จีนประชุมถก “อุ้มตลาด” หลังดัชนี CSI 300 ร่วงยาวนานเป็นประวัติการณ์
CSI 300 ดิ่งเข้าสู่ตลาดหมี เดือนต.ค.ร่วง 8.5% ทำสถิติตกติดต่อกันยาวนานสุดเป็นประวัติการณ์ 12 สัปดาห์ จนหน่วยงานกำกับดูแลต้องเข้าแทรกแซง โดยจัดประชุมหารือเพิ่มแนวทางสนับสนุนตลาด ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้หุ้นจีนปรับตัวขึ้น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ตลาดหุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้น หลังมีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินจะประชุมร่วมกับธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ในวันนี้ (2 พ.ย.) เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนตลาดทุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามครั้งใหม่ของทางการจีนในการหยุดยั้งภาวะตลาดขาลง
ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิปของจีนแผ่นดินใหญ่ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 1.3% ฟื้นตัวจากการร่วงลง 2.9% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี Star 50 ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3%
ฉ่ายเหลียน (Cailian) สำนักข่าวการเงินจีนรายงานเมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินหลักทั้ง 3 แห่งของจีน ได้แก่ ธนาคารกลางจีน (PBOC), สำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งชาติ (NFRA) และคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จีน (CSRC) เตรียมจัดการประชุมร่วมกับธนาคารขนาดใหญ่ เพื่อพิจารณาปรับปรุงโครงการสินเชื่อสำหรับการสนับสนุนการซื้อหุ้นคืน นอกจากนี้ สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงิน “21st Century Business Herald” ยังรายงานด้วยว่า บริษัทหลักทรัพย์และกองทุนบางแห่งได้รับแจ้งให้เข้าร่วมการประชุมกับธนาคารกลางจีนและคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จีนในช่วงเช้าวันนี้
รายงานอีกฉบับจากฉ่ายเหลียนระบุว่า ภายใต้กลุ่ม “ทีมชาติ” ธนาคารรัฐแห่งหนึ่งมีแผนเพิ่มวงเงินสินเชื่อสูงสุดถึง 2 แสนล้านหยวน (ราว 1 ล้านล้านบาท) ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐสองแห่งเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการเข้าซื้อหุ้น ทั้งนี้ กองทุนรวมดัชนี (ETF) หลายกองทุนที่รัฐหนุน มียอดเงินไหลเข้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ถือเป็นการเพิ่มจากมาตรการที่จีนใช้ไปเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนเผชิญกับเดือนที่เลวร้ายที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
ดัชนี CSI 300 ร่วงเข้าสู่ภาวะตลาดหมีในเดือนตุลาคม โดยปรับตัวลดลง 8.5% และเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องยาวนานถึง 12 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่
เสิ่น เมิ่ง ผู้อำนวยการของ Chanson & Co. ธนาคารเพื่อการลงทุนในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะส่งผลเชิงบวกต่อตลาดในระยะสั้น แต่สัญญาณเชิงนโยบายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางเศรษฐกิจพื้นฐานได้ การจะทำให้แนวโน้มในระยะกลางถึงระยะยาวปรับตัวดีขึ้นอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง รวมถึงนโยบายด้านการคลังหรือนโยบายอุตสาหกรรมที่เข้ามาสนับสนุนอย่างแท้จริง
ยังไม่มีความชัดเจนว่าเงินทุนภายใต้โควตาใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ซื้อหุ้นจีนในทันทีเป็นจำนวนเท่าใด แต่การจัดสรรดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าหน่วยงานกำกับดูแลกำลังพยายามอัดฉีดสภาพคล่องใหม่เข้าสู่ตลาด ทั้งนี้ โควตาที่มอบให้แก่บริษัทจัดการสินทรัพย์ของรัฐในครั้งนี้ มีมูลค่าสูงกว่าวงเงิน 180 พันล้านหยวน (ราว 9 แสนล้านบาท) ที่เคยจัดสรรให้แก่บริษัท China Reform Holdings Corp. Ltd. และ China Chengtong Holdings Group Ltd. ในช่วงที่บริษัททั้งสองเข้าร่วมโครงการนี้เป็นครั้งแรก
ภาวะขาลงของตลาดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่เริ่มปรากฏสัญญาณความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระลอกใหม่ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งในภาคการผลิตและภาคที่ไม่ใช่ภาคการผลิตของจีนล้วนปรับตัวลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะหดตัวในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ในเดือนกันยายน 2024 ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดตัวเครื่องมือเสริมสภาพคล่องใหม่ 2 ชนิดเพื่อสนับสนุนตลาดหุ้นจีน ดังนี้ หนึ่งคือ กลไกการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ซึ่งเปิดทางให้บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน และบริษัทประกันภัย สามารถนำสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงจากธนาคารกลางได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าซื้อหุ้น ส่วนสุดท้ายคือกลไกการปล่อยสินเชื่อใหม่ ซึ่งเป็นการจัดหาเงินทุนต้นทุนต่ำให้แก่ธนาคารต่างๆ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการซื้อหุ้นคืนและการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยบริษัทจดทะเบียนและผู้ถือหุ้นรายใหญ่