้างหน้า